โอกาสสุดท้าย! อนามัยโลกตั้งทีมสืบหาต้นตอโควิด-19
องค์การอนามัยโลกตั้งทีมใหม่ ชี้อาจเป็นโอกาสสุดท้ายในการสิบหาต้นตอโควิด-19
รอยเตอร์สรายงานว่าองค์การอนามัยโลก (WHO) ตั้งคณะที่ปรึกษาด้านเชื้อโรคอันตรายเพื่อสืบหาต้นตอของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ SARS-CoV-2 พร้อมชี้ว่าอาจเป็นโอกาสสุดท้ายในการระบุต้นกำเนิดของไวรัสดังกล่าวอันเป็นต้นกำเนิดของโรคโควิด-19
คณะที่ปรึกษาภายใต้ชื่อ Scientific Advisory Group on the Origins of Novel Pathogens (SAGO) ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญทั้งสิ้น 26 คน ซึ่งรวมถึงทีมผู้เชี่ยวชาญที่ลงพื้นที่สืบหาต้นตอโควิด-19 ในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีนเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา
โดยคณะที่ปรึกษาได้มีการเรียกร้องให้ทางการจีนเปิดเผยข้อมูลของผู้ป่วยรายแรกที่ตรวจพบในเมืองอู่ฮั่นเมื่อเดือนธ.ค. 2019 และให้ความร่วมมือกับองค์การอนามัยโลกในการสืบหาต้นตอของไวรัสในครั้งนี้
ขณะที่จีนปฏิเสธสมมติฐานที่ว่าไวรัสอาจรั่วไหลออกมาจากห้องปฏิบัติการในประเทศจีน และกล่าวว่าไม่มีความจำเป็นที่คณะผู้เชี่ยวชาญจะต้องลงพื้นที่ตรวจสอบในประเทศจีนอีกต่อไป
โดยเฉิน ซู เอกอัครราชทูตจีนประจำสหประชาชาติกล่าวว่า ถึงเวลาที่ทีมผู้เชี่ยวชาญจะต้องไปตรวจสอบที่อื่นแล้ว เนื่องจากจีนให้ความร่วมมือในการตรวจสอบในประเทศแล้วถึง 2 ครั้ง พร้อมชี้ว่าการตรวจสอบต้นตอของไวรัสควรอยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่หน่วยงานข่าวกรอง
ทั้งนี้ ช่วงต้นปีที่ผ่านมาองค์การอนามัยโลกได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญไปตรวจสอบในอู่ฮั่นมาแล้ว โดยผลการศึกษาครั้งนั้นระบุว่าาสมมติฐานที่ว่าไวรัสอาจรั่วไหลมาจากห้องปฏิบัติการในอู่ฮั่นนั้นไม่น่าเป็นไปได้อย่างยิ่ง และชี้ว่าเชื้อไวรัสอาจแพร่จากค้างคาวไปยังสัตว์อีกชนิดหนึ่งก่อนที่จะแพร่ระบาดในมนุษย์
อย่างไรก็ตาม เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลกเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเพิ่มเติมเนื่องจากข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอ
ด้านไมค์ ไรอัน ผู้เชี่ยวชาญฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลกกล่าวว่าการจัดตั้งคณะที่ปรึกษาครั้งนี้อาจเป็นโอกาสสุดท้ายในการสืบหาต้นตอของโควิด-19
รอยเตอร์สรายงานว่าองค์การอนามัยโลก (WHO) ตั้งคณะที่ปรึกษาด้านเชื้อโรคอันตรายเพื่อสืบหาต้นตอของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ SARS-CoV-2 พร้อมชี้ว่าอาจเป็นโอกาสสุดท้ายในการระบุต้นกำเนิดของไวรัสดังกล่าวอันเป็นต้นกำเนิดของโรคโควิด-19
คณะที่ปรึกษาภายใต้ชื่อ Scientific Advisory Group on the Origins of Novel Pathogens (SAGO) ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญทั้งสิ้น 26 คน ซึ่งรวมถึงทีมผู้เชี่ยวชาญที่ลงพื้นที่สืบหาต้นตอโควิด-19 ในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีนเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา
โดยคณะที่ปรึกษาได้มีการเรียกร้องให้ทางการจีนเปิดเผยข้อมูลของผู้ป่วยรายแรกที่ตรวจพบในเมืองอู่ฮั่นเมื่อเดือนธ.ค. 2019 และให้ความร่วมมือกับองค์การอนามัยโลกในการสืบหาต้นตอของไวรัสในครั้งนี้
ขณะที่จีนปฏิเสธสมมติฐานที่ว่าไวรัสอาจรั่วไหลออกมาจากห้องปฏิบัติการในประเทศจีน และกล่าวว่าไม่มีความจำเป็นที่คณะผู้เชี่ยวชาญจะต้องลงพื้นที่ตรวจสอบในประเทศจีนอีกต่อไป
โดยเฉิน ซู เอกอัครราชทูตจีนประจำสหประชาชาติกล่าวว่า ถึงเวลาที่ทีมผู้เชี่ยวชาญจะต้องไปตรวจสอบที่อื่นแล้ว เนื่องจากจีนให้ความร่วมมือในการตรวจสอบในประเทศแล้วถึง 2 ครั้ง พร้อมชี้ว่าการตรวจสอบต้นตอของไวรัสควรอยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่หน่วยงานข่าวกรอง
ทั้งนี้ ช่วงต้นปีที่ผ่านมาองค์การอนามัยโลกได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญไปตรวจสอบในอู่ฮั่นมาแล้ว โดยผลการศึกษาครั้งนั้นระบุว่าาสมมติฐานที่ว่าไวรัสอาจรั่วไหลมาจากห้องปฏิบัติการในอู่ฮั่นนั้นไม่น่าเป็นไปได้อย่างยิ่ง และชี้ว่าเชื้อไวรัสอาจแพร่จากค้างคาวไปยังสัตว์อีกชนิดหนึ่งก่อนที่จะแพร่ระบาดในมนุษย์
อย่างไรก็ตาม เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลกเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเพิ่มเติมเนื่องจากข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอ
ด้านไมค์ ไรอัน ผู้เชี่ยวชาญฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลกกล่าวว่าการจัดตั้งคณะที่ปรึกษาครั้งนี้อาจเป็นโอกาสสุดท้ายในการสืบหาต้นตอของโควิด-19
Most Viewed
Stock of the Day
GUNKUL เซ็น PPA ใหม่ คว้าโรงไฟฟ้า 3 โครงการ หนุนพอร์ตพลังงานสีเขียวโตต่อ ดันกำลังผลิตรวมพุ่งแตะ 2,121 MW
Updated 16 hours ago
Stock of the Day
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย อัดงบ 7 หมื่นล้าน ลุย EV-AI นิคม ยานยนต์ ชิ้นส่วน พลังงานเด่น
Updated 18 hours ago
Fun of Funds
มองครึ่งปีหลัง “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือก... มองบวก “หุ้นไทย” ให้เป้าปีนี้ 1,630 – 1,660 จุด !!!
Updated 17 hours ago
Stock of the Day
ประเทศไทย จาก “Sick Man of Asia” สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI ดาวรุ่ง? Bloomberg ชี้โอกาสรับย้ายฐานผลิต หนุนไทยขึ้นแท่นฐานลงทุนโลก
Updated 1 day ago
News Highlight
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ใช้กระป๋องน้ำอลูมิเนียมรีไซเคิลได้ 100%
Updated 19 hours ago
Follow Us
News Update
