“บลจ.วี”...ส่ง ‘WE-EUROPE’ ลุยหุ้นยุโรป ขาย IPO 27 ก.ค. – 5 ส.ค. นี้
“บลจ.วี”...มองการเร่งฉีดวัคซีนและนโยบายการเงินและการคลังหนุนตลาดหุ้นยุโรปน่าลงทุน ส่ง “WE-EUROPE” ลุยหุ้นยุโรป สร้างโอกาสรับผลตอบแทนรับเศรษฐกิจเปิดเต็มตัว ขาย IPO 27 ก.ค. – 5 ส.ค. นี้
นายอิศรา พุฒตาลศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วี จำกัด เปิดเผยว่า เศรษฐกิจยูโรโซน นับว่ามีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกอย่างมาก ปัจจุบันแม้ว่าจะเจอการระบาดของCOVID-19 สายพันธุ์เดลต้าแต่ด้วยประสิทธิภาพและการกระจายการฉีดวัคซีนให้ประชากรอย่างต่อเนื่องส่งผลให้กิจกรรมเศรษฐกิจของยุโรปฟื้นตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยดัชนียอดคำสั่งซื้อผู้จัดการ (PMI) ทั้งภาคการผลิตและภาคการบริการได้มีการปรับตัวขึ้นมา ส่งสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจนในภาคธุรกิจของยุโรปและในประเทศสหราชอาณาจักร แม้ว่าจะยังมีปัญหาคอขวดในกระบวนการผลิต (Supply chain bottleneck) และทำให้มีการส่งมอบสินค้าล่าช้าก็ตาม
นอกจากนี้คาดว่าการบริโภคภาคเอกชน โดยเฉพาะการใช้จ่ายภาคครัวเรือนจะขยายตัวได้ดีหลังจากนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ทำให้รายได้ของประชาชนได้รับผลกระทบไม่มากนักเป็นปัจจัยสนับสนุนหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจของยุโรปในระยะถัดไป

(นายอิศรา พุฒตาลศรี)
“บริษัทจึงเปิดเสนอขาย IPO ‘กองทุนเปิด วี ยุโรป ออพพอร์ทูนิตี้ (WE-EUROPE)’ ระหว่างวันที่ 27 ก.ค. – 5 ส.ค. 21 กองทุนมีระดับความเสี่ยงระดับ 6 ความเสี่ยงสูงลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาทโดยมีนโยบายลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจยุโรปยุคใหม่ เน้นลงทุนในธุรกิจที่สามารถเติบโตได้ในทุกภาวะตลาด ผ่านกองทุน ‘Berenberg European Focus Fund’ ในสัดส่วน 70% และเน้นลงทุนเชิงรุกหุ้นขนาดเล็กที่อยู่กลุ่มอุตสาหกรรมเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป (European Economic Area :EEA)และสหราชอาณาจักรผ่านกองทุน ‘Janus Henderson Pan European Smaller Companiess’ในสัดส่วน 30%”
ตัวอย่างบริษัทที่ลงทุนเช่น
1) Teleperformance (France) ผู้ให้บริการและพัฒนาแบรนด์ผ่านการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล
2) Netcompany (Denmark) ผู้ให้บริการด้านไอทีผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลและบริการโครงสร้างพื้นฐาน
3) HelloFresh (Germany) ผู้ให้บริการจัดหาอาหารโฮมเมดที่ดีต่อสุขภาพให้ทุกครัวเรือน
4) ASML Holding NV (Netherland) ผู้นําด้านนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
5) KERING SA (France) บริษัทที่เชี่ยวชาญสินค้าฟุ่มเฟือย แบรนด์ดังอย่าง Gucci, Yves Saint Laurent และ Bottega Veneta
นายอิศรา ยังกล่าวอีกว่า ด้วยกลยุทธ์ลงทุนเชิงรุกที่เน้นลงทุนในหุ้นที่เติบโตมีผลประกอบการดีและมีราคาที่น่าสนใจ ทำให้กองทุนหลัก ‘Berenberg European Focus Fund’ (ณ วันที่ 31 พ.ค. 21) ให้ผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 13.60% ย้อนหลัง 1 เดือนอยู่ที่ 2.10%ย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 46.12% ย้อนหลัง 3 ปีอยู่ 68.17% และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ 77.74% เทียบกับดัชนี ‘MSCI Europe EUR’ อยู่ที่ 13.08% , 2.56%, 29.67.%,22.14%,และ23.75% ต่อปี ตามลำดับ (แสดงผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง ไม่ปรับเป็นอัตราต่อปี)
เช่นเดียวกับ กองทุน ‘Janus Henderson Pan European Smaller Companies’ ที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดเล็กที่อยู่ในกลุ่ม EEA และสหราชอาณาจักร (ณ วันที่ 31 พ.ค. 21) ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 เดือนอยู่ที่ 2.9% ย้อนตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 22.1% ย้อนหลัง 1 ปีอยู่ 70.4% ย้อนหลัง 3 ปีอยู่ที่ 13.4% ย้อนหลัง 5 ปีอยู่ที่ 14.5% ย้อนหลัง 10ปี อยู่ที่ 12.7% และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ 12.2% เทียบกับดัชนี ‘EXIX Smaller EuropeanCompanies’ อยู่ที่ 2.3%, 16.0%, 48.0%, 10.2%, 10.7%, 10.5% และ 10.1% ต่อปี ตามลำดับ*
“ภูมิภาคยุโรปที่มีสัดส่วนเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลกกำลังฟื้นตัวส่งผลให้หุ้นหลายกลุ่มได้รับประโยชน์เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภค อีกทั้งความสามารถในการกระจายฉีดวัคซีนที่รวดเร็วรวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังดำเนินอยู่ ทำให้ตลาดหุ้นยุโรปมีความน่าสนใจจากแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจและระดับราคาที่ไม่แพง ‘กอง WE-EUROPE’ จึงเป็นโอกาสสำหรับการลงทุนในต่างประเทศที่มีโอกาสเติบโตได้ในระยะยาว”
*ผลการดำเนินงานน้อยกว่า 1 ปี แสดงผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง ไม่ปรับเป็นอัตราต่อปี ผลการดำเนินงานมากกว่า 1 ปี แสดงผลการดำเนินงานเป็นอัตราต่อปี
