Official Update :

บลจ. ยูโอบี เผยภาพรวมเศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ภายหลังตัวเลขภาษีใหม่ของสหรัฐฯ ปรับลดน้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก

นายณัฐพล จันทร์สิวานนท์ กรรมการผู้จัดการ สายการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด (บลจ. ยูโอบี) ได้ให้มุมมองว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ภายหลังตัวเลขภาษีนำเข้าที่ประเทศสหรัฐฯ สามารถบรรลุข้อตกลงกับประเทศต่างๆ ออกมาน้อยกว่าที่ประกาศไว้เดิมกว่าครึ่งนึง รวมถึงผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อซึ่งน้อยกว่าที่คาดไว้มาก สำหรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป (Soft landing) โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจการคลัง (The One Big Beautiful Bill) และแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) เพื่อลดความเสี่ยงของการชะลอตัวในตลาดแรงงาน ในขณะที่ผลกำไรของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่สหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่งจากการลงทุนใน Generative AI  ดังนั้น หุ้นสหรัฐฯ จะยังคงมีความน่าสนใจ แม้ว่าจะมีมูลค่าที่แพงกว่าภูมิภาคอื่น แต่ยังมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตได้


(นายณัฐพล จันทร์สิวานนท์)


สำหรับเศรษฐกิจในยุโรปยังคงมีการฟื้นตัวที่ดีขึ้นภายหลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) อย่างต่อเนื่อง และการกระตุ้นเศรษฐกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและโครงสร้างพื้นฐาน  อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวที่ดีอาจทำให้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในยุโรปมีปริมาณที่ลดลงในช่วงที่เหลือของปี  ด้านภูมิภาคเอเชีย เศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวเช่นเดียวกัน โดยประเทศญี่ปุ่นมีการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับปานกลางจากการบริโภคภายในประเทศ แต่มีความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อจากตลาดแรงงานที่ตึงตัว ทำให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังคงมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย  ในขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจในประเทศจีนยังคงมีความเปราะบางจากอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ ส่งผลให้การประชุมรัฐบาลจีนล่าสุด ยังคงมีความจำเป็นจะต้องออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนหลักต่อตลาดหุ้นจีนและเอเชีย


เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ต่อเนื่องถึงปี 2569 มีแนวโน้มเผชิญกับความท้าทายในหลายด้าน แม้ว่าภาพรวมในช่วงครึ่งปีแรกจะขยายตัวได้ดี โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขยายตัวถึงร้อยละ 3.0 ซึ่งเป็นผลจากการฟื้นตัวของภาคการส่งออก โดยเฉพาะการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ซึ่งเกิดจากการเร่งการนำเข้าสินค้าก่อนที่นโยบายภาษีการค้าใหม่จะมีผลบังคับใช้ ส่งผลให้การส่งออกโดยรวมขยายตัวถึงร้อยละ 12.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะเดียวกันการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวได้ร้อยละ 1.6 โดยมีแรงสนับสนุนจากการลงทุนในกลุ่มสินค้าทุนและอุตสาหกรรมยานยนต์


ด้านนโยบายการคลังไทย การใช้จ่ายภาครัฐมีแนวโน้มปรับลดลงจากการเร่งเบิกจ่ายในช่วงก่อนหน้า ขณะที่ยังไม่มีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่เข้ามาเพิ่มเติมในช่วงเวลานี้ อีกทั้งความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศอาจเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินนโยบายการคลังและการเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่งอาจส่งผลให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาครัฐมีข้อจำกัดมากขึ้น การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก โดยได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง ครัวเรือนและธุรกิจขนาดเล็กยังคงเผชิญกับภาระหนี้สินในระดับสูง ซึ่งจำเป็นต้องลดระดับหนี้ลง ส่งผลให้กำลังซื้อเพื่อการบริโภคและการลงทุนลดลงตามไปด้วย ขณะเดียวกัน สถาบันการเงินก็เริ่มได้รับผลกระทบจากระดับหนี้เสีย (Non-Performing Loan: NPL) ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้องใช้มาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นในการปล่อยสินเชื่อ ส่งผลให้สภาพคล่องของครัวเรือนและธุรกิจขนาดกลางถึงขนาดเล็กตึงตัวมากขึ้น


ในด้านเงินเฟ้อ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังคงอยู่ในแดนลบ โดยล่าสุดในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ร้อยละ -0.7 และเฉลี่ยในช่วง 7 เดือนแรกของปีอยู่ที่ร้อยละ 0.21 โดย บลจ. ยูโอบี คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในแดนลบในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากฐานราคาน้ำมันในปีก่อนยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับแรงกดดันจากสินค้าราคาถูกที่นำเข้าจากประเทศจีน และกำลังซื้อภายในประเทศที่อ่อนแรงลงอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในช่วงร้อยละ 0.1 ถึง 0.3 จากภาพรวมดังกล่าวคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะปรับลดลงอีก 0.25% เหลือร้อยละ 1.25 ภายในสิ้นปีนี้ และอาจปรับลดลงอีก 1 ถึง 2 ครั้งในปี 2569 ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในช่วงร้อยละ 0.75 ถึง 1.00  แนวโน้มตลาดหุ้นไทยคาดว่าจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกหลังนโยบายภาษีของสหรัฐฯ มีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โครงการลงทุนภาครัฐ และเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดิจิทัล จะเป็นปัจจัยสำคัญในการประคับประคองการเติบโตภายในประเทศ ผสานกับนโยบายทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยที่มีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของตลาดทุน  อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยกดดันที่ต้องติดตาม เช่น ระดับหนี้ภาคครัวเรือนที่ยังสูง และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ยังต้องใช้เวลา


บลจ. ยูโอบี แนะนำกระจายการลงทุนในต่างประเทศโดยเรามีมุมมองเชิงบวกต่อตราสารทุนของสหรัฐฯ และตราสารหนี้ เนื่องจากนโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐฯ รวมถึงประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงขาลง เราจึงมีมุมมองลงทุนในตราสารหนี้โดยเน้นกลยุทธ์เพิ่มอายุตราสารประกอบกับการคัดเลือกเครดิตอย่างระมัดระวัง


นายกุลฉัตร จันทวิมล กรรมการผู้จัดการอาวุโส สายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด (บลจ. ยูโอบี) ได้ให้คำแนะนำทางเลือกผลิตภัณฑ์การลงทุน เพื่อรองรับวัตถุประสงค์การลงทุนที่แตกต่างกันของผู้ลงทุนดังนี้


(นายกุลฉัตร จันทวิมล)


1.เพื่อบริหารสภาพคล่องหรือต้องการลงทุนในระหว่างรอจังหวะการลงทุน กองทุนที่แนะนำ ได้แก่

  • กองทุนเปิด ไทย แคช แมเนจเม้นท์ (TCMF-M) หน่วยลงทุนชนิดเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป และกองทุนเปิด ไทย แคช แมเนจเม้นท์ หน่วยลงทุนชนิดเพื่อผู้ลงทุนนิติบุคคล (TCMF-I) ระดับความเสี่ยง 1 (เสี่ยงต่ำ) ที่มีนโยบายมุ่งลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ และ/หรือเงินฝาก หรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก แต่ไม่รวมถึงเงินฝากอิสลาม โดยจะลงทุนในตราสารแห่งหนี้ทั้งภาครัฐ และ/หรือภาครัฐวิสาหกิจ ที่มีความมั่นคงและมีสภาพคล่องสูงเป็นหลัก

  • กองทุนเปิด ยูไนเต็ด อินคัม เดลี่ อัลตร้า พลัส ฟันด์ (UIDPLUS) ระดับความเสี่ยง 4 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก ทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ ตราสารทางการเงินที่รัฐบาล องค์การ หน่วยงานของรัฐบาล องค์การระหว่างประเทศ รัฐวิสาหกิจ หรือภาคเอกชนทั้งในประเทศ/หรือต่างประเทศเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล หรือผู้ค้ำประกัน โดยอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนใน Derivatives เพื่อป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

  • กองทุนเปิด ไทย ตราสารหนี้ (TFIF) ระดับความเสี่ยง 4 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้ และ/หรือเงินฝาก ทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และ/หรือภาคเอกชน ที่มีความมั่นคงและมีสภาพคล่องสูงเป็นหลัก


2.เพื่อกระจายการลงทุนไปยังตราสารหนี้ทั่วโลก และรับความผันผวนได้ปานกลาง กองทุนที่แนะนำ ได้แก่ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล อินคัม สตราทีจิค บอนด์ ฟันด์ หน่วยลงทุนชนิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนแบบปกติ (UGIS-N) และกองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล อินคัม สตราทีจิค บอนด์ เอฟเอ็กซ์ ฟันด์ หน่วยลงทุนชนิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนแบบปกติ (UGISFX-N) ระดับความเสี่ยง 5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund (Class I) เพียงกองทุนเดียวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนหลักมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกระแสรายได้ในระดับสูงโดยการบริหารการลงทุนอย่างรอบคอบ และมีวัตถุประสงค์ในการสร้างการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว โดยมีหลักการสำคัญในการกระจายการลงทุนไปในตราสารหนี้ประเภทต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วโลกอย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สิน ทั้งนี้ กองทุน UGIS-N และกองทุน UGISFX-N อาจลงทุนใน Derivative เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน


3.เพื่อโอกาสลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย และรับความผันผวนได้ปานกลาง กองทุนที่แนะนำ ได้แก่

  • เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ : กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ซีไอโอ อินคัม ฟันด์ TH หน่วยลงทุนชนิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนแบบปกติ (UIFT-N) ระดับความเสี่ยง 5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในกองทุนหลัก United CIO Income Fund - Class T USD Acc เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนหลักกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ทั่วโลก อาจลงทุนทางอ้อมในบริษัทข้างต้นผ่านกองทุนรวม กองทุนรวมอีทีเอฟ (ETFs) หรือกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) และลงทุนโดยตรงในบริษัทผ่านตราสารทุน หลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน หรือ ตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเหล่านี้โดยตรง ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนใน Derivative เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน

  • เพื่อสร้างโอกาสเติบโตของเงินลงทุน : กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ซีไอโอ โกรท ฟันด์ TH หน่วยลงทุนชนิดเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (UGFT-M) ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในกองทุนหลัก United CIO Growth Fund – Class T USD Acc โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ทั่วโลก ในบริษัทที่จัดตั้ง จดทะเบียน ซื้อขาย หรือทำธุรกรรมในระดับโลก โดยกองทุนหลักอาจลงทุนในกองทุนรวม กองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) หรือกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ตราสารทุน หลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน พันธบัตร หรือตราสารหนี้้ของบริษัทเหล่านี้โดยตรง ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนใน Derivative เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน

  • เพื่อโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มการเติบโต : กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอส โกรท ฟันด์ (UUSA-M) ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในกองทุนหลัก JPMorgan Funds – US Growth Fund Class I (acc) – USD โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 67 ของมูลค่าทรัพย์สินในหุ้นที่มีการเติบโตหรือมีแนมโน้มการเติบโต (Growth style) ของบริษัทในประเทศสหรัฐฯ และอย่างน้อยร้อยละ 51 ของมูลค่าทรัพย์สิน จะลงทุนในบริษัทที่มีลักษณะเชิงบวกด้าน สิ่งแวดล้อมและ/หรือสังคมที่มีการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี

  • เพื่อโอกาสการลงทุนในตราสารทุนสหรัฐฯ : กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอส เทคโนโลยี อิควิตี้ ฟันด์ (UUSTECH) ระดับความเสี่ยง 7 (เสี่ยงสูง) ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในกองทุนหลัก JPMorgan Funds – US Technology Fund ชนิดหน่วยลงทุน JPM US Technology I (acc) - USD เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนหลักมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการเติบโตของเงินทุนในระยะยาว โดยเน้นการลงทุนตราสารทุนของบริษัทในประเทศสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี (ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะด้านเทคโนโลยี สื่อ และบริการ ด้านการสื่อสาร)

4.สำหรับการจัดพอร์ตลงทุนในระยะกลาง-ยาว ในหุ้นกลุ่มคุณภาพดีและเติบโตสูง กองทุนที่แนะนำ ได้แก่

  • กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล ดูเรเบิ้ล อิควิตี้ ฟันด์ (UGD) ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในกองทุนหลัก United Global Durable Equities Fund - Class USD ACC เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนหลักเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มั่นคงที่ให้กำไรทบต้นอย่างสม่ำเสมอแก่ผู้ลงทุนโดยมีระดับความผันผวนของผลตอบแทนที่ต่ำกว่าระดับ ค่าเฉลี่ยของบริษัททั่วไป และลงทุนในตราสารทุน หรือหลักทรัพย์อื่นๆ รวมถึงตราสารที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนที่จดทะเบียนและซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก

  • กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล อิควิตี้ แอบโซลูท รีเทิร์น (UGEAR) ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) - กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน ซึ่งมีนโยบายเน้นลงทุนในกองทุนหลัก Jupiter Merian Global Equity Absolute Return Fund (Class I USD Accumulation) กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อมุ่งสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวก (absolute return) ) โดยไม่ขึ้นกับภาวะตลาดในแต่ละขณะ โดยจะเน้นการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่จัดตั้งในประเทศต่างๆ ทั่วโลก และจดทะเบียนหรือซื้อขายบนตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นที่ยอมรับ (recognized exchanges)


5.โอกาสการลงทุนในตราสารทุนต่างประเทศ หรือสินทรัพย์ทางเลือก เพื่อกระจายความเสี่ยง กองทุนที่แนะนำ ได้แก่

  • กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล ซัสเทนเนเบิล อินฟราสตรัคเจอร์ อิควิตี้ ฟันด์ หน่วยลงทุนชนิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนแบบปกติ (UINFRA-N) ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ที่มีนโยบายลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) ตราสารทุนต่างประเทศ ที่มีนโยบายการลงทุนที่เน้นการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก และมีแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน โดยกระจายการลงทุนในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก โดยกองทุนจะมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่า ทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนใน Derivatives เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน

  • กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท โกลด์ ฟันด์ – H (UOBSG-H) ) ระดับความเสี่ยง 8 (เสี่ยงสูงมาก) ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในกองทุนหลัก SPDR Gold Trust ที่เน้นลงทุนในทองคำแท่งเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับราคาทองคำในตลาดโลกหักกับค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกองทุน โดยกองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้ อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน


นอกจากนี้  บลจ. ยูโอบี ยังมีทางเลือกเพิ่มเติมสำหรับนักลงทุนที่ต้องการ Solution ในการลงทุนเฉพาะทาง ได้แก่

1.USD Fund Solution กองทุนรวมสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) สำหรับนักลงทุนไทย เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนในสกุลเงินบาทเพียงอย่างเดียว กองทุนที่แนะนำ ได้แก่

  • กองทุน Term Fund หรือ กองทุนรวมที่กำหนดอย่างชัดเจนว่าจะถือทรัพย์สินที่ลงทุนตลอดอายุโครงการหรือตลอดรอบการลงทุน ความเสี่ยงระดับ 3 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) เหมาะกับคนที่อยากหาแหล่งพักเงินลงทุน โดยมีโอกาสได้ผลตอบแทนมากกว่าฝากออมทรัพย์ หรือฝากประจำในไทย

  • กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี เดลี่ ฟันด์ (USDAILY) ความเสี่ยงระดับ 4 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในกองทุนหลัก State Street USD Liquidity LVNAV Fund - Select Accumulating โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนหลักเน้นลงทุนในตราสารตลาดเงิน และ/หรือตราสารหนี้ในสกุลเงิน USD ที่มีการจ่ายดอกเบี้ยทั้งในอัตราดอกเบี้ยคงที่และอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนใน Derivatives เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

  • กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี โกลบอล อินคัม สตราทีจิค บอนด์ ฟันด์ (UGIS-USD) ความเสี่ยงระดับ 5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund (Class I) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักกระจายการลงทุนในตราสารหนี้ประเภทต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วโลกอย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สิน ซึ่งอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สิน


2.Private Asset Solution รองรับความต้องการของนักลงทุนที่มองหาโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกที่มีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว กองทุนที่แนะนำ ได้แก่

  • กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไพรเวท ไดเวอร์ซิไฟด์ เลนดิ้ง ฟันด์ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย หน่วยลงทุน ชนิดรับซื้อคืนแบบปกติ (UPD-UI-N) ความเสี่ยงระดับ 8+ (เสี่ยงสูงมากอย่างมีนัยสำคัญ) - กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน และกองทุนรวมสำหรับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษเท่านั้น ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในกองทุนหลัก PIMCO Private Diversified Lending Fund Ltd (Class C) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักกระจายการลงทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมในสินทรัพย์ประเภท Private Assets โดยลงทุนในการให้กู้ยืมเงินหรือเงินกู้ และ/หรือธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยสินเชื่อของภาคเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทที่มีการปล่อยสินเชื่อนอกตลาดหรือให้กู้ยืมโดยตรง (Private Lending, Loans or Private credit) ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนใน Derivatives เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน และ/หรือเพื่อการลดความเสี่ยง (Hedging)

  • กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไพรเวท อินฟราสตรัคเจอร์ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย หน่วยลงทุนชนิดรับซื้อคืนแบบปกติ (UPINFRA-UI-N) ความเสี่ยงระดับ 8+ (เสี่ยงสูงมากอย่างมีนัยสำคัญ) – กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน และกองทุนรวมสำหรับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษเท่านั้น ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในกองทุนหลัก EQT Nexus Fund SICAV - ENIF (Class I EUR-Z) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักมุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความเสี่ยง และการเติบโตของเงินลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาว โดยจัดสรรการลงทุนหลายรูปแบบ เช่น Fund Investments และ Co-Investments ในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานของ EQT ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนใน Derivatives เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน และ/หรือเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอื่นของกองทุน


นักลงทุนที่สนใจสามารถปรึกษาการลงทุนและขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคาร ยูโอบี จำกัด (มหาชน) หรือ บลจ. ยูโอบี โทร. 0-2786-2222 หรือเลือกทำรายการผ่านบริการออนไลน์ Premier Online หรือผ่านแอปพลิเคชัน UOBAM Invest Thailand และสำหรับผู้ลงทุนใหม่สามารถเปิดบัญชีกองทุนออนไลน์และลงทุนได้ทันที ผ่านแอป UOBAM Invest Thailandหรือคลิกที่ https://www.uobam.co.th/th/Channel/OpenAccountnew


คำเตือน

  • ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน และการลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงินและไม่สามารถรับรองผลตอบแทนได้

  • การลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งอาจทำให้ได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก

  • กองทุน TCMF-M และกองทุน TCMF-I เป็นกองทุนรวมตลาดเงิน แม้ว่ากองทุนรวมตลาดเงินลงทุนได้เฉพาะทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงต่ำแต่ก็มีโอกาสขาดทุนได้ ทั้งนี้ การลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงินไม่ใช่การฝากเงิน และมีความเสี่ยงจากการลงทุนซึ่งผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวน

  • การลงทุนใน UIFT-N, UGFT-M, UGIS-N, UGISFX-N, UUSA-M, UUSTECH, UGD, UGEAR, UINFRA-N, UOBSG-H, USDAILY, UGIS-USD, UPD-UI-N และ UPINFRA-UI-N เป็นการลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศซึ่งมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน อันอาจทําให้ได้รับเงินคืนตํ่ากว่าเงินลงทุนเริ่มแรก และมีความเสี่ยงที่ทางการของต่างประเทศอาจออกมาตรการในภาวะที่เกิดวิกฤตการณ์ที่ไม่ปกติ ทำให้กองทุนไม่สามารถนำเงินกลับเข้ามาในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับเงินคืนตามระยะเวลาที่กำหนด

  • กองทุน UIDPLUS, UGISFX-N, UUSA, UGD, UGEAR, UGD, UGEAR, UINFRA-N, UPD-UI-N, UPINFRA-UI-N มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

  • กองทุน UGIS-N, UIFT-N, UGFT-M, UOBSG-H มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ

  • กองทุน UUSA-M มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงของกองทุนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

  • กองทุน UUSTECH, UGIS-USD, USDAILY มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

  • กรณีกองทุน UGIS-USD และ USDAILY ลงทุนในตราสารที่เป็นสกุลเงินอื่นนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) กองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนหรือเกือบทั้งหมด (Fully Hedged)

  • กองทุน UPINFRA-UI-N ลงทุนกระจุกตัวในสินทรัพย์นอกตลาดที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Private Assets) จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ดังนั้น ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย ทั้งนี้ กองทุนมีค่าปรับกรณีขายคืนหน่วยลงทุนก่อนระยะเวลาถือครองที่กำหนด (Exit Fee) สำหรับการถือครองไม่ครบ 18 เดือน ในอัตราไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าหน่วยลงทุน

  • กองทุน UUSA-M, UINFRA-N และ UUSTECH ลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ดังนั้น ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย

  • กองทุน UGIS-USD และ USDAILY ลงทุนกระจุกตัวในตราสารหนี้ต่างประเทศ ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณากระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย

  • กองทุน UUSTECH ลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณากระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย

  • กองทุน UGEAR มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน ซึ่งมีความแตกต่างจากการลงทุนในกองทุนรวมทั่วไป โดยมีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน ซึ่งมีปัจจัยอ้างอิงที่มีความแตกต่างจากการลงทุนในปัจจัยอ้างอิงโดยตรง จึงอาจทำให้ราคาของผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนดังกล่าวมีความผันผวนแตกต่างจากราคาปัจจัยอ้างอิงได้ ดังนั้น แม้ว่าผู้ลงทุนจะเคยมีประสบการณ์ในการลงทุนหรือทำธุรกรรมในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนมาก่อน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจถึงลักษณะความเสี่ยงและเงื่อนไขเฉพาะตัวของกองทุนรวมนี้และขอคำแนะนำเพิ่มเติมจาก บลจ. หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง นอกจากนี้ ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียดสิทธิความคุ้มครองประกันชีวิตและประกันสุขภาพตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนของกองทุนและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันชีวิตและประกันสุขภาพ ทั้งนี้ ผู้ลงทุนที่ซื้อหน่วยลงทุนต่ำกว่า 1 ล้านบาทจะไม่ได้รับสิทธิความคุ้มครองประกันชีวิต

  • กองทุน UPD-UI-N และ UPINFRA-UI-N เป็นกองทุนรวมสำหรับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษเท่านั้น โดยกองทุนรวมนี้มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อนและไม่ถูกจำกัดความเสี่ยงด้านการลงทุนเช่นเดียวกับกองทุนรวมทั่วไป จึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่รับผลขาดทุนระดับสูงได้เท่านั้น แม้ว่าผู้ลงทุนจะเคยมีประสบการณ์ในการลงทุนหรือทำธุรกรรมในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนมาก่อน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจถึงลักษณะความเสี่ยงและเงื่อนไขเฉพาะตัวของกองทุนรวมนี้และขอคำแนะนำเพิ่มเติมจาก บลจ. หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

  • กรณี Term fund ผู้ลงทุนไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนของกองทุนตามอายุโครงการที่กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวน ดังนั้น หากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าว ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก และกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนหรือป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน แล้วแต่กรณี