Official Update :

PRINC ผนึก Siemens ทุ่ม 300 ลบ. ยกระดับศูนย์มะเร็ง ชู Hub & Spoke เสริม Efficiency คาดรับรู้รายได้เต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 70

PRINC ผนึก Siemens Healthineers ทุ่มงบลงทุนด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ 300 ล้านบาท ยกระดับศูนย์มะเร็งและรังสีรักษา 2 แห่ง ชูโมเดล Hub & Spoke เชื่อมโยงเครือข่ายโรงพยาบาล พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Efficiency) คาดคืนทุนภายใน 3–5 ปี หวังสร้างรายได้และกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นในปี 2570 ปูทางสู่การเป็น New Growth Engine ของกลุ่มโรงพยาบาล


บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC ผู้ดำเนินธุรกิจเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนภายใต้ PRINC Group ประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับ ซีเมนส์ เฮลทธิเนียร์ส (Siemens Healthineers) เพื่อยกระดับการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งขั้นสูงในพื้นที่ภูมิภาค ภายใต้แนวคิด Healthcare for All โดยมุ่งพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคมะเร็ง (Center of Excellence in Oncology) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาที่มีมาตรฐานระดับสากลใกล้บ้านมากขึ้น


ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมการพัฒนาศูนย์มะเร็งและรังสีรักษา 2 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ศรีสะเกษ และโรงพยาบาลพิษณุเวช จังหวัดพิษณุโลก โดย PRINC วางงบลงทุนด้านเครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์ประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมค่าก่อสร้างอาคารและค่าบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทาง พร้อมประเมินว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 3–5 ปี


นพ.วิชญเวทย์ รักษ์กุลชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม PRINC เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีเครือข่ายโรงพยาบาลรวม 19 แห่ง ใน 15 จังหวัด ภายใต้โมเดล Hub & Spoke เชื่อมโยงโรงพยาบาลในภูมิภาคเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและขยายโอกาสการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีมาตรฐานในราคาที่เหมาะสม


สำหรับศูนย์มะเร็งและรังสีรักษาแห่งแรก ณ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ศรีสะเกษ ได้เปิดให้บริการแล้ว เพื่อรองรับผู้ป่วยในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง ขณะที่ศูนย์แห่งที่ 2 ณ โรงพยาบาลพิษณุเวช จังหวัดพิษณุโลก มีแผนเปิดให้บริการในช่วงต้นปี 2570 เพื่อรองรับผู้ป่วยในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน โดยมุ่งให้ทั้ง 2 แห่งเป็นศูนย์กลางการรักษาโรคมะเร็งในภูมิภาค เชื่อมโยงบริการกับโรงพยาบาลเครือข่าย


คาดศูนย์มะเร็งหนุนรายได้โตหลักเดียว เพิ่มกระแสเงินสด

ด้านผู้บริหารฝ่ายพัฒนาธุรกิจ PRINC Group เปิดเผยถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานว่า เดิมบริษัทวางเป้าหมายการเติบโตของรายได้รวมไว้ประมาณ 10% อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจโรงพยาบาล ทำให้ภาพรวมตลาดเติบโตอยู่ที่ประมาณ 3–5% ซึ่งการเติบโตของบริษัทยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับตลาด


สำหรับการเปิดให้บริการศูนย์มะเร็งและรังสีรักษาทั้ง 2 แห่ง คาดว่าจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ในระดับตัวเลขหลักเดียว (Single Digit) แต่ประเด็นสำคัญคือความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด (Cash Flow) ให้กับกลุ่มโรงพยาบาล ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากการให้บริการรักษาโรคซับซ้อน


โดยศูนย์มะเร็งและรังสีรักษา โรงพยาบาลพริ้นซ์ ศรีสะเกษ คาดว่าจะเริ่มสร้างรายได้และกระแสเงินสดเป็นบวกได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ขณะที่ศูนย์มะเร็งและรังสีรักษา โรงพยาบาลพิษณุเวช จังหวัดพิษณุโลก คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากการให้บริการในช่วงต้นไตรมาส 1/2570 หลังเปิดดำเนินการตามแผน


ปรับกลยุทธ์เน้น
Efficiency รับต้นทุนการแพทย์เพิ่ม

สำหรับทิศทางธุรกิจในระยะต่อไป PRINC ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพภายในองค์กร (Efficiency) และความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (Economic Value Added: EVA) มากขึ้น เนื่องจากการเติบโตของรายได้ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกที่บริษัทไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด


โดยจะมุ่งบริหารต้นทุนผ่านการรวมศูนย์การดำเนินงาน (Centralization) และการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายโรงพยาบาล (Network System) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและควบคุมค่าใช้จ่าย ควบคู่กับการพัฒนาบริการทางการแพทย์ที่มีความซับซ้อนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ


ขณะเดียวกัน บริษัทเพิ่มความระมัดระวังในการขยายการลงทุนโรงพยาบาลแห่งใหม่ จากเดิมที่เคยวางเป้าหมายขยายโรงพยาบาลให้ครบ 10 แห่ง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยจะให้ความสำคัญกับโครงการที่มีความคุ้มค่าในการลงทุนและมีความเสี่ยงอยู่ในระดับที่เหมาะสม


นอกจากนี้ ภาวะเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) ที่ส่งผลให้ต้นทุนยาและเวชภัณฑ์เพิ่มสูงขึ้น ยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้บริษัทปรับทิศทางจากการรักษาโรคทั่วไป ไปสู่การพัฒนาบริการทางการแพทย์เฉพาะทาง (Specialty Hospital) โดยเฉพาะโรคที่มีความซับซ้อน เช่น โรคมะเร็ง ภายใต้แนวคิด Value-Based Care พร้อมมองโอกาสขยายบริการสู่เวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Care) และธุรกิจ Longevity รวมถึงศูนย์ชะลอวัยในอนาคต


ชูเทคโนโลยีลดเวลาวางแผนฉายแสงเหลือ
2–3 ชั่วโมง

สำหรับความร่วมมือด้านเทคโนโลยี Siemens Healthineers จะสนับสนุนการพัฒนาศูนย์มะเร็งของ PRINC ตั้งแต่การตรวจคัดกรอง การวินิจฉัย การวางแผนการรักษา การฉายรังสี ไปจนถึงการติดตามผล โดยมีเทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่ CT Simulator เครื่องฉายรังสี Linear Accelerator และ Photon Counting CT รวมถึงการประยุกต์ใช้ AI เพื่อสนับสนุนการประมวลผลข้อมูล


นอกจากนี้ ยังมีการนำระบบดิจิทัลมาเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างโรงพยาบาลในเครือ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถแบ่งปันข้อมูลและแผนการรักษาร่วมกันได้ โดยเฉพาะการวางแผนรังสีรักษาที่ต้องอาศัยนักฟิสิกส์การแพทย์ ซึ่งสามารถส่งข้อมูลให้ทีมส่วนกลางช่วยคำนวณได้


ระบบดังกล่าวช่วยลดระยะเวลาการวางแผนรังสีรักษาจากเดิมประมาณ 3–4 วัน เหลือเพียง 2–3 ชั่วโมง โดย PRINC ตั้งเป้าให้ผู้ป่วยสามารถเริ่มรับการฉายรังสีได้ภายใน 7–10 วัน นับตั้งแต่เข้าพบแพทย์ ขณะที่ผู้ป่วยกรณีฉุกเฉินสามารถเริ่มฉายรังสีได้ภายในวันรุ่งขึ้น


ทั้งนี้ ความต้องการบริการรังสีรักษาในพื้นที่ภูมิภาคยังอยู่ในระดับสูง โดยจังหวัดศรีสะเกษมีผู้ป่วยมะเร็งประมาณ 700–1,000 คนต่อปี ที่ต้องเดินทางไปรับการฉายรังสีในจังหวัดอุบลราชธานี ขณะที่พื้นที่พิษณุโลกและเขตสุขภาพที่ 2 มีความต้องการฉายรังสีเฉลี่ย 150–180 ครั้งต่อวัน แต่ศักยภาพของภาครัฐรองรับได้เพียง 50–120 ครั้งต่อวัน


การพัฒนาศูนย์มะเร็งทั้ง 2 แห่งจึงมีเป้าหมายเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้ป่วย ลดระยะเวลารอคอยและภาระการเดินทาง โดยโรงพยาบาลพริ้นซ์ ศรีสะเกษ ยังจัดบริการรถรับส่งและบ้านพักโดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยและญาติระหว่างเข้ารับการฉายรังสี ซึ่งโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 20–30 วันต่อคอร์ส


ด้าน คุณคริส โพเรย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเมนส์ เฮลทธิเนียร์ส ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีเครือข่ายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์มากกว่า 200 แห่ง ในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก โดยความร่วมมือกับ PRINC ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดหาเทคโนโลยีทางการแพทย์ แต่ยังครอบคลุมการฝึกอบรมบุคลากร การถ่ายทอดองค์ความรู้ การพัฒนาศักยภาพทางคลินิก และการดูแลบำรุงรักษาเครื่องมือในระยะยาวกว่า 10 ปี รวมถึงโอกาสต่อยอดความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์


สำหรับภาพรวมธุรกิจโรงพยาบาล ผู้บริหาร PRINC ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 จะเติบโตในระดับ 2% ต้น ๆ ขณะที่หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูงประมาณ 80% ของ GDP ประกอบกับภาระค่าใช้จ่ายด้านอาหารและพลังงานที่คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60–70% ของค่าใช้จ่ายครัวเรือน ส่งผลให้กำลังซื้อยังเผชิญแรงกดดัน


แม้ธุรกิจโรงพยาบาลในไตรมาส 3 จะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากฤดูกาล แต่ไตรมาส 4 ยังมีแรงกดดันจากฐานรายได้ที่อยู่ในระดับสูงของปีก่อน บริษัทจึงมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและพัฒนาบริการรักษาโรคเฉพาะทาง เพื่อสร้างรายได้และกระแสเงินสดให้กับกลุ่มโรงพยาบาลในระยะยาว

Most Viewed
Stock of the Day
Data Center คืบ! บังคับ PPA-น้ำ พร้อม ใช้วัสดุในไทยเกิน 50% หนุนเงินสะพัด นิคม-รับเหมา-ไฟฟ้า-แบงก์-รับจิตวิทยาบวก
Updated 7 hours ago
Stock of the Day
BEM บวก 1.47% โบรกฯ แนะ “ซื้อ” เป้า 8.80 บ. มองเหตุไฟไหม้ MRT กระทบกำไรจำกัด คาดกำไรปี 69 แตะ 3.9 พันลบ. โต 3.4%
Updated 1 day ago
Stock of the Day
สแกนหุ้นเด็ดรับ Golden Week รับอานิสงส์จีนหยุดยาว 13 วัน กลุ่มท่องเที่ยว-ค้าปลีก มีโอกาสเพิ่มอัพไซด์ โบรกฯ มองจังหวะลงทุน DR รับการบริโภค
Updated 1 day ago
Insurance
OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต จัดงาน “OCEAN LIFE THANKS FOR YOUR LOVE 2026” มอบเข็มกลัดเชิดชูเกียรติ ผู้ทุ่มเทร่วมขับเคลื่อนองค์กรด้วยพลังความรัก
Updated 1 day ago
News Highlight
แจ้งเตือนผู้ถือหุ้นกู้ CGD206A ใช้สิทธิในการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ ในวันที่ 22 กันยายน 2569
Updated 1 day ago
Follow Us