“บลจ.กรุงไทย”...เปิด 3 กองทุนใหม่ เจาะกลุ่มนักลงทุนที่เตรียมวางแผนลดหย่อนภาษี

“บลจ.กรุงไทย”...เปิดขาย 3 กองทุนใหม่ ‘KT-CLIMATE RMF, KT-CLIMATE SSF และ KT-ASIAG-SSF’ จับเทรนด์กระแสรักษ์โลก 2 กองทุน และจับจังหวะเศรษฐกิจเอเชียที่กำลังฟื้นตัวสร้างโอกาสเสริมพอร์ตอีก 1 กองทุน เจาะกลุ่มนักลงทุนที่สนใจการวางแผนภาษีในช่วงสิ้นปี


นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTAM) เปิดเผยว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้เกิดวินัยการออม การลงทุนที่ดี และการวางแผนภาษีที่ถูกต้องในช่วงเทศกาลวางแผนภาษีปลายปีเช่นนี้ จึงเปิดเสนอขาย 3 กองทุนใหม่ ได้แก่ กองทุนเปิดเคแทม เอเชีย โกรท อิควิตี้ ฟันด์ ชนิดเพื่อการออม (KT-ASIAG-SSF)’, ‘กองทุนเปิดเคแทม โกลบอล ไครเมท เชนจ์ อิควิตี้ ฟันด์ ชนิดเพื่อการออม (KT-CLIMATE-SSF)’ และ กองทุนเปิดเคแทม Global Climate Change เพื่อการเลี้ยงชีพ (KT-CLIMATE RMF)’ โดยทั้ง 3 กองนี้มีเป้าหมายเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนในด้านการส่งเสริมการออมและการวางแผนรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี



(นางชวินดา หาญรัตนกูล)



“โดยกองทุนทั้ง
 3 นี้นอกจากจะมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับธีมการลงทุนที่เป็นเมกะเทรนด์โลกแล้ว ยังเป็นกองทุนที่นักลงทุนสามารถนำเงินลงทุนไปใช้ในการวางแผนรับสิทธิลดหย่อนภาษีได้อีกทางหนึ่งด้วย  โดยกอง KT-CLIMATE RMF จะเปิด IPO ในระหว่างวันที่ 1-9 ธ.ค. 21 นี้ ส่วนกอง KT-CLIMATE-SSF และกอง KT-ASIAG-SSF จะเริ่มเสนอขายตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 21 เป็นต้นไป”


นางชวินดา ยังกล่าวอีกว่า กอง KT-ASIAG-SSF กองทุนนี้มีนโยบายเน้นการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘JP Morgan Funds’ (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียว ในชนิดหน่วยลงทุน (Share class) “I” ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ซึ่งกองทุนรวมหลักนั้น จะเน้นการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) โดยลงทุนส่วนใหญ่ในบริษัทที่มีธุรกิจที่ได้รับประโยชน์หรือเกี่ยวข้องกับการเติบโตในเศรษฐกิจเอเชียภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับการเพิ่มมูลค่าของเงินลงทุนในระยะยาว


ส่วนกอง KT-CLIMATE-SSF และกอง KT-CLIMATE RMF เป็นกองทุนที่เพิ่มโอกาสทำกำไรเมื่อโลกกำลังปฎิวัติอุตสาหกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยทั้งสองกองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘Schroder ISF Global Climate Change Equity’ (กองทุนหลัก) เพียงกองเดียว ในชนิดหน่วยลงทุน (Share Class) “C” ในสกุลเงิน USD โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม


“กองทุนหลักนั้นมีวัตถุประสงค์การลงทุนมุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนจากการเติบโตของเงินลงทุนผ่านการลงทุนในตราสารทุน หรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัททั่วโลกที่ผู้จัดการกองทุนหลักมีความเห็นว่าได้รับประโยชน์จากพฤติกรรมในการส่งเสริมเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ (Climate Change) หรือจำกัดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิอากาศ”


คำเตือน กองทุนมีปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญ เช่น ความเสี่ยงทางตลาด ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องของหลักทรัพย์ ความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัว และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น ทั้งนี้ ทั้ง 3 กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ในกรณีที่กองทุนไม่ได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือจะได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ / ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุน SSF/RMF และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน