สหรัฐจ่อขึ้นแบล็กลิสต์บริษัทจีนอีกกว่า 10 แห่งปมซินเจียง
แหล่งข่าวเผยรัฐบาลสหรัฐเล็งเพิ่มบริษัทและหน่วยงานจีนกว่า 10 แห่งลงบัญชีดำทางเศรษฐกิจฐานละเมิดสิทธิมนุษยชนในซินเจียง
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะเพิ่มบริษัทและหน่วยงานของจีนมากกว่า 10 แห่งลงในบัญชีดำทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนและใช้เทคโนโลยีขั้นสูงละเมิดความเป็นส่วนตัวของประชาชนในเขตปกครองตนเองซินเจียง
หลังจากเมื่อเดือนที่แล้วกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐประกาศเพิ่มหน่วยงานของจีน 5 แห่งลงในบัญชีดำด้วยเหตุผลเกี่ยวกับการบังคับใช้แรงงานและการปราบปรามชนกลุ่มน้อยในซินเจียงของรัฐบาลจีน
อย่างไรก็ตามยังไม่ทราบรายละเอียดแน่ชัดเกี่ยวกับจำนวนและรายชื่อของบริษัทและหน่วยงานที่จะถูกเพิ่มลงในบัญชีดำทางเศรษฐกิจครั้งล่าสุดนี้ แต่คาดว่าอาจมีบริษัทจากประเทศอื่นนอกจากจีนรวมอยู่ด้วย โดยปกติแล้วบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐจะต้องยื่นขอใบอนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์และต้องผ่านการตรวจสอบที่เข้มงวดหากขออนุญาตรับสินค้าจากซัพพลายเออร์ในสหรัฐ แหล่งข่าวระบุว่าการขึ้นบัญชีดำบริษัทและหน่วยงานจีนในครั้งนี้เป็นความพยายามของรัฐบาลไบเดนที่จะกดดันให้จีนรับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการปราบปรามชนกลุ่มน้อยมุสลิมในซินเจียง
อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐบาลสหรัฐพุ่งเป้าไปที่บริษัทจีนที่เชื่อมโยงกับข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการสอดส่องด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงในซินเจียง โดยรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยขึ้นบัญชีดำทางเศรษฐกิจบริษัทสตาร์ทอัพ AI ชื่อดังของจีนมาแล้ว รวมถึงสำนักงานรักษาความปลอดภัยสาธารณะของจีน 20 แห่ง และบริษัท 8 แห่งรวมถึงบริษัทกล้องวงจรปิด Hikvision และผู้นำด้านเทคโนโลยีการจดจำใบหน้า SenseTime Group Ltd และ Megvii Technology กระทวงพาณิชย์กล่าวว่าบริษัทและหน่วยงานต่างๆ มีส่วนเกี่ยวข้องใน "การสอดส่องด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงต่อชาวอุยกูร์ คาซัคสถาน และชนกลุ่มน้อยมุสลิมอื่นๆ"
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญและกลุ่มสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติประเมินว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีประชาชนมากกว่า 1 ล้านคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยมุสลิมอื่นๆ ถูกคุมขังในซินเจียง ขณะที่จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และการบังคับใช้แรงงานในซินเจียง และกล่าวว่านโยบายของตนมีความจำเป็นเพื่อปราบปรามกลุ่มแบ่งแยกดินแดนและกลุ่มหัวรุนแรง
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะเพิ่มบริษัทและหน่วยงานของจีนมากกว่า 10 แห่งลงในบัญชีดำทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนและใช้เทคโนโลยีขั้นสูงละเมิดความเป็นส่วนตัวของประชาชนในเขตปกครองตนเองซินเจียง
หลังจากเมื่อเดือนที่แล้วกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐประกาศเพิ่มหน่วยงานของจีน 5 แห่งลงในบัญชีดำด้วยเหตุผลเกี่ยวกับการบังคับใช้แรงงานและการปราบปรามชนกลุ่มน้อยในซินเจียงของรัฐบาลจีน
อย่างไรก็ตามยังไม่ทราบรายละเอียดแน่ชัดเกี่ยวกับจำนวนและรายชื่อของบริษัทและหน่วยงานที่จะถูกเพิ่มลงในบัญชีดำทางเศรษฐกิจครั้งล่าสุดนี้ แต่คาดว่าอาจมีบริษัทจากประเทศอื่นนอกจากจีนรวมอยู่ด้วย โดยปกติแล้วบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐจะต้องยื่นขอใบอนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์และต้องผ่านการตรวจสอบที่เข้มงวดหากขออนุญาตรับสินค้าจากซัพพลายเออร์ในสหรัฐ แหล่งข่าวระบุว่าการขึ้นบัญชีดำบริษัทและหน่วยงานจีนในครั้งนี้เป็นความพยายามของรัฐบาลไบเดนที่จะกดดันให้จีนรับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการปราบปรามชนกลุ่มน้อยมุสลิมในซินเจียง
อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐบาลสหรัฐพุ่งเป้าไปที่บริษัทจีนที่เชื่อมโยงกับข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการสอดส่องด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงในซินเจียง โดยรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยขึ้นบัญชีดำทางเศรษฐกิจบริษัทสตาร์ทอัพ AI ชื่อดังของจีนมาแล้ว รวมถึงสำนักงานรักษาความปลอดภัยสาธารณะของจีน 20 แห่ง และบริษัท 8 แห่งรวมถึงบริษัทกล้องวงจรปิด Hikvision และผู้นำด้านเทคโนโลยีการจดจำใบหน้า SenseTime Group Ltd และ Megvii Technology กระทวงพาณิชย์กล่าวว่าบริษัทและหน่วยงานต่างๆ มีส่วนเกี่ยวข้องใน "การสอดส่องด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงต่อชาวอุยกูร์ คาซัคสถาน และชนกลุ่มน้อยมุสลิมอื่นๆ"
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญและกลุ่มสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติประเมินว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีประชาชนมากกว่า 1 ล้านคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยมุสลิมอื่นๆ ถูกคุมขังในซินเจียง ขณะที่จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และการบังคับใช้แรงงานในซินเจียง และกล่าวว่านโยบายของตนมีความจำเป็นเพื่อปราบปรามกลุ่มแบ่งแยกดินแดนและกลุ่มหัวรุนแรง
Most Viewed
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
Updated 19 hours ago
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
Updated 1 day ago
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
Updated 4 hours from now
Where to put your money
“หุ้นกู้มีปัญหา” 9M26 สุทธิอยู่ที่ 6.6 พันลบ. ไตรมาส4/26 มี “หุ้นกู้ระยะยาว” ครบกำหนด 1.7 แสนลบ. เป็น “High Yield” เพียง 7% เท่านั้น !!!
Updated 11 hours ago
Follow Us
News Update
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
