TTW หุ้นน้ำประปาปันผลสูง ทางเลือกสำหรับสาย Passive Income
หุ้นปันผลสัปดาห์นี้ Wealthy Thai ขอนำเสนอ TTW หรือ บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) ธุรกิจบริหารจัดการน้ำครบวงจร อีกหนึ่งหุ้นปันผลยอดนิยม ซึ่งเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการ Passive Income ในระดับ 6-7% ต่อปี ขณะเดียวกันยังสามารถรับความเสี่ยงจากราคาหุ้นที่อาจผันผวนได้
โดยบริษัท หลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า TTW ยังเป็น 1 ใน 3 หุ้นที่แนะนำให้ถือสำหรับนักลงทุนสายรับปันผล และผู้ที่ต้องการหาการลงทุนแบบ Passive Income ที่ได้ผลตอบแทนระดับ 6-7% ต่อปี รวมถึงรับความเสี่ยงราคาที่แกว่งตัว 4-6% ได้ โดยมองว่าจะยังคงเห็นการจ่ายปันผลระดับ 0.60 บาทต่อปี (สอดคล้องกับ Bloomberg Consensus) ก่อนจะถึงจุดเปลี่ยน คือ การลงทุนขนาดใหญ่ครั้งใหม่ (ถ้ามี) และ ช่วงก่อนปี 2576-2577 ถึงจะมีประเด็นต่อสัญญาใหญ่ ซึ่งจะหมดไล่เลี่ยกัน 2 สัญญา ทำให้ช่วงนี้ความเสี่ยงด้านราคาแกว่งตัวแรงก็ถูกจำกัด
ขณะที่ทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2568 บริษัทจะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบมากกว่าการขยายการลงทุนใหม่ ซึ่งหมายถึงน่าจะยังไม่ได้เห็นการใช้เงินลงทุนขนาดใหญ่มาก (ไม่ต้องกังวลว่าเงินปันผลจะถูกดึงไปใช้ลงทุนก่อนในช่วงนี้) เช่นที่ผ่านมา อีกทั้ง TTW ได้ปรับเปลี่ยนสถานีเพิ่มแรงดัน เป็น สถานีจ่ายน้ำ 2 โรง เพื่อให้ปริมาณการจ่ายน้ำเพิ่มขึ้น นอกจากเรื่องประสิทธิภาพ คาดจะมีฝั่งต้นทุนทางการเงินที่ทยอยลดลงจากการจ่ายคืนหนี้ปกติด้วย (ส่วนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนด แนวโน้มจะ Refinance/Roll-over มากกว่าการจ่ายคืน)
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์ปี 2567 TTW จะจ่ายปันผลรวมที่ 0.60 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ 6.7% ซึ่ง TTW จ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตรา 0.30 บาท ดังนั้นหากอ้างอิงคาดการณ์ดังกล่าว ในงวดผลประกอบการปี 2567 บริษัทน่าจะจ่ายปันผลอีก 0.30 บาท ส่วนปี 2568 คาดการณ์บริษัทยังจ่ายปันผลที่ 0.60 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 6.7%
สำหรับทิศทางผลประกอบการไตรมาส 4/67 คาดกำไรปกติจะลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า ตามผลของฤดูกาลของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำในลาว ทำให้ประมาณการปี 2567 สูงเกินไปเล็กน้อย อย่างไรก็ดี บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คาดจะไม่มีผลกับคาดการณ์เงินปันผลที่คาดจะจ่ายที่ระดับ 0.30 บาทต่อหุ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 ทั้งนี้ ประเมินกำไรสุทธิปีนี้ที่ 2.86 พันล้านบาท ลดลง 2% จากปีก่อน
ส่วนคำแนะนำการลงทุน ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะที่ 10.50 บาท โดยราคาหุ้นมี Upside มากเพียงพอ ทำให้คาดการณ์เงินปันผลอยู่ในระดับสูงราว 6.7% ต่อปี และจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการลงทุนในรอบดอกเบี้ยขาลงทั่วโลกในปี 2568

