“บลจ.ยูโอบี”...มองจังหวะดีหุ้นสหรัฐปรับฐาน ส่ง ‘USDIS’ ลุย ‘หุ้นขนาดกลาง-เล็ก’ ที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว IPO 10 -18 ก.พ. นี้

“บลจ.ยูโอบี”...มองสหรัฐเปลี่ยนผ่านเข้าสู่วัฏจักรเศรษฐกิจระยะกลาง (Mid-Cycle) อย่างเต็มตัว ทำให้การสนับสนุนนโยบายการเงินการคลังจากภาครัฐมีแนวโน้มลดลงส่งผลให้ตลาดหุ้นมีความผันผวนมากขึ้น โดยอาศัยจังหวะตลาดปรับฐานในการเข้าลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ขนาดกลางและเล็ก ด้วยกลยุทธ์การคัดสรรบริษัทที่เข้าไปลงทุนจากปัจจัยพื้นฐานของบริษัทนั้นๆ (Purely Bottom Up Approach) ส่ง ‘USDIS’ ขายครั้งแรก 10-18 ก.พ. 22 นี้


นายกุลฉัตร จันทวิมล รองกรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในปี 2021 ที่ผ่านมากลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว อย่างสหรัฐฯ มีภาพการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่กลับมาฟื้นตัวได้รวดเร็วกว่าประเทศอื่นๆและได้เปลี่ยนผ่านสู่วัฏจักรเศรษฐกิจระยะกลาง (Mid-Cycle) เรียบร้อยแล้ว ทำให้การดำเนินนโยบายกำลังเข้าสู่ช่วงปรับฐาน มีการลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งนโยบายการเงินและการคลังเพื่อลดอัตราการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ แม้ว่าจะทำให้ภาพรวมการลงทุนมีความผันผวน แต่ยังมีโอกาสที่จะเข้าลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่ยังมีศักยภาพในการเติบโต โดยให้ความสำคัญในการลงทุนในบริษัทที่เป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมและจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจในอนาคต





(นายกุลฉัตร จันทวิมล)



“ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว บริษัทมองว่าการลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็กยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสการลงทุนในสหรัฐฯ จึงจัดตั้ง กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอส ดิสคัฟเวอรี่ อิควิตี้ ฟันด์ (USDIS)’ เปิดเสนอขายครั้งแรก 10-18 ก.พ. 22 นี้ และด้วยความร่วมมือกับทาง ‘UOBAM (Singapore) Limited’ และ ‘Baillie Gifford’ ผู้จัดการกองทุนที่มีเชี่ยวชาญการลงทุนในสหรัฐฯ และจะบริหารจัดการกองทุนด้วยกลยุทธ์ US Discovery ผ่านกองทุน USDIS’ นี้เท่านั้น เน้นการคัดสรรการลงทุน (Stock Selection) กลุ่มธุรกิจที่แสวงหาโอกาสในการเปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกำไร บริษัทที่เป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมที่แตกต่างจากคู่แข่งและจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจในอนาคต


นายกุลฉัตร จันทวิมล กล่าวเพิ่มเติมว่า กลยุทธ์ US Discovery จะเน้นแสวงหาโอกาสการลงทุนหุ้นขนาดกลางและเล็กในสหรัฐฯ ที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นในการดำเนินธุรกิจและมีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาวผ่านกระบวนการคัดเลือกบริษัทด้วย Purely Bottom Up Approach มีหลักการดังนี้

1) ให้ความสำคัญในการลงทุนในบริษัทที่เป็นผู้คิดค้นและขับเคลื่อนนวัตกรรมและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ในอุตสาหกรรมนั้นๆ ได้


2) มองภาพการลงทุนระยะยาว (ระยะเวลาการลงทุนประมาณ 5 ปี) และมองข้ามปัจจัยความผันผวนระยะสั้น


3) มองหากลุ่มธุรกิจที่มีความน่าสนใจและมีโอกาสเติบโตได้ในระดับสูง


กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอส ดิสคัฟเวอรี่ อิควิตี้ ฟันด์ (USDIS)’ มีระดับความเสี่ยง 6 กองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยกองทุนมีนโยบายการลงทุนอย่างน้อย 80ในตราสารทุนของบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด(Market Capitalization) ทั้งขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์และจัดตั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือดำเนินธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้กองทุนมีดัชนีเปรียบเทียบผลตอบแทน คือ Russell 2500 Total Return Growth Index ปรับด้วยต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อเทียบสกุลเงินบาท ณ วันที่คำนวณผลตอบแทน สัดส่วน 100%


นายกุลฉัตร กล่าวต่ออีกว่า ‘Baillie Gifford Overseas Limited’ จะเข้ามาทำหน้าที่ผู้รับดำเนินการช่วงการลงทุนต่อ (Sub-Investment Manager) เพื่อบริหารกองทุน USDIS’  ซึ่งเป็นบริษัทบริหารจัดการลงทุนจากสหราชอาณาจักรที่มีชื่อเสียงระดับโลก ที่มีประสบการณ์ในการลงทุนมามากกว่า 113 ปี ปัจจุบันมีทรัพย์สินภายใต้การบริหารจัดการทั่วโลกมากกว่า $466.8bn (ข้อมูลจาก Baillie Gifford ณ เดือนกันยายน 2021ทั้งนี้ Baillie Gifford Oversea Limited มีโครงสร้างบริษัทแบบ Partnership ที่หุ้นส่วนทั้งหมดเป็นเจ้าของและทำงานในบริษัทซึ่งทำให้มีความเป็นอิสระจากแรงกดดันจากผู้ถือหุ้นจากนอกองค์กร (No External Shareholder) ทำให้ Baillie Gifford มีปรัชญาการลงทุนที่เป็นเอกลักษณ์และสามารถรองรับการลงทุนระยะยาวได้อย่างแท้จริงเพื่อเฟ้นหาธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตของกำไรที่ยั่งยืนภายใต้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Purely Bottom Up Approach  


คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะกองทุน นโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยงและผลการดำเนินงานของกองทุนก่อนการตัดสินใจลงทุน กองทุนมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนในต่างประเทศ ถึงแม้ว่ากองทุนอาจป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนรวม  แต่เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต