Official Update :

SCG ชูกลยุทธ์พลังงานแห่งอนาคต สร้างภูมิคุ้มกันธุรกิจ ฝ่าวิกฤตพลังงานโลก

สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางกำลังทำให้โลกเผชิญกับความไม่มั่นคงทางด้านพลังงาน โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานจะยังคงอยู่ต่อเนื่องไปอีก 10-20 ปี ไม่ใช่เพียงระยะสั้น ทำให้ภาคธุรกิจต้องเร่งปรับกลยุทธ์และกระจายแหล่งพลังงานเพื่อสร้างความมั่งคงควบคู่ไปกับความยั่งยืน


บนเวที Nikkei Asia Forum APAC 2026 ภายใต้หัวข้อ Future of Mobility and Pathway to Carbon Neutrality คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ได้สะท้อนมุมมองว่า ในสภาวะที่โลกมีความไม่แน่นอนสูง พลังงานไม่ได้เป็นเพียงต้นทุนการผลิต แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันและความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจในระยะยาว


บริหาร
Energy Mix หลากหลาย รับมือความไม่แน่นอน

โดยคุณธรรมศักดิ์ มองว่า จากวิกฤตราคาพลังงานที่เกิดขึ้น ธุรกิจไม่ควรพึ่งพาแหล่งพลังงานประเภทเดียว แต่ต้องอาศัยการบริหาร Energy Mix ที่สมดุล โดยยึด 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความมั่นคงด้านพลังงาน (Energy Security) ความสามารถในการแข่งขัน (Economic Competitiveness) และความยั่งยืน (Sustainability) ซึ่งทั้ง 3 ปัจจัยดังกล่าวไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกัน แต่สามารถส่งเสริมซึ่งกันและกันได้


การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ไม่ใช่เพียงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว ผ่านการลงทุนด้านนวัตกรรม พลังงานสะอาด และการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ


ซึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน เชื้อเพลิงชีวมวล และเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำสามารถเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานและสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจได้พร้อมกันภายใต้ระดับราคาพลังงานในปัจจุบัน ขณะเดียวกันพลังงานราคาถูกและมีความมั่นคงในการจัดหาก็เป็นปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของอุตสาหกรรม ดังนั้นการมีแหล่งพลังงานที่น่าเชื่อถือและสามารถส่งมอบได้ต่อเนื่อง ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญสำหรับการแข่งขันในยุคใหม่


เมื่อการกระจายแหล่งพลังงานกลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ คุณธรรมศักดิ์ จึงมองว่าอาเซียนมีศักยภาพสูงในการพัฒนาพลังงานสะอาด ทั้งชีวภาพ เอทานอล และพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงเชื้อเพลิงหมุนเวียน ซึ่งจะช่วยเพิ่มทั้งความมั่นคงด้านพลังงานและความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค หากได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม


ในด้านการดำเนินธุรกิจของเอสซีจีได้ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ ผ่านแนวคิด Green Mobility และการกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคอาเซียน


เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดต้นทุนระยะยาว

นอกจากการลงทุนด้านพลังงานใหม่แล้ว คุณธรรมศักดิ์ ระบุว่า เอสซีจียังให้ความสำคัญกับการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต โดยรวมโรงงานขนาดเล็กเป็นโรงงานขนาดใหญ่ระดับอาเซียน พร้อมลงทุนใน AI ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดการใช้พลังงาน และลดต้นทุน รองรับการแข่งขันระยะยาวท่ามกลางปัญหาการผลิตล้นตลาดจากประเทศจีน


โดยแนวทางเดียวกันถูกนำมาใช้กับการพัฒนาปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ ซึ่งใช้เวลากว่า 4-5 ปีในการพัฒนา โดยเอสซีจีตั้งเป้าควบคุมต้นทุนให้สามารถแข่งขันได้ เพราะเชื่อว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อไม่เพิ่มภาระให้ลูกค้า


จากแนวคิดดังกล่าว เอสซีจีได้นำมาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ผ่านกลยุทธ์ Green Parity ด้วยการนำเสนอปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำที่มีคุณภาพเทียบเท่าหรือแข็งแรงกว่าปูนซีเมนต์ทั่วไปในราคาที่ใกล้เคียงกัน ยอดขายเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าอุปสรรคสำคัญไม่ใช่คุณภาพของผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการรับรู้ของตลาดที่ยังเชื่อว่าสินค้าสีเขียวต้องมีราคาสูงกว่า


เอสซีจีจึงใช้ทั้งการสื่อสารและ Green Label หรือ ฉลากเขียว เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ผู้บริโภค โดยมองว่าการทำสิ่งที่ถูกต้องด้านความยั่งยืนจะนำไปสู่ต้นทุนที่ต่ำลงหรือผลกำไรที่ดีขึ้นในระยะยาว แม้ตลาดอาจต้องใช้ระยะเวลาในการรับรู้ แต่การได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในวงกว้าง นับเป็นเป้าหมายสำคัญที่จะทำให้ Energy Security และความยั่งยืนกลายเป็นความได้เปรียบทางการแข่งขันที่แท้จริงของภาคอุตสาหกรรม


การลงทุนในพลังงานสะอาด การยกระดับประสิทธิภาพการผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำที่แข่งขันได้ในเชิงพาณิชย์ที่กล่าวมาข้างต้น สะท้อนให้เห็นว่า สำหรับเอสซีจี Carbon Neutrality ไม่ใช่เพียงเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นกลยุทธ์ในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว


ในโลกที่พลังงานมีความไม่แน่นอนสูง ธุรกิจที่สามารถบริหาร Energy Mix ได้อย่างสมดุล ควบคู่ไปกับการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และเปลี่ยนความยั่งยืนให้เป็นความสามารถในการแข่งขัน จะเป็นผู้ที่สร้างการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว


Most Viewed
Banking
เอสซีบีเอกซ์ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 จำนวน 11,117 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากไตรมาสก่อน สะท้อนความยืดหยุ่นของพอร์ตธุรกิจท่ามกลางดอกเบี้ยขาลง
Updated 21 hours ago
Banking
ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับงวดแรกปี 2569 จำนวน 20,492 ล้านบาท
Updated 21 hours ago
Stock of the Day
เมื่อผลประกอบการที่ออกมาดี ไม่เพียงพอให้ตลาดตื่นเต้นอีกต่อไป บทเรียนจาก 3 หุ้นดังกำไรไตรมาส 2 เด่น แต่ตลาดกลับตอบสนองด้วยความกังวล
Updated 8 hours ago
Stock of the Day
SCGP โชว์ Q2/69 กำไรพุ่ง 128% รับอานิสงส์อินโดฯ พลิกบวก มั่นใจ Q3/69 ผลงานโตต่อเนื่อง เจรจาดีล M&P เพียบ ลุ้นบางส่วนชัดเจนปีนี้
Updated 1 day ago
Stock of the Day
แบงก์กลาง-เล็กกำไรแกร่ง TTB-KKP เซอร์ไพรส์ตลาด โบรกฯ มองงบกลุ่มอาจดีกว่าคาด แนะสะสมหุ้นเด่น KBANK-KTB
Updated 1 day ago
Follow Us