บลจ.วรรณ เปิดเสนอขาย กองทุน ONE-RAREEARTH ไม่ใช่แค่กระแส แต่ความต้องการแร่ล้นตลาด
บลจ.วรรณ เพิ่มทางเลือก ลงทุนอุตสาหกรรมแร่หายากด้วยกองทุน ONE-RAREEARTH ชู 4จุดเด่น ความต้องการแร่หายากยังล้นตลาด โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Megatrend ของโลก อาทิ AI ข้อจำกัดผู้เล่นใหม่เกิดยาก เทคโนโลยีขุดมีความซับซ้อน มูลค่าหุ้นยังต่ำ หากเทียบโอกาสเติบโตทางธุรกิจ เปิดเสนอขายวันนี้ ถึง 27 พ.ย. 68

(นายพจน์ หะริณสุต)
นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด (บลจ.วรรณ) เปิดเผยว่า บริษัทเปิดเสนอขายกองทุนเปิด วรรณ แรร์เอิร์ธ (ONE-RAREEARTH) วันนี้ ถึง 27 พ.ย. นี้ มีนโยบายลงทุนกองทุนหลัก VanEck Rare Earth and Strategic Metals ETF โดยมุ่งเน้นลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าใช้จ่ายให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิง MVIS Global Rare Earth/Strategic Metals โดยดัชนีอ้างอิง ลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีรายได้เกี่ยวข้องกับการผลิต แปรรูปและรีไซเคิลแร่หายากและโลหะเชิงยุทธศาสตร์ทั่วโลก ไม่น้อยกว่า 50% (รวมหุ้นจีน A-shares) โดย 10 อันดับแรกของประเทศที่ลงทุน ได้แก่ จีน ออสเตยเลีย สหรัฐ ชิลี แคนนาดา เยอรมัน บราซิล
ในส่วนเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ของกองทุนหลักจะพิจารณาจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ไม่น้อยกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และปรับน้ำหนักสูงสุดต่อหลักทรัพย์ ไม่เกิน 8% โดยทำการปรับสัดส่วนการลงทุนทุกไตรมาส
นายพจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ราคาแร่หายาก(Rare Earth) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความต้องการด้านพลังงานสะอาดในทุกภูมิภาคของโลก รวมทั้งความพยายามลดการพึ่งพาอุปทานจากจีน โดยในช่วงปี 2023-2025 ราคาแร่หายากเคลื่อนไหวผันผวนและปรับตัวลดลง จากการที่จีนเพิ่มอุปทานแร่หายาก และเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ก่อนที่ราคาจะเริ่มฟื้นตัวกลับขึ้นมาในปีนี้
“ในช่วงนี้ Rare Earth ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือต่อรองการค้าระดับโลก เพราะเป็นที่ต้องการของประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะประเทศที่ได้เปรียบด้านทรัพยากร ซึ่งเป็นหนึ่งในธีมที่น่าสนใจลงทุน และหากมองในแง่มูลค่าหุ้น Rare Earth ยังมีความโดดเด่นในระยะข้างหน้า หากพิจารณาบนปัจจัย ด้านผู้เล่นใหม่จำกัด และความต้องการในตลาดยังมีอีกมาก โดยมูลค่าราคาหุ้นปัจจุบัน ถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ากว่าช่วงปี 2016-2017 โดยมีค่า P/E คาดการณ์ใน 12 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ประมาณ 55 เท่า ต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิม ที่ 80 เท่า บ่งชี้ว่า ราคาหุ้น Rare Earth ยังมี Upsides ค่อนข้างดีในระยะข้างหน้า” นายพจน์กล่าว
หากพิจาณาในแง่ของการเติบโตของอุตสาหกรรม บลจ.วรรณ มองว่า Rare Earth เป็นองค์ประกอบของสิ่งต่างๆที่พบได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ซึ่งความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้นตาม Megatrend ของโลก (High Demand) โดย Megatrend นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนความต้องการแร่หายากทั่วโลก ได้แก่ การแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ ความมั่นคงและกลาโหม และพลังงานสะอาด
สำหรับอุปทานของแร่หายากในปัจจุบัน นับว่ามีอยู่อย่างกระจุกตัว โดยจีนยังเป็นผู้ผลิตและครองตลาดรายใหญ่ที่สุด อีกทั้งยังมีข้อจำกัดจากปัจจัยด้านความซับซ้อนในขุดและสกัดแร่ รวมถึงการขอใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อมทำได้ยาก ซึ่งสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประมาณว่า ระยะเวลาในการสร้างโรงงานเพื่อผลิตแร่หายากใช้เวลาเฉลี่ย 8 ปี ส่งผลให้เกิดผู้เล่นรายใหม่ในตลาดค่อนข้างยาก ทำให้โรงงานผลิตแร่หายากมีอำนาจต่อรองสูง
นายพจน์กล่าว บลจ.วรรณ แนะนำสัดส่วนการลงทุน ONE-RAREEARTH อยู่ที่ประมาณ 3%-5% ของพอร์ตการลงทุน เพื่อเพิ่มโอกาสการลงทุนในธีมอุตสาหกรรมที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและสามารถถือลงทุนระยะสั้น ถึง ปานกลาง ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-659-8888 หรือตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้ง
