“บลจ.ทิสโก้”...ส่ง ‘TCYBER’ เกาะเทรนด์ Metaverse – ธุรกิจดิจิทัลพลิกโฉมโลก IPO 4-12 ม.ค. นี้
“บลจ.ทิสโก้”...ประเดิมปีขาล ขาย “TCYBER” ลงทุนธุรกิจด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ชี้โอกาสเติบโตเด่นตามความต้องการเพิ่มขึ้นจาก “Metaverse” และทุกอุตสาหกรรมในโลกเร่งลงทุนระบบป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ เปิดเสนอขาย IPO 4-12 ม.ค. 22
นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน บลจ.ทิสโก้ เปิดเผยว่า การเกิดขึ้นของเมตาเวิร์ส (Metaverse) ยิ่งตอกย้ำให้เห็นชัดว่าโลกกำลังพลิกโฉมและขับเคลื่อนไปสู่ “โลกดิจิทัล” อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกค้ารับผลตอบแทนที่ดีสอดคล้องกับกับเมกะเทรนด์ของโลก บริษัทจึงเปิดเสนอขาย ‘กองทุนเปิด ทิสโก้ Cyber Security (TCYBER)’ ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่มีการพัฒนาและจัดการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และได้รับประโยชน์จากการพัฒนาและการใช้เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ทั่วโลก ผ่านหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟตราสารทุนต่างประเทศอย่างน้อย 2 กองทุน ซึ่งเบื้องต้นกองทุนได้ลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ 2 กองทุน ได้แก่ กองทุน Global X Cybersecurity ETF และ กองทุน Allianz Global Investors Fund - Allianz Cyber Security
.jpg)
(นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ)
“กองทุนเปิด TCYBER ลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท เปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 4 – 12 ม.ค. 22 ผ่านธนาคารทิสโก้ จำกัด(มหาชน), บล. ทิสโก้ จำกัด, บลจ.ทิสโก้ จำกัด และช่องทางออนไลน์ eInvest, Application TISCO My Funds เท่านั้น ทั้งนี้ กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศจึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก”
นายสาห์รัช ยังกล่าวอีกว่า สำหรับจุดเด่นของ ‘กองทุน TCYBER’ คือ ลงทุนในกองทุน Global X Cybersecurity ETF และ กองทุน Allianz Global Investors Fund - Allianz Cyber Security ซึ่งทั้งสองกองทุนมีนโยบายการเลือกหุ้นที่แตกต่างกัน ทำให้นักลงทุนได้กระจายการลงทุนไปยังหุ้นเติบโต และหุ้นขนาดใหญ่พื้นฐานแกร่งไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนยังให้น้ำหนักการลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศทั้งสองกองทุนด้วยน้ำหนักการลงทุนที่เท่าๆ กัน โดยอิงจากผลตอบแทนในอดีตซึ่งพบว่าน้ำหนักลงทุนดังกล่าวจะเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีเมื่อเทียบกับความเสี่ยง
สำหรับตัวอย่างบริษัทที่กองทุนเข้าไปลงทุน เช่น Fortinet บริษัทผู้พัฒนาและจำหน่ายโซลูชั่นความ ปลอดภัยทางไซเบอร์ ครองส่วนแบ่งการตลาดกว่า 38% ในธุรกิจ “Network Firewalls” มีลูกค้ากระจายอยู่กว่า 100 ประเทศทั่วโลก คาดว่าปี 2654 รายได้แตะระดับ 3,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เติบโต 28.5% เมื่อเทียบปีก่อน มีโครงสร้างรายได้ที่มั่นคง โดยมีสัดส่วนจากการบริการถึง 65% ในปี 2653 ***
ตัวอย่างที่สองคือ Palo Alto เป็นผู้นำทางด้าน Network Security ด้านการปกป้องการคุกคามทาง Cyber เน้น Cloud เป็นหลัก มีลูกค้าองค์กรชั้นนำมากกว่า 85,000 องค์กร จาก 150 ประเทศทั่วโลก มีรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ และค่า Subscription ตามประเภทการใช้งานของลูกค้า ผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ปีบัญชี 2564 มีรายได้ เติบโต 28% เมื่อเทียบปีก่อน ****
และสุดท้าย บริษัท Zscaler บริษัทด้าน Cloud Security-as-a-Service ช่วยให้ธุรกิจยุคใหม่ทำ Digital Transformation ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และ ยืดหยุ่น มีลูกค้ากว่า 5,600 ราย และกว่า 500 ราย เป็นบริษัทใน Forbes Global 2000 ผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ปีบัญชี 2564 มีรายได้เติบโต 57% เมื่อเทียบปีก่อน ***** และตัวอย่างสุดท้าย บริษัท Okta ผู้ให้บริการด้าน Identity ชั้นนำของโลก ปัจจุบันมีลูกค้าองค์กรมากกว่า 13,050 ราย คาดการณ์รายได้เติบโตเฉลี่ย 46% ต่อปีในช่วงปี 2562-2565 รายได้ไตรมาส 2 ปีบัญชี 2565 เติบโต 54.7% เมื่อเทียบปีก่อน คาดการณ์รายได้ ไตรมาส 3 ปีบัญชี 2565 เติบโต 50% เมื่อเทียบปีก่อน คาดการณ์รายได้เต็มปีบัญชี 2565 อยู่ระหว่าง 1,243-1,250 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เติบโต 49% - 50% เมื่อเทียบปีก่อน******
ทั้งนี้ ‘กองทุนเปิด TCYBER’ อาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในต่างประเทศ จึงมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนรวม ผู้สนใจลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า ศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุนรวม โดยเฉพาะนโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
