“หุ้นเกาหลีใต้” เจอ “Circuit Breaker” 2 วันติด ก่อนปิดตลาดวันนี้ -5.98% (1M -32.54%)…แต่ปีนี้ “กองหุ้นเกาหลีใต้” ยังเขียวยกแผง โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +54.77% !!!
“หุ้นเกาหลีใต้” เจอ “Circuit Breaker” 2 วันติด ก่อนปิดตลาดวันนี้ -5.98% (1M -32.54%)…แต่ปีนี้ “กองหุ้นเกาหลีใต้” ยังเขียวยกแผง โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +54.77% “บลจ.กสิกรไทย” ยังมีมุมมองเชิงบวกธีม “AI” ระยะยาว แม้ “ระยะสั้น” ยังผันผวน !!!
“หุ้นเกาหลีใต้” (KOSPI) วันนี้ (29 ก.ค. 26) ยังร่วงหนักเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน โดยระหว่างวัน ระหว่างการซื้อขายดิ่งลงมากกว่า 12% หลังแรงเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกรุนแรงขึ้น จากความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนด้าน “ปัญญาประดิษฐ์” (AI)
จน “ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้” สั่งระงับการซื้อขายเป็นเวลา 20 นาที หลังดัชนีร่วงลงเกิน 8% ส่งผลให้ต้องใช้ “มาตรการหยุดการซื้อขายชั่วคราว” (Circuit Breaker) เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ที่ดัชนีดิ่งลงเกือบ 11% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 5 เดือน ก่อนจะปิดตลาดไปที่ระดับ 5,663.24 จุด ลดลง -5.98% โดยย้อนหลัง 1 เดือนดิ่งไปแล้วกว่า -32.54%
แต่นับตั้งแต่ต้นปี “หุ้นเกาหลีใต้” ยังเป็นหนึ่งในตลาดที่ให้ผลตอบแทนที่สูง +31.41%
โดย 3 “กองหุ้นเกาหลีใต้” ที่มีผลงานดีสุดปีนี้ นำมาโดย
- “SCBKEQTG” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +63.64%
- “PRINCIPAL KEQ” ของบลจ.พรินซิเพิล +59.90%
- “DAOL-KOREAEQ” ของบลจ.ดาโอ +40.78%
- “KT-KOREA” ของบลจ.กรุงไทย N/A
- “DAOL-KOREAX” ของบลจ.ดาโอ N/A
- “ASP-KOREA” ของบลจ.แอสเซท พลัส N/A
(ที่มา: global.morningstar.com, ณ วันที่ 24 ก.ค. 26)
สาเหตุหลักที่ “หุ้นเกาหลีใต้” ร่วงลงอย่างแรง
- แรงเทขายทำกำไรในกลุ่มเทคโนโลยีและชิป AI: หุ้นเกาหลีใต้พึ่งพาผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ในสัดส่วนที่สูงมาก เมื่อตลาดเริ่มตั้งคำถามถึงระยะเวลาคืนทุนของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก (AI ROI) ประกอบกับผลประกอบการที่แม้จะเติบโต แต่ไม่ได้ทะลุเป้าหมายที่ตลาดคาดหวังไว้สูงมาก จึงเกิดแรงเทขายทำกำไรอย่างหนัก
- การเร่งตัวของแรงขายจากเลเวอเรจ (De-leveraging & Margin Calls): ในช่วงที่ตลาดเป็นขาขึ้น นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากใช้เงินกู้ (Margin) และกองทุน Leveraged ETFs เพื่อเพิ่มผลตอบแทน เมื่อราคาเริ่มปรับตัวลง จึงเกิดการ “ถูกบังคับขาย” (Force Sell / Margin Call) ซ้ำเติมให้ดัชนีดิ่งลงรวดเร็ว
- ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงาน: ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางสร้างความกังวลต่อราคาพลังงานและห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งกระทบต่อประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานและการส่งออกอย่างเกาหลีใต้โดยตรง
- ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ: ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง ทำให้เกิดความกังวลว่า “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) อาจตรึงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงไว้นานกว่าที่คาด กดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
“นักลงทุน” ยังมองบวกหุ้นธีม “AI” ในระยะยาว...“หุ้นเกาหลีใต้” ยังน่าสนใจ
แม้ “ตลาดหุ้นเกาหลีใต้” เผชิญแรงเทขายอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา แต่นักวิเคราะห์ระบุว่า ดัชนี KOSPI ยังอยู่สูงกว่าระดับเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้รับแรงหนุนจากกระแสความนิยมลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI
นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของ Fed รวมถึงผลประกอบการของไมโครซอฟท์ (Microsoft) และเมตา แพลตฟอร์มส์ (Meta Platforms) ซึ่งจะประกาศในวันนี้ เพื่อประเมินทิศทางของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
ด้าน “บลจ.กสิกรไทย” ระบุผ่านบทวิเคราะห์ว่า แรงขายในหุ้น AI และเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกกดดันหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก AI ในเอเชีย โดยเฉพาะกลุ่มชิปในเกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น และจีน ขณะที่ “หุ้นเกาหลีใต้” ได้รับผลกระทบมากที่สุด หลังตลาดปรับฐานมากกว่า 10% และเกิด Circuit Breaker เป็นครั้งที่ 8 สะท้อนภาวะ risk-off ของนักลงทุนต่อหุ้นเทคโนโลยีทั่วภูมิภาค
“ตลาดเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการลงทุน AI ของกลุ่ม Big Tech โดยเฉพาะบริษัทที่เร่งเพิ่ม Capex หรือมี Free Cash Flow อ่อนแอลง ส่งผลให้นักลงทุนกังวลเรื่องภาระหนี้ ความสามารถในการระดมทุน และผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นมากขึ้น”
อีกปัจจัยที่กดดัน sentiment คือความคืบหน้าของจีนในการพัฒนาเครื่อง Immersion DUV Lithography ภายในประเทศ ซึ่งสะท้อนความพยายามลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยียังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังตามหลัง ASML ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความสามารถในการผลิต และความน่าเชื่อถือ จึงยังไม่เป็นภัยคุกคามต่อความเป็นผู้นำของ ASML ในระยะใกล้
“แม้บริษัทยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อธีม AI ในระยะยาว เนื่องจากทั้งการลงทุนและอุปสงค์ยังเติบโตต่อเนื่อง แต่ในระยะสั้นตลาดอาจยังผันผวนจากแรงขายทำกำไรและการปรับลดความคาดหวัง หลังหุ้น AI ปรับตัวขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา แนะนำนักลงทุนควรกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงและหลีกเลี่ยงการกระจุกตัวในธีมใดธีมหนึ่งมากเกินไป แม้ธีม AI, Data Center และ Semiconductor จะยังมีศักยภาพเติบโตในระยะยาว แต่ระยะสั้นอาจเผชิญความผันผวนจากการปรับ valuation และ sentiment ของตลาด ผู้ที่มีสัดส่วนการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีสูงอาจพิจารณากระจายพอร์ตไปยังกองทุนที่ลงทุนหลากหลายภูมิภาคหรือหลายอุตสาหกรรม เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม
ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต
