“LTF” เดือนก.พ.25 แรงขายชะลอสู่ภาวะปกติ -9.1 พันลบ. ลดลงกว่า 52% จากเดือนก่อน มั่นใจ “แรงขาย” LTF จากนี้มีเสถียรภาพ “ไม่น่ากังวล” มองโอนไป "ThaiESG" แค่ประคองตลาด "สกัดแรงขาย" เท่านั้น !!!
ผ่านไป 2 เดือนแรกปี25 “ตลาดหุ้นไทย” ปิดที่ 1,203.72 จุด ลดลง -14.03%
จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเททศไทย)” ระบุว่า ในเดือนก.พ. 25 พบว่ามีเงินไหลออกสุทธิจาก “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” (LTF) -9.1 พันล้านบาท (ก.พ.24 -2.7 พันล้านบาท) ลดลงจากเดือนม.ค. 25 ที่ไหลออกสุทธิ -1.9 หมื่นล้านบาท หรือลดลงกว่า 52% เข้าสู่ภาวะปกติ เพราะปกตินักลงทุนที่จะขายมักจะขายตั้งแต่ช่วงอาทิตย์แรกของปีเป็นพฤติกรรมปกติ เชื่อว่าเม็ดเงินลงทุนที่เหลืออยู่กว่า 1.8 แสนล้านบาท นั้น แรงขายไม่น่ากังวลแต่ประการใด เพราะ 1) นักลงทุนยังขาดทุนอยู่ และ 2) ไม่มีความจำเป็นต้องรีบใช้เงิน เพราะคนที่ขายก็คงขายไปแล้ว แต่ตรงนี้ขึ้นกับภาวะตลาดด้วยเช่นกัน หากตลาดปรับขึ้นมา 1,400 – 1,500 จุด ก็อาจทำทำให้นักลงทุนพิจารณาที่จะขายออกมาได้เช่นกัน ขึ้นกับเงื่อนไขและต้นทุนของนักลงทุนเป็นสำคัญ
ทั้งนี้หากมองแนวโน้มเงินไหลออกสุทธิของกองทุน LTF ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาหลังสิ้นสุดกองทุน LTF ไป ก็จะไหลออกสุทธิเฉลี่ย -2.4 หมื่นล้านบาท ต่อปี
“ส่วนมาตรการของ ‘ก.คลัง’ ที่จะโอนกองทุน LTF ไป ‘กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน’ (ThaiESG) นั้น ไม่ได้มีผลต่อแรงขายที่ชะลอลงแต่ประการใด อย่างไรก็ตามมองว่าถ้ามีออกมาจริงก็จะช่วยประคองตลาดหุ้นเอาไว้ ไม่ให้เกิดแรงขายจากกองทุน LTF เกิดขึ้น ในระหว่างทางที่ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นได้ แต่ไม่ใช่แรงหนุนที่จะผลักให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นแต่ประการใด แรงผลักตลาดหุ้นคงต้องมาจากเรื่องอื่นๆ แรงซื้อต่างชาติ กำไรบจ.ปรับตัวดีขึ้น เป็นต้น”
สำหรับ 5 บลจ. ที่มีเงินไหลออกสุทธิในกองทุน LTF มากสุดในเดือนก.พ.25 ที่ผ่านมา นำมาโดย 1) “บลจ.บัวหลวง” -2.5 พันล้านบาท, 2) “บลจ.กสิกรไทย” -2.4 พันล้านบาท, 3) “บลจ.กรุงศรี” -1.2 พันล้านบาท, 4) “บลจ.ไทยพาณิชย์” -1.0 พันล้านบาท และ 5) “บลจ.ยูโอบี” -0.66 พันล้านบาท ตามลำดับ
