“Bond Yield” ญี่ปุ่นพุ่ง รับข่าว “BoJ” อาจขึ้นดอกเบี้ย...หวั่นทำ “Yen Carry Trade” สะดุ้ง ด้าน “บลจ.กรุงศรี” มอง “ความผันผวน” ยังอยู่ในกรอบที่ “ไม่น่ากังวล”

ก่อนหน้านี้ การปรับตัวขึ้นของ Bond Yield” ญี่ปุ่นมีออกมาเป็นระยะๆ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากคาดการณ์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่อาจเกิดขึ้น ทำให้มีความต้องการใช้เงินจำนวนมาก ในขณะที่ “ธนาคากลางสหรัฐ” (Fed) ก็ยังเดินนโยบายดอกเบี้ยผ่อนคลาย จึงยังเป็นเพียงข้อกังวลต่อธุรกรรม Yen Carry Trade” ที่มีอยู่อาจสะดุดลงได้


ล่าสุด Bond Yield” ญี่ปุ่นพุ่งแรง 2 ปี แตะ 1.02% และ 10 ปีใกล้ 1.85%–1.87% จากคาดการณ์ BOJ อาจขึ้นดอกเบี้ย 19 ธ.ค. โดยโอกาสถูกปรับขึ้นจาก 25% เป็นราว 80%


ทางด้าน “บลจ.กรุงศรี” ระบุผ่านมุมมองการลงทุนว่า เงินทุนไหลกลับญี่ปุ่น ลดแรงซื้อพันธบัตรสหรัฐ และดีลออกพันธบัตรขนาดใหญ่ของ Merck & Co. ดึงสภาพคล่องเพิ่มเติม ทำให้ Bond Yield สหรัฐปรับขึ้นตาม

  • ภาพรวมยังไม่น่ากังวล เนื่องจากตลาดยังคาดว่า Fed จะลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง ระบบการเงินยังมีสภาพคล่อง และทิศทางนโยบายของ BOJ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อเงินเฟ้อที่มีเสถียรภาพมากขึ้น

  • Bond Yield ญี่ปุ่นอายุ 2 ปี ปรับขึ้นแตะ 1.02% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008 ขณะที่ Bond Yield อายุ 10 ปีขยับขึ้นมาอยู่ใกล้ 1.85–1.87% ทำระดับสูงสุดในรอบหลายปีเช่นกัน


“แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากถ้อยแถลงของผู้ว่าการ BOJ ที่ส่งสัญญาณชัดว่าจะพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ ส่งผลให้นักลงทุนปรับเพิ่มความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยวันที่ 19 ธันวาคม จากระดับต่ำกว่า 25% ในสัปดาห์ก่อน ขึ้นมาอยู่ที่ราว 80%”

  • การปรับขึ้นของ Bond Yield ญี่ปุ่นได้สะเทือนตลาดพันธบัตรทั่วโลก โดยกระตุ้นให้กระแสเงินทุนไหลกลับสู่สินทรัพย์ญี่ปุ่น และลดแรงซื้อในพันธบัตรสหรัฐ ผลักดันให้ Bond Yield สหรัฐ ขยับสูงขึ้นตาม

  • ทั้งนี้อีกปัจจัยหนึ่งที่หนุน Bond Yield สหรัฐ คือดีลออกพันธบัตรเอกชนขนาดใหญ่ของ Merck & Co. รวมมูลค่ากว่า 15.8 พันล้านดอลลาร์ ทำให้สภาพคล่องในตลาดตราสารหนี้ถูกดูดออกจากพันธบัตรรัฐบาล และกดดันผลตอบแทนให้ปรับตัวขึ้น


“อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของ Bond Yield ในรอบนี้ยังอยู่ในกรอบที่ไม่น่ากังวล เนื่องจากตลาดยังคงคาดการณ์ว่า Fed จะเดินหน้าลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง ขณะเดียวกันระบบการเงิน ยังมีสภาพคล่องรองรับ และทิศทางดอกเบี้ยของ BOJ ที่เริ่มปกติขึ้น สะท้อนความเชื่อมั่น ต่อเสถียรภาพเงินเฟ้อ ซึ่งถือเป็นพัฒนาการเชิงบวกต่อภาพเศรษฐกิจโดยรวมในญี่ปุ่นนั่นเอง”