“บลจ.วรรณ”...ลดค่าธรรมเนียม 3 กองทุนเด่น ตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค. - 31 ธ.ค. นี้

“บลจ.วรรณ”มอง “ตลาดหุ้นไทย” ยังมีความเสี่ยงหลังเริ่มทยอยผ่อนคลายมาตรการ Lockdown มองเป้าดัชนีปีนี้ 1,665 จุด แนะกระจายการลงทุนอย่างหลากหลาย ลดความผันผวนของสถานการณ์ลงทุน พร้อมลดค่าธรรมเนียม 3 ได้แก่ ‘ONE-UGG /ONE-UGG-SSF/ONE-UGERMF’ เริ่ม 10 ต.ค. - 31 ธ.ค. นี้ เพื่อสนับสนุนการลงทุน


นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนในช่วงนี้ ความเคลื่อนไหวด้านนโยบายทางการเงินเป็นปัจจัยที่เข้ามากดดันการลงทุนในตลาดหุ้นในระยะสั้น จากต้นทุนทางการเงินที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ มองว่าปัจจัยจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการลงทุนระยะกลาง-ยาวน้อยมาก โดยเฉพาะกับธุรกิจที่มีความสามารถในการแข่งขันและตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้คนและรูปแบบการทำธุรกิจที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มีแนวโน้มที่จะสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้โดดเด่นได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางภาพเศรษฐกิจที่ได้ทยอยกลับสู่ภาวะปกติ



(นายพจน์ หะริณสุต)



“ในส่วนของมุมมองต่อสถานการณ์การลงทุนในตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทมองว่า ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มปรับตัวในกรอบ เศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วแต่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์แพร่ระบาด Covid-19 สายพันธุ์เดลตาและ/หรือสายพันธุ์ใหม่ๆ หลังรัฐบาลได้ทยอยผ่อนคลายการ Lockdown โดยหากตัวเลขของผู้ติดเชื้อในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลอาจจะต้องใช้มาตรการคุมเข้มอีกครั้ง”


นายพจน์ ยังกล่าวอีกว่า การจัดการการระบาดถือเป็นปัจจัยหลักที่จะช่วยหนุนความต่อเนื่องในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน และหนุน Sentiment การลงทุนในระยะข้างหน้า เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ในตลาดหุ้นไทยมีรายได้ที่ต้องพึ่งพากิจกรรมทางเศรษฐกิจรูปแบบออฟไลน์ หรือเรียกว่าหุ้นประเภท Old Economy ดังนั้นมองไปข้างหน้าปัจจัยความสำเร็จขึ้นอยู่กับ ปัจจัยเรื่องการจัดหาวัคซีนที่ประสิทธิภาพสูงได้อย่างเพียงพอกับจำนวนประชากรโดยเร็ว และความรวดเร็วในการกระจายวัคซีนให้กับประชากรทั้งประเทศ เพราะหากล่าช้าจะทำให้โอกาสเปิดเมือง (Reopening) และเปิดประเทศอีกครั้งเป็นไปได้ยาก


“หรือหากรีบเปิดแต่ผู้ติดเชื้อกลับมาสูงอีกก็จำเป็นต้อง Lockdown อีกรอบ โดยปัจจุบันเศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนด้วยภาคการส่งออกสินค้าเพียงเท่านั้น ภาคบริการยังคงหยุดชะงัก  ทั้งนี้ บริษัทคงเป้าหมายดัชนี SET Index ที่ 1,665 จุด และเน้นสะสมเมื่อราคาหุ้นย่อตัวลง”


นายพจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้การจัดพอร์ตของผู้ลงทุนมีความสอดคล้องกับสถานการณ์การลงทุนดังกล่าว โดยบริษัทแนะสัดส่วนลงทุนในตราสารทุนที่ประมาณ 50% ของพอร์ต ซึ่งตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค. - 31 ธ.ค. นี้ บริษัทได้พิจารณา ลดค่าธรรมเนียมกองทุน Flagship ของบริษัท 3 กองทุนที่ลงทุนในกองทุนหลัก ‘Baillie Gifford Long-term Global Growth’ ได้แก่


-กองทุนเปิดวรรณ อัลติเมท โกลบอล โกรว์ธ (ONE-UGG) 


-กองทุนเปิดวรรณ อัลติเมท โกลบอล โกรว์ธ หน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม แบบไม่จ่ายเงินปันผล (ONE-UGG-SSF) 


-กองทุนเปิด วรรณ อัลติเมท โกลบอล อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (ONE-UGERMF) 


“สำหรับเป็นทางเลือกในการกระจายการลงทุนไปตลาดหุ้นต่างประเทศเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะข้างหน้า ไปกับหุ้นที่มีการเติบโตโดดเด่นและเป็นผู้นำในธุรกิจระดับโลก ซึ่งบริษัทมองว่า ธุรกิจที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งเหล่านี้จะเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวได้เร็วเมื่อเจอความผันผวนของตลาดในระยะสั้น โดยกองทุนทั้ง 3 กองทุนของบริษัท เหมาะสำหรับนักลงทุนที่สนใจสามารถถือลงทุนในระยะปานกลาง ถึง ยาว รวมถึงนักลงทุนที่สนใจลงทุนเพื่อรับสิทธิ์ลดหย่อนทางภาษี”