Official Update :

ไม่ทน ! “ครม.” ไฟเขียว ตั้ง “ThaiESG-X” กู้ชีพ “ตลาดหุ้นไทย” ทั้ง “สกัดแรงขาย LTF” พร้อม “ดึงเงินใหม่”...โปรแรง “จำกัดเวลาใช้สิทธิ” แค่ 2 เดือน “พ.ค.-มิ.ย. 25” เท่านั้น !!!

สิ้นสุดการรอคอย สำหรับมาตรการ “กู้ชีพ-ตลาดหุ้นไทย” หลัง “ครม.” ไฟเขียวเห็นชอบให้ตั้งกองทุน ThaiESG-Extra” หรือ ThaiESG-X” ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นไทยยั่งยืน” เป็นสำคัญ โดยจะเปิดรับเม็ดเงินจาก 2 ส่วน ได้แก่


1) “เงินโอนจากกองทุน LTF เดิม”: เพื่อสกัดแรงขายกองทุน LTF ที่มีอยู่ในระดับซึ่งปัจจุบันพร้อมขายทั้ง 100% ณ สิ้นก.พ.25 มีเงิน LTF ในระบบ 169,436.73 ล้านบาท ลดลง -22.93% จากสิ้นปีก่อน ซึ่งนักลงทุนที่ต้องการใช้ “ประโยชน์ทางภาษี” ต่อเนื่องก็แจ้งบลจ.เพื่อโอนย้ายเงิน LTF เดิม มาที่ ThaiESG-X” โดยได้ประโยชน์ทางภาษีสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท แต่ทยอยใช้สิทธิปีนี้ “ไม่เกิน 300,000 บาท” ส่วนที่เหลือทยอยใช้ในปีที่เหลือนำมาเฉลี่ยหักใน 4 ปี


ทั้งนี้ ผลงานกองทุน LTF (ณ 28 ก.พ. 25) พบว่าส่วนใหญ่ยังคง “ติดลบ) ตั้งแต่ต้นปี (YTD) เฉลี่ย -10.78% (SET TRI -13.51%), ย้อนหลัง 5 ปี -0.57% ต่อปี (SET TRI -7.78% ต่อปี) และย้อนหลัง 10 ปี -1.15% ต่อปี (SET TRI +0.92% ต่อปี)


ซึ่งเชื่อว่านักลงทุนส่วนใหญ่น่าจะใช้สิทธิในการโอนไป ThaiESG-X เพื่อใช้สิทธิ ซึ่งจะช่วย “สกัดแรงขาย” กองทุน LTF ในระบบได้ในระดับหนึ่ง


ส่วนนักลงทุนที่ไม่ต้องการจะโอนไป ก็ยังสามารถลงทุนในกองทุน LTF ต่อไปได้ เพราะกองทุน LTF เดิม” ยังเปิดอยู่และลงทุนได้ตามปกตินั่นเอง


2) “ดึงเงินลงทุนใหม่”: เปิดโอกาสให้นักลงทุนที่สนใจเข้าลงทุนโดยให้ “ประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติม” นอกจากวงเงินเดิม โดยจะได้ประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมอีก “ไม่เกิน 300,000 บาท” ต่างหากรวมกับวงเงิน ThaiESG เดิมจะใช้สิทธิสูงสุดได้ “ไม่เกิน 600,000 บาท” เลยทีเดียว ซึ่งเป็นการดึงเม็ดเงินใหม่เข้า “หุ้นไทยยั่งยืน” โดยตรง


ส่วนจึงเงินได้มากน้อยแค่ไหน คงขึ้นกับมุมมองของนักลงทุนต่อ

1) ประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับ กับ

2) โอกาสของผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วง 5 ปี ข้างหน้า


“ในอดีตช่วงปี20 นั้น ก็มีการตั้งกองทุนเฉพาะกิจ ‘SSFXดึงเงินเข้า หุ้นไทย เพียงอย่างเดียว ก็ดึงเงินเข้าได้ประมาณ 1.0 หมื่นล้านบาท เท่านั้น”


“โดยจะเปิดให้ใช้สิทธิเพียง 2 เดือน พ.ค. - มิ.ย. 25 ทั้งแจ้งโอนกองทุน LTF และซื้อหน่วยลงทุนใหม่ ThaiESG-X ต้องทำไม่เกินสิ้นเดือนมิ.ย.25 เป็นสำคัญ”


ทั้งนี้ ทาง “บมจ.หลักทรัพย์ กรุงศรี” ประเมินว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยลดแรงขายของผู้ที่ถือกองทุน LTF เดิม ที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 1.6 แสนล้านบาท และน่าจะมี “เม็ดเงินใหม่” (New Money) ไหลเข้ามาในหุ้นไทยเหมือนตอนกองทุน SSFX” ในปี20


“ส่วนกลยุทธ์ ประเมินเป็นจิตวิทยาบวกต่อ SET Index  บ่ายนี้  โดยมองเป็นบวกต่อหุ้นที่มี ESG Rating” สูงๆ และเป็นหุ้น 10 Deep Value  แนะนำ  CPALL, HMPRO, BDMS, BH, MINT,  GPSC, SCGP, BBL, KBANK และ AOT