คว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียไม่คืบ EU เสียงแตก เพราะบางประเทศไม่เอาด้วย
สหภาพยุโรปยังไม่มีมติเห็นชอบคว่ำบาตรพลังงานรัสเซีย เยอรมนีต้องพึ่งพาน้ำมันปริมาณมาก
หลังจากที่มีการเปิดเผยร่างแถลงการณ์ของสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งระบุว่าจะประกาศเห็นชอบลดการพึ่งพาน้ำมัน ก๊าซ และถ่านหินจากรัสเซีย ล่าสุดสำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศ ในกรุงบรัสเซลส์ เมื่อคืนวันที่ 21 มี.ค. ที่ผ่านมา สิ้นสุดลงโดยยังไม่มีการลงมติเห็นชอบการยกระดับมาตรการคว่ำบาตรพลังงานของรัสเซีย
โดยเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์มองว่าสหภาพยุโรปพึ่งพาน้ำมันและก๊าซปริมาณมากจากรัสเซีย และยังไม่สามารถตัดขาดได้ในตอนนี้
"คำถามเรื่องการคว่ำบาตรน้ำมัน มันไม่ได้อยู่ที่ว่าเราต้องการหรือไม่ต้องการ แต่มันอยู่ที่ว่าเราต้องพึ่งพาน้ำมันมากแค่ไหน เยอรมนีนำเข้าน้ำมันของรัสเซียจำนวนมาก รวมถึงประเทศอื่นๆ ที่ไม่สามารถยุติการนำเข้าได้ในวันนี้" อันนาเลนา แบร์บ็อก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเยอรมนีกล่าวต่อผู้สื่อข่าว
สร้างความไม่พอใจให้กับฝ่ายที่ต้องการให้ยกระดับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย รวมถึง กาเบรียล ลันสเบอร์กีส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของลิทัวเนียซึ่งกล่าวบนทวิตเตอร์ว่า "ทำไมยุโรปจะต้องให้เวลาปูตินในการกอบโกยรายได้จากน้ำมันและก๊าซมากขึ้นด้วย? มีเวลามากขึ้นที่จะใช้พอร์ตยุโรป? มีเวลามากขึ้นที่จะใช้ธนาคารรัสเซียที่ยังไม่ถูกคว่ำบาตรในยุโรป? ถึงเวลาที่ต้องยุติแล้ว"
ก่อนหน้านี้ผู้นำลัตเวียยังได้กดดันให้ยุโรปคว่ำบาตรพลังงานรัสเซีย โดยมองว่าหากหยุดพึ่งพาพลังงานของรัสเซียก็จะเป็นการหยุดการระดมทางทหารของรัสเซียด้วย
ทั้งนี้ เนื่องจากประเทศในสหภาพยุโรปพึ่งพาพลังงานของรัสเซียมากกว่า โดยนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียกว่าร้อยละ 40 นำเข้าน้ำมันร้อยละ 27 และนำเข้าถ่านหินเกือบครึ่งหนึ่งของการนำเข้าทั้งหมด แม้ว่าการคว่ำบาตรจะตัดขาดเงินหลายร้อยล้านยูโรต่อวันไปยังรัสเซีย แต่ก็อาจกระทบต่อเศรษฐกิจของยุโรปและผลักดันราคาน้ำมันให้พุ่งสูงขึ้นไปอีกด้วย
ด้านโจเชป บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป กล่าวว่า การที่รัสเซียดำเนินการปิดล้อมและทิ้งระเบิดที่มาริอูโปลนั้นถือว่าเป็น "อาชญากรรมสงครามครั้งใหญ่" ซึ่งยุโรปจะยกระดับบทลงโทษต่อรัสเซีย และจะมีการตัดสินใจที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นในภายหลัง
โดยที่ผ่านมาสหภาพยุโรปและประเทศพันธมิตรได้ออกมาตรการลงโทษ โดยเน้นการคว่ำบาตรต่อธนาคารและผู้มีอิทธิพลในรัสเซีย ตลอดจนแบนเครื่องบินรัสเซียจากน่านฟ้าของสหภาพยุโรป และยุติการส่งออกเทคโนโลยี
ขณะที่สหรัฐประกาศห้ามนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากรัสเซียไปแล้ว ส่วนสหราชอาณาจักรระบุว่าจะทำภายในสิ้นปี 2022
หลังจากที่มีการเปิดเผยร่างแถลงการณ์ของสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งระบุว่าจะประกาศเห็นชอบลดการพึ่งพาน้ำมัน ก๊าซ และถ่านหินจากรัสเซีย ล่าสุดสำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศ ในกรุงบรัสเซลส์ เมื่อคืนวันที่ 21 มี.ค. ที่ผ่านมา สิ้นสุดลงโดยยังไม่มีการลงมติเห็นชอบการยกระดับมาตรการคว่ำบาตรพลังงานของรัสเซีย
โดยเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์มองว่าสหภาพยุโรปพึ่งพาน้ำมันและก๊าซปริมาณมากจากรัสเซีย และยังไม่สามารถตัดขาดได้ในตอนนี้
"คำถามเรื่องการคว่ำบาตรน้ำมัน มันไม่ได้อยู่ที่ว่าเราต้องการหรือไม่ต้องการ แต่มันอยู่ที่ว่าเราต้องพึ่งพาน้ำมันมากแค่ไหน เยอรมนีนำเข้าน้ำมันของรัสเซียจำนวนมาก รวมถึงประเทศอื่นๆ ที่ไม่สามารถยุติการนำเข้าได้ในวันนี้" อันนาเลนา แบร์บ็อก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเยอรมนีกล่าวต่อผู้สื่อข่าว
สร้างความไม่พอใจให้กับฝ่ายที่ต้องการให้ยกระดับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย รวมถึง กาเบรียล ลันสเบอร์กีส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของลิทัวเนียซึ่งกล่าวบนทวิตเตอร์ว่า "ทำไมยุโรปจะต้องให้เวลาปูตินในการกอบโกยรายได้จากน้ำมันและก๊าซมากขึ้นด้วย? มีเวลามากขึ้นที่จะใช้พอร์ตยุโรป? มีเวลามากขึ้นที่จะใช้ธนาคารรัสเซียที่ยังไม่ถูกคว่ำบาตรในยุโรป? ถึงเวลาที่ต้องยุติแล้ว"
ก่อนหน้านี้ผู้นำลัตเวียยังได้กดดันให้ยุโรปคว่ำบาตรพลังงานรัสเซีย โดยมองว่าหากหยุดพึ่งพาพลังงานของรัสเซียก็จะเป็นการหยุดการระดมทางทหารของรัสเซียด้วย
ทั้งนี้ เนื่องจากประเทศในสหภาพยุโรปพึ่งพาพลังงานของรัสเซียมากกว่า โดยนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียกว่าร้อยละ 40 นำเข้าน้ำมันร้อยละ 27 และนำเข้าถ่านหินเกือบครึ่งหนึ่งของการนำเข้าทั้งหมด แม้ว่าการคว่ำบาตรจะตัดขาดเงินหลายร้อยล้านยูโรต่อวันไปยังรัสเซีย แต่ก็อาจกระทบต่อเศรษฐกิจของยุโรปและผลักดันราคาน้ำมันให้พุ่งสูงขึ้นไปอีกด้วย
ด้านโจเชป บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป กล่าวว่า การที่รัสเซียดำเนินการปิดล้อมและทิ้งระเบิดที่มาริอูโปลนั้นถือว่าเป็น "อาชญากรรมสงครามครั้งใหญ่" ซึ่งยุโรปจะยกระดับบทลงโทษต่อรัสเซีย และจะมีการตัดสินใจที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นในภายหลัง
โดยที่ผ่านมาสหภาพยุโรปและประเทศพันธมิตรได้ออกมาตรการลงโทษ โดยเน้นการคว่ำบาตรต่อธนาคารและผู้มีอิทธิพลในรัสเซีย ตลอดจนแบนเครื่องบินรัสเซียจากน่านฟ้าของสหภาพยุโรป และยุติการส่งออกเทคโนโลยี
ขณะที่สหรัฐประกาศห้ามนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากรัสเซียไปแล้ว ส่วนสหราชอาณาจักรระบุว่าจะทำภายในสิ้นปี 2022
Most Viewed
Insurance
BLA เผย 8 เดือนเบี้ยโต 5% เหนืออุตฯ ปรับพอร์ตลงทุน เพิ่มพันธบัตรรัฐบาล เปิดตัว “ห่วงรัก สุดคุ้ม” รับสังคมสูงวัย
Updated 1 day ago
News Highlight
กลุ่มบริษัทบางจาก OKEA และ JAPEX หารือโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจ
Updated 1 day ago
News Highlight
ซีพี แอ็กซ์ตร้า จัดงานใหญ่ส่งท้ายปี “แม็คโคร โชห่วย โชว์โปร ออนทัวร์ 2026” ที่แม็คโคร ศรีนครินทร์
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
Updated 8 hours from now
Stock of the Day
บ้านคนละหลัง PLUS ปลุกอสังหาฯ แค่บางกลุ่ม โบรกฯ ชี้ LPN-PSH รับอานิสงส์ แต่ชู SIRI-SPALI เด่น พื้นฐานแกร่ง-ปันผลสูง 8%
Updated 1 day ago
Follow Us
News Update
