“กองหุ้นอินโดนีเซีย” สะดุ้ง “ประท้วงกลางเมือง” ปีนี้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -0.05% Underperform ตลาด แม้เศรษฐกิจยังโตแรง !!!
การประท้วงครั้งใหญ่ในอินโดนีเซียจากเหตุความไม่พอใจค่าเบี้ยเลี้ยงค่าที่พักรายเดือน 50 ล้านรูเปียห์ของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งมากกว่าค่าแรงขั้นต่ำในจาการ์ตา 10 เท่า และกว่า 20 เท่าของเงินเดือนขั้นต่ำในพื้นที่ยากจนของประเทศ
การชุมนุมประท้วงเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 25 และต่อเนื่องมา จนในวันที่ 31 ส.ค. 25 รัฐบาลต้องประกาศลดสวัสดิการของสมาชิกสภา พร้อมออกคำสั่งให้กองทัพและตำรวจใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดกับผู้ก่อความไม่สงบ จนวันที่ 1 ก.ย. 25 กลุ่มผู้ประท้วงในอินโดนีเซียได้ประกาศยุติการชุมนุมประท้วงชั่วคราวจากเหตุผลด้านความปลอดภัย หลังการประกาศใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดของภาครัฐนั้น
ในช่วง 1 สัปดาห์ของการประท้วง (วันที่ 25 ส.ค. – 1 ก.ย. 25) “ดัชนีหุ้นอินโดนีเซีย” (IDX Composite) ปรับตัวลดลง -2.4% แต่หากนับตั้งแต่ต้นปี (YTD) ตลาดหุ้นยังให้ผลตอบแทนกว่า +9% ตามทิศทางเศรษฐกิจของประเทศที่ยังเติบโตได้ดีต่อเนื่อง ไตรมาสที่2/25 โต 5.12% สูงกว่าที่ตลาดคาด แม้ว่าจะเจอ “ภาษี Trump” 19% แต่รัฐบาลก็ยังตั้งเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ที่ 5.2%
ปัจจุบัน มี “กองหุ้นอินโดนีเซีย” 3 กอง ปีนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ส.ค. 25) ผลตอบแทนเฉลี่ยยังติดลบ -0.05% ประกอบด้วย
-
“SCBINDO(A)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +3.25%
-
“ES-INDONESIA” ของบลจ.อีสท์สปริง -6.34%
-
“ASP-INDO-UI” ของบลจ.แอสเซท พลัส -10.56%
“สำหรับ ‘หุ้นอินโดนีเซีย’ เองก็มากับธีมของการเติบโตทางเศรษฐกิจเช่นเดียวกับเวียดนาม คาดเศรษฐกิจโตปีละ 5% ในช่วง 5 ปีข้างหน้า มีประชากรมากสุดในอาเซียนและส่วนใหญ่อยู่ในวัยแรงงาน มี FDI มากเป็นอันดับ2 ของอาเซียน ส่งผลดีต่อการจ้างงานและนำไปสู่สังคมเมืองที่เพิ่มขึ้น สามารถเติบโตจากเศรษฐกิจในประเทศได้”
