ALLY เคาะราคาสุดท้ายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน 4.60 บาทต่อหน่วย นักลงทุนแห่จองซื้อคึกคัก

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อัลไล หรือ ALLY ประกาศราคาขายสุดท้ายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนที่ 4.60 บาทต่อหน่วย หลังนักลงทุนตอบรับเข้าจองซื้ออย่างล้นหลาม พร้อมเดินหน้าลงทุน 3 โครงการใหม่บนทำเลศักยภาพ ได้แก่ ชาน แอท ดิ อเวนิว แจ้งวัฒนะ, สายไหม อเวนิว และเดอะโซน ทาวน์ อิน ทาวน์ คาดรับผลประโยชน์ตอบแทนปีแรกสูงถึง 10.3% ต่อปี เตรียมนำหน่วยทรัสต์ใหม่เข้าเทรดวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ดันมูลค่าสินทรัพย์รวมของกองทรัสต์ทะยานแตะ 15,151 ล้านบาท ตามเป้าพร้อมยืนยันทรัพย์สินทุกโครงการทั้งเดิมและใหม่ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม


นายกวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อัลไล รีท แมนเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ อัลไล (ALLY) เปิดเผยว่า การเดินหน้าเข้าลงทุนเพิ่มเติมใน 3 โครงการใหม่ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนกลยุทธ์การขยายพอร์ตโฟลิโออย่างต่อเนื่องของกองทรัสต์เท่านั้น แต่ยังเป็นแรงหนุนสำคัญที่จะผลักดันให้มูลค่าสินทรัพย์รวม (Total Asset Value) ของกองทรัสต์ ALLY เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยทะยานแตะระดับ 15,151 ล้านบาทตามเป้าหมายที่วางไว้ ขนาดสินทรัพย์ที่ใหญ่ขึ้นและแหล่งรายได้ที่กระจายตัวบนทำเลศักยภาพที่หลากหลาย จะช่วยเสริมเสถียรภาพให้กับโครงสร้างรายได้ของกองทรัสต์ในระยะยาว ขณะที่ทรัพย์สินใหม่ซึ่งมีอัตราการเช่าพื้นที่สูงและฐานผู้เช่าแข็งแกร่ง จะช่วยหนุนการสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ


(นายกวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์)


สำหรับการเปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากนักลงทุนทุกกลุ่ม สะท้อนความเชื่อมั่นในทรัพย์สินที่จะเข้าลงทุน โดยกองทรัสต์ได้ประกาศราคาเสนอขายสุดท้ายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนที่ 4.60 บาทต่อหน่วย พร้อมคาดการณ์ผลประโยชน์ตอบแทนปีแรกสูงถึง 10.3% ต่อปี และเตรียมนำหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนใหม่เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 22 ตุลาคม 2569 นี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขาย และเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับระบบนิเวศไลฟ์สไตล์ (Community Ecosystem) ภายใต้แพลตฟอร์มของ ALLY ในอนาคต อีกทั้งยังตอกย้ำจุดแข็งของกองทรัสต์ที่สามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรและจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์อย่างสม่ำเสมอมาโดยตลอดสำหรับทรัพย์สินใหม่ทั้ง 3 โครงการล้วนตั้งอยู่บนทำเลที่มีศักยภาพสูงและมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ดังนี้


1) โครงการชาน แอท ดิ อเวนิว แจ้งวัฒนะ กองทรัสต์จะเข้าลงทุนในสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารระยะเวลา 30 ปี โครงการนี้เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ที่เพิ่งเปิดให้ดำเนินการในไตรมาสที่ 2 ปี 2567 ตั้งอยู่ติดถนนแจ้งวัฒนะ เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า MRT สายสีชมพู พร้อมรวบรวมผู้เช่าหลักระดับห้างสรรพสินค้าชั้นนำไว้อย่างครบครัน เช่น เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ และวิลล่า มาร์เก็ท


2) โครงการสายไหม อเวนิว กองทรัสต์จะเข้าลงทุนในสิทธิการเช่าช่วงที่ดินบางส่วนและสิทธิการเช่าอาคารระยะเวลา 25 ปี เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ขนาดใหญ่ที่ครบครันและทันสมัยที่สุดในย่านสายไหม โดดเด่นด้วยสัดส่วนร้านอาหารและเครื่องดื่มกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่


3) โครงการเดอะโซน ทาวน์ อิน ทาวน์ กองทรัสต์จะเข้าลงทุนในสิทธิการเช่าช่วงที่ดินบางส่วนและสิทธิการเช่าอาคารบางส่วนระยะเวลา 25 ปี โครงการนี้ถูกออกแบบให้เป็นอาคารพาณิชย์หลายคูหาที่โดดเด่นด้วยทำเลติดถนนศรีวรา อีกทั้งยังตั้งอยู่ใกล้โครงการ “เดอะซีน ทาวน์อินทาวน์” ซึ่งเป็นทรัพย์สินภายใต้การบริหารเดิมของกองทรัสต์ จึงมีศักยภาพในการสร้างคุณค่าเสริมซึ่งกันและกัน (Synergy) ได้เป็นอย่างดี 


ด้านสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ ขอยืนยันเพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนว่า ทรัพย์สินของกองทรัสต์ทุกโครงการยังคงเปิดให้บริการตามปกติ และไม่พบความเสียหายต่อตัวอาคารหรือระบบงานวิศวกรรมใดๆ ขณะเดียวกัน ทรัพย์สินใหม่ทั้ง 3 โครงการที่จะเข้าลงทุนเพิ่มเติมในย่านแจ้งวัฒนะ สายไหม และทาวน์อินทาวน์ ก็ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวเช่นกัน นอกจากนี้ บริษัทฯ และผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ยังได้เตรียมมาตรการรองรับไว้อย่างรัดกุม ทั้งเครื่องสูบน้ำ แนวป้องกันน้ำ รวมถึงจัดทำประกันภัยครอบคลุมความเสียหายจากภัยธรรมชาติไว้เรียบร้อยแล้ว


“ความสำเร็จในการเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพและทิศทางการเติบโตของ ALLY อย่างแท้จริง การเข้าลงทุนเพิ่มเติมใน 3 โครงการคอมมูนิตี้มอลล์ศักยภาพสูง ถือเป็นอีกก้าวสำคัญตามกลยุทธ์การยกระดับองค์กรสู่การเป็น ‘Urban Experience Platform’ เราไม่ได้มองเพียงแค่การขยายพื้นที่เช่า แต่เราตั้งใจสร้างสรรค์ระบบนิเวศไลฟ์สไตล์ หรือ Community Ecosystem ที่เชื่อมโยงผู้คน พื้นที่ และธุรกิจเข้าด้วยกัน ภายใต้แนวคิด ‘WHERE LIFE FEELS RIGHT’ เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน” นายกวินทร์ กล่าว