“หุ้นญี่ปุ่น” ไม่รอด ดิ่งรับ “ภาษี Trump” ปีนี้ติดลบกว่า -13% ทำ “กองหุ้นญี่ปุ่น” แดงยกแผงติดลบเฉลี่ย -10.32% “Bottom5” หนักสุดติดลบเฉลี่ย -14.84%
“Liberation Day” ของ “Donald Trump” สะเทือนเศรษฐกิจญี่ปุ่นเช่นกัน หลังเจอกำแพงภาษีใหม่สูง 24% เล่นเอา “รัฐบาลญี่ปุ่น” ประกาศเป็นวิกฤติและรีบเร่งเปิดการเจรจาทันที ทั้งที่ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศมหามิตรของสหรัฐและคาดว่าจะเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบน้อยอันดับต้นๆ จากภาษีใหม่ของสหรัฐก่อนหน้านี้ แต่ความจริงกลับเซอร์ไพรซ์ไปตามๆ กัน
นั่นทำให้ “หุ้นญี่ปุ่น” (Nikkei225) ดิ่งแรงและทำให้ปีนี้ติดลบไปแล้วกว่า -13% (วันที่ 14 เม.ย. 25) กดดันผลงาน “กองหุ้นญี่ปุ่น” แดงยกแผง ปีนี้ติดลบเฉลี่ย -10.32% (ดีสุด -0.51%, แย่สุด -15.39%) (ที่มา: morningstarthailand.com, วันที่ 9 เม.ย. 25)
สำหรับ 5 “กองหุ้นญี่ปุ่น” ที่มีผลงานท้ายตาราง (ไม่นับรวมชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนเดียวกัน) ดิ่งหนักสุดเฉลี่ย -14.84% ได้แก่
-
“K-JP-A(D)” ของบลจ.กสิกรไทย -15.39%
-
“ES-JERMF” ของบลจ.อีสท์สปริง -14.74%
-
“TISCOJP” ของบลจ.ทิสโก้ -14.72%
-
“KFJPINDX-A” ของบลจ.กรุงศรี -14.69%
-
“SCBNK225D” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ -14.65%
“บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย)” มองว่า แม้จะมีความกังวลในภาคการผลิตจากผลกระทบของภาษีการค้าที่อาจเกิดขึ้นจากสหรัฐ แต่เศรษฐกิจโดยรวมยังคงเป็นบวก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเป็นไปได้ที่ “ธนาคารกลางญี่ปุ่น” (BOJ) จะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนพ.ค. อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจอาจอ่อนแอลงในไตรมาสต่อๆ ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และเหล็กที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาษีครั้งนี้
“ปัจจุบันหุ้นญี่ปุ่นมีมูลค่าน่าสนใจ ดัชนี ‘Nikkei225’ มี Forward P/E ที่ 16.94 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 18.60 เท่า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 4 เม.ย. 25) และหากดัชนปรับตัวลงสู่แนวรับ 30,000 - 33,000 จุด จะเทียบเคียงกับ P/E ราว 16.xx เท่า หรือประมาณ -1SD ซึ่งน่าสนใจอย่างยิ่งในเชิงมูลค่า โดยให้น้ำหนักกับกลุ่ม ‘Mid-Small Cap’ และ ‘กลุ่มบริโภคภายในประเทศ’ เป็นหลัก ซึ่งมีแนวโน้มได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการฟื้นตัวของอุปสงค์และการเติบโตของรายได้นั่นเอง”
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต / ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจในลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
