“กองทุนทองคำ” ปีนี้เขียวยกแผง โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +6.53% (ดีสุด +9.84%, แย่สุด +3.96%) ตาม “ราคาทองโลก” ที่ปีนี้บวกแล้วกว่า +8.52% แนะ “เข้าสะสม” รับเป้าหมายสูงขึ้นปลายปี
สำหรับแนวโน้มราคาทองคำในปี2026 ยังน่าสนใจมากในสายตานักวิเคราะห์ระดับโลก โดยราคาทองคำได้ทำจุดสูงสุดใหม่ไปแล้วในช่วงต้นปี (ม.ค.26) ที่ 5,418 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ ก่อนจะมีการย่อตัวลงมาโดยเฉพาะในช่วง “สงคราม” ที่ราคาทองคำไม่ได้พุ่งแรงอย่างที่ตลาดมองกันไว้ อย่างไรก็ตามหลายสถาบันการเงินมองว่าเป็นโอกาสในการ “เข้าสะสม” เพื่อเป้าหมายที่สูงขึ้นในช่วงปลายปี
“ทองคำ” ปีนี้แม้จะไม่ร้อนแรงนัก แต่ยังให้ผลตอบแทนบวกอยู่ +8.52% และทำให้ “กองทุนทองคำ” เขียวยกแผง โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +6.53% (ดีสุด +9.84%, แย่สุด +3.96%) (ที่มา: global.morningstar.com, วันที่ 6 พ.ค. 26)
โดย 5 “กองทุนทองคำ” ที่มีผลตอบแทนดีสุดปีนี้ (ไม่นับชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนที่มีกองหลักเหมือนกัน) ทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +9.64% นำมาโดย
-
“SCBGOLDE” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +84%
-
“ES-GOLDRMF-UH” ของบลจ.อีสท์สปริง +9.78%
-
“BGOLD” ของบลจ.บัวหลวง +67%
-
“BCAP-GOLD” ของบลจ.บางกอกแคปปิตอล +54%
-
“KF-GOLD” ของบลจ.กรุงศรี +9.36%
เป้าหมายราคาทองคำปี 2026
สถาบันการเงินชั้นนำส่วนใหญ่ขยับเป้าหมายขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมองเป้าหมายที่ระดับ 5,000 - 6,300 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละค่าย
-
P. Morgan: ให้เป้าหมายสูงสุดที่ 6,300 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ ภายในสิ้นปี 2026
-
UBS: มองเป้าหมายที่ 6,200 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ และมีโอกาสไปถึง 7,200 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ หากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงขึ้น
-
Bank of America: คาดการณ์ไว้ที่ 6,000 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ ภายในช่วงครึ่งแรกของปี
-
Goldman Sachs: มองแบบระมัดระวังกว่าที่ 5,400 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ (แต่ยังถือเป็นระดับที่สูงกว่าราคาปัจจุบัน)
-
Morgan Stanley: ให้เป้าหมายที่ 4,800 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ โดยมองว่าแรงส่งเริ่มชะลอตัวแต่เทรนด์ยังเป็นขาขึ้น
ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต
