มีแค่ประกัน COVID-19 พอหรือไม่??

ในช่วงที่ COVID - 19 แพร่ระบาดระลอกใหม่ ตัวเลขความต้องการซื้อประกัน COVID-19 ทั้งแบบ เจอ จ่าย จบ หรือ แบบมีค่ารักษาพยาบาล เพิ่มสูงขึ้นถึง 13.8 ล้านฉบับ (ข้อมูล ณ วันที่ 22 เม.ย. 64) หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 20% ของประชากรทั้งประเทศ


สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจถึงคุณประโยชน์ของการมีประกันของคนไทย ที่ซื้อ ‘ประกัน’ เพื่อโอนความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับ ‘ชีวิต’ และ ‘ทรัพย์สิน’ ของเรา ไปให้กับบริษัทผู้รับประกัน เพื่อที่จะปกป้องทรัพย์สินและความมั่งคั่งไม่ให้ลดลงกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน


แต่...แค่มีประกัน COVID -19 นั้น เพียงพอต่อการคุ้มครองความเสี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของเราหรือยัง ?


ก่อนอื่นต้องยอมรับว่า แม้เราจะรักษาไวรัส COVID-19 ให้หายไปจากร่างกาย แต่ความเสียหายของปอดและทางเดินหายใจอาจจะยังมีอยู่ หากในอนาคตเรากลับมาเจ็บป่วยในโรคที่เกี่ยวกับปอดและทางเดินหายใจ แต่ยังไม่เคยมีประกันสุขภาพ แล้วจะขอทำประกันสุขภาพอีกครั้งเพื่อถ่ายโอนความเสี่ยงให้บริษัทประกัน คงต้องบอกว่าบริษัทประกันอาจจะรับทำประกัน แต่อาจพิจารณาไม่คุ้มครองโรคที่เกี่ยวเนื่องกับปอดและระบบทางเดินหายใจอีกแล้ว…นั่นหมายถึงคุณต้องรับภาระค่าใช้จ่ายไปเต็มๆ หากป่วยในโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ


นอกจากประกันสุขภาพแล้วมิหนำซ้ำอาจไม่ได้ความคุ้มครองตามที่ต้องการจากประกันโรคร้ายแรงอีก เพราะบริษัทประกันใช้หลักการพิจารณาแบบเดียวกัน โดยหากเชื้อไวรัส COVID-19 ได้ทำลายปอดไปแล้ว ก็มีความเสี่ยงที่บริษัทประกันจะไม่รับประกันเกี่ยวกับอวัยวะในระบบทางเดินหายใจได้อีกเช่นกัน


และประเด็นที่อยากจะเน้นย้ำคือ ‘อายุ’ และ ‘สุขภาพของผู้เอาประกัน’ โดยประกันสุขภาพทั่วไปจะมีข้อจำกัดด้านอายุสูงสุดของผู้เอาประกันต้องไม่เกิน 65-70 ปี ซึ่งขึ้นอยู่กับประกันสุขภาพแต่ละแบบและการทำประกันขณะที่อายุมากนั้น ค่าเบี้ยประกันก็จะสูงตามไปด้วย


ส่วนอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมากที่สุดที่มีผลต่อการรับประกันอย่างมากคือสุขภาพของผู้เอาประกัน หากคนที่สุขภาพไม่แข็งแรงหรือมีโรคประจำตัว อาจต้องจ่ายเบี้ยประกันที่สูงขึ้นหรือมีข้อจำกัดต่างๆ จนไปถึงไม่สามารถทำประกันได้เลย ถึงแม้หากมีการรับประกันเกิดขึ้น แต่อาจโดนบริษัทประกันยกเว้นไม่รับประกันบางอวัยวะ นั่นหมายความว่าผู้ทำประกันต้องรับความเสี่ยงไว้เอง ซึ่งอาจส่งผลต่อทรัพย์สินและความมั่งคั่งได้ หากเกิดการเจ็บป่วยในส่วนที่ไม่ได้รับประกัน ดังนั้น การทำประกันสุขภาพขณะที่ยังแข็งแรงและอายุน้อยจะดีที่สุด เพราะประกันจะสามารถคุ้มครองได้ครอบคลุมทั้งหมด


ดังนั้น การทำประกันสุขภาพและประกันคุ้มครองโรคร้ายแรงตั้งแต่แรกจึงเป็นวิธีการบริหารความเสี่ยงที่ตอบโจทย์ที่สุดในระยะยาว นอกจากนี้ ต้องอย่าลืมว่าประกัน COVID-19 แบบ เจอ จ่าย จบ เป็นประกันที่คุ้มครองระยะสั้นครั้งเดียวเท่านั้น นั่นหมายถึงคุณไม่สามารถทำได้อีกหากติดเชื้อ COVID-19 แล้ว อย่างไรก็ตามในความเป็นจริง นอกจากโรค COVID-19 ยังมีโรคร้ายแรงอีกหลายชนิดที่เป็นสาเหตุในการคร่าชีวิตประชากรไทยและส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่มีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงมากกว่าโรค COVID-19 ทั้งนั้น


ท้ายที่สุดท่านผู้อ่านคงได้คำตอบแล้วว่า การมีแค่ประกัน COVID-19 นั้นไม่เพียงพอ มากไปกว่านั้นเราไม่มีทางรู้ว่าเราจะป่วยหรือไม่ หรือจะป่วยเมื่อไร ดังนั้น การวางแผนประกันให้พร้อมรับมือความเสี่ยง จึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมากโดยยึดคำที่ว่า ‘ซื้อเร็วไป 1 ปี ดีกว่าซื้อช้าไป 1 วัน’ จะช่วยให้ผ่านพ้นจากความเสี่ยงต่างๆ ไปได้


ทั้งนี้ หากต้องการคำปรึกษาด้านการทำประกันที่เหมาะสมกับตัวเอง รวมถึงเลือกซื้อประกันตัวท็อปแบบไม่จำกัดค่าย สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา หรือ โทร 02-633-6060 หรือหากท่านใดมีข้อข้องใจเกี่ยวกับการวางแผนการเงินของตนเอง สามารถส่งคำถามของท่านมาได้ที่ [email protected] ครับ



นรุตม์ สีแสงสุวรรณชัย

CFP® ธนาคารทิสโก้

Most Viewed
Stock of the Day
GUNKUL เซ็น PPA ใหม่ คว้าโรงไฟฟ้า 3 โครงการ หนุนพอร์ตพลังงานสีเขียวโตต่อ ดันกำลังผลิตรวมพุ่งแตะ 2,121 MW
Updated 19 hours ago
Stock of the Day
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย อัดงบ 7 หมื่นล้าน ลุย EV-AI นิคม ยานยนต์ ชิ้นส่วน พลังงานเด่น
Updated 21 hours ago
Fun of Funds
มองครึ่งปีหลัง “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือก... มองบวก “หุ้นไทย” ให้เป้าปีนี้ 1,630 – 1,660 จุด !!!
Updated 20 hours ago
Stock of the Day
ประเทศไทย จาก “Sick Man of Asia” สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI ดาวรุ่ง? Bloomberg ชี้โอกาสรับย้ายฐานผลิต หนุนไทยขึ้นแท่นฐานลงทุนโลก
Updated 1 day ago
News Highlight
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ใช้กระป๋องน้ำอลูมิเนียมรีไซเคิลได้ 100%
Updated 21 hours ago
Follow Us