Official Update :

“บลจ.กสิกรไทย”...โชว์ปันผล 4 ‘กอง FIF’ กว่า 300 ล้านบาท พร้อมกัน 16 ธ.ค. นี้

“บลจ.กสิกรไทย”...จ่ายปันผล 4 ‘กอง FIF’ รวมกว่า 300 ล้านบาท เผยเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวรับข่าวดีที่คาดว่าจะใช้วัคซีนได้กลางปีหน้า โดยรวมตลาดหุ้นโลกยังมีแรงหนุนจากสภาพคล่องที่ท่วมท้น และอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่ายังอยู่ในระดับต่ำต่อไปอีก

นายนาวิน อินทรสมบัติ Chief Investment Officer บลจ.กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทจ่ายเงินปันผล 4 กองทุนต่างประเทศ ได้แก่

-กองทุนเปิดเค ไชน่า หุ้นทุน (K-CHINA) สำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. - 30 พ.ย. 20 ในอัตรา 0.20 บาทต่อหน่วย

-กองทุนเปิดเค โกลบอล แอลโลเคชั่น (K-GA) สำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. - 30 พ.ย. 20 ในอัตรา 0.20 บาทต่อหน่วย

-กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส ดัชนีเอ็นดีคิว 100-A ชนิดจ่ายเงินปันผล (K-USXNDQ-A(D)) และ กองทุนเปิดเค โกลบอล อินฟราสตรัคเจอร์ หุ้นทุน (K-GINFRA) สำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. - 30 พ.ย. ในอัตรา 0.35 และ 0.25 บาทต่อหน่วย ตามลำดับ

(นาวิน อินทรสมบัติ)

“โดยมีกำหนดจ่ายปันผลพร้อมกันวันที่ 16 ธ.ค. 63 รวมมูลค่าทั้งสิ้น 328.69 ล้านบาท”

นายนาวิน ยังกล่าวต่อไปว่า ‘กองทุน K-CHINA’ มีนโยบายที่เน้นลงทุนในหุ้นจีนที่เติบโต (Growth) คุณภาพสูง (High Quality) และอยู่ในกลุ่มธุรกิจใหม่ (New Economy) อาทิ Alibaba, Tencent และ Meituan-Dianping ซึ่งกองทุนมีการจ่ายปันผลนับตั้งแต่จัดตั้ง รวมทั้งสิ้น 20 ครั้ง เป็นเงิน 5.05 บาทต่อหน่วย โดยกองทุนมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) เฉลี่ยอยู่ที่ 1.92% ต่อปี และมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 3.17% ต่อปี (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย. 20)

สำหรับ ‘กองทุน K-GA’ มีนโยบายที่เน้นกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก โดยผู้จัดการกองทุนหลักจะปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งกองทุนมีการจ่ายปันผลนับตั้งแต่จัดตั้ง รวมแล้วทั้งสิ้น 20 ครั้ง เป็นเงิน 6.60 บาทต่อหน่วย โดยกองทุนมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) เฉลี่ยอยู่ที่ 5.58% ต่อปี และมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 16.63% ต่อปี (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย. 20)

ทางด้าน ‘กองทุน K-USXNDQ-A(D)’ มีนโยบายที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทชั้นนำในสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี มุ่งสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง NASDAQ-100 ซึ่งกองทุนมีการจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่องทุกปีนับตั้งแต่จัดตั้ง รวมทั้งสิ้น 29 ครั้ง เป็นเงิน 9.30 บาทต่อหน่วย โดยกองทุนมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) เฉลี่ยอยู่ที่ 6.39% ต่อปี และมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 43.17% ต่อปี (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย. 20)

และ ‘กองทุน K-GINFRA’ มีนโยบายที่เน้นสร้างผลตอบแทนระยะยาวจากการลงทุนในหุ้น รวมถึงทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trusts: REITs) ซึ่งกองทุนมีการจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่องทุกปีนับตั้งแต่จัดตั้ง รวมทั้งสิ้น 11 ครั้ง เป็นเงิน 2.40 บาทต่อหน่วย โดยกองทุนมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) เฉลี่ยอยู่ที่ 4.38% ต่อปี

“การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกมีทิศทางที่ดี ภายใต้ความคาดหวังต่อการพัฒนาวัคซีนที่น่าจะได้ใช้กันในวงกว้างกลางปีหน้า อีกทั้งแนวโน้มการค้าโลกที่น่าจะดีขึ้นจากนโยบายของนายไบเดน โดยรวมตลาดหุ้นโลกยังมีแรงหนุนจากสภาพคล่องที่ท่วมท้น และอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่ายังอยู่ในระดับต่ำต่อไปอีก อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนยังต้องจับตาสถานการณ์โควิดที่ยังไม่สิ้นสุดและความคืบหน้าของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐฯ โดยผู้ลงทุนยังควรต้องใช้ความระมัดระวัง (Cautious และ Selective) ในการลงทุนและการกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ต”

นายนาวิน กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทแนะนำให้ผู้ลงทุนเพิ่มน้ำหนักการลงทุนไปใน ‘กองทุน K-CHINA’ และ ‘K-GA’ ได้ ส่วน ‘กองทุน K-USXNDQ-A(D)’ และ ‘K-GINFRA’ แนะนำให้ประเมินสถานการณ์ก่อนเข้าลงทุน ทั้งนี้ สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจสามารถลงทุนได้ง่ายๆ เริ่มต้นเพียง 500 บาท