ตลท. ชี้ฟันด์โฟลว์ไหลออกชั่วคราว ย้ำพื้นฐานไทยยังไม่เปลี่ยน รอความเสี่ยงคลาย ดึงเงินทุนไหลกลับ
ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจากฟันด์โฟลว์ที่ไหลออกต่อเนื่อง ท่ามกลางสารพัดปัจจัยเสี่ยงทั้ง Bond Yield สหรัฐฯ สถานการณ์น้ำท่วม และความกังวลต่อธีม AI
ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ มองแรงขายดังกล่าวเป็นการลดความเสี่ยงชั่วคราว ขณะที่พื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
โดยนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ฟันด์โฟลว์ว่า การไหลออกของเงินทุนต่างชาติในช่วงนี้สอดคล้องกับทิศทางของตลาดหุ้นในภูมิภาค โดยมีปัจจัยกดดันทั้งจาก Bond Yield สหรัฐฯ สถานการณ์น้ำท่วมในประเทศ รวมถึงคำถามเกี่ยวกับแนวโน้มการลงทุนในธีม AI ส่งผลให้นักลงทุนลดความเสี่ยงและชะลอการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาพื้นฐานของประเทศไทย เศรษฐกิจยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยหากสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลายและตัวเลขเศรษฐกิจกลับมามีความชัดเจนมากขึ้น เชื่อว่ามีโอกาสที่ฟันด์โฟลว์จะกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยได้อีกครั้ง
ส่วนกรณีที่นักลงทุนสถาบันในประเทศยังมีแรงขายต่อเนื่องนั้น มองว่าเป็นไปตามภาวะตลาด โดยท้ายที่สุดแล้วทั้งตลาดหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียนต้องสร้างความน่าสนใจให้มากขึ้น เพื่อดึงดูดให้ฟันด์โฟลว์ไหลกลับตลาดหุ้นไทยตามปัจจัยพื้นฐาน
สำหรับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมต่อบริษัทจะทะเบียนนั้น นายอัสสเดชระบุว่า ตลท. อยู่ระหว่างติดตามข้อมูล แต่ปัจจุบันยังไม่เห็นรายงานผลกระทบที่มีนัยสำคัญ โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบโดยตรงยังมีไม่มาก ขณะที่ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอาจเป็นบริษัทที่ยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นส่วนใหญ่
ทั้งนี้ การประเมินผลกระทบจากน้ำท่วมจำเป็นต้องพิจารณาภาพรวมของเศรษฐกิจ เนื่องจากตลาดทุนมีความเชื่อมโยงผ่าน Value Chain และ Supply Chain ซึ่งไม่สามารถประเมินจากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับบริษัทใดบริษัทหนึ่งได้ โดยขณะนี้ข้อมูลยังอยู่ระหว่างการติดตามและยังไม่เห็นภาพผลกระทบทั้งหมดอย่างชัดเจน
ด้านผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในระยะถัดไปนั้น จากข้อมูลของนักวิเคราะห์ เบื้องต้นยังไม่ได้มีความกังวลมากนัก และยังมองว่าภาคการส่งออกของไทยสามารถเติบโตต่อเนื่องได้ ขณะที่ผลกระทบจากน้ำท่วมจะเริ่มเห็นความชัดเจนมากขึ้นเมื่อมีข้อมูลเข้ามาเพิ่มเติม
“การที่ฟันด์โฟลว์ไหลออกในช่วงนี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นการสูญเสียโอกาสในการลงทุน โดยกองทุนที่ได้พบจากการเดินสายโรดโชว์ในนครนิวยอร์ก สหรัฐฯ และกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักรเป็นกองทุนขนาดใหญ่ที่เน้นการถือครองระยะยาว ไม่ได้มองการซื้อขายแบบรายวัน แต่มองภาพรวมและนโยบายระยะยาวของประเทศเป็นหลัก” นายอัสสเดชกล่าว
ดังนั้น ความผันผวนจากปัจจัยชั่วคราว ไม่ว่าจะเป็นราคาพลังงาน สถานการณ์น้ำท่วม หรือ Bond Yield สหรัฐฯ นักลงทุนระยะยาวสามารถมองผ่านปัจจัยเหล่านี้ได้ และยังคงพิจารณาศักยภาพการลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และรถยนต์ที่ยังมีการลงทุนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นายอัสสเดชกล่าวปิดท้าย
ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ มองแรงขายดังกล่าวเป็นการลดความเสี่ยงชั่วคราว ขณะที่พื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
โดยนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ฟันด์โฟลว์ว่า การไหลออกของเงินทุนต่างชาติในช่วงนี้สอดคล้องกับทิศทางของตลาดหุ้นในภูมิภาค โดยมีปัจจัยกดดันทั้งจาก Bond Yield สหรัฐฯ สถานการณ์น้ำท่วมในประเทศ รวมถึงคำถามเกี่ยวกับแนวโน้มการลงทุนในธีม AI ส่งผลให้นักลงทุนลดความเสี่ยงและชะลอการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาพื้นฐานของประเทศไทย เศรษฐกิจยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยหากสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลายและตัวเลขเศรษฐกิจกลับมามีความชัดเจนมากขึ้น เชื่อว่ามีโอกาสที่ฟันด์โฟลว์จะกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยได้อีกครั้ง
ส่วนกรณีที่นักลงทุนสถาบันในประเทศยังมีแรงขายต่อเนื่องนั้น มองว่าเป็นไปตามภาวะตลาด โดยท้ายที่สุดแล้วทั้งตลาดหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียนต้องสร้างความน่าสนใจให้มากขึ้น เพื่อดึงดูดให้ฟันด์โฟลว์ไหลกลับตลาดหุ้นไทยตามปัจจัยพื้นฐาน
สำหรับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมต่อบริษัทจะทะเบียนนั้น นายอัสสเดชระบุว่า ตลท. อยู่ระหว่างติดตามข้อมูล แต่ปัจจุบันยังไม่เห็นรายงานผลกระทบที่มีนัยสำคัญ โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบโดยตรงยังมีไม่มาก ขณะที่ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอาจเป็นบริษัทที่ยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นส่วนใหญ่
ทั้งนี้ การประเมินผลกระทบจากน้ำท่วมจำเป็นต้องพิจารณาภาพรวมของเศรษฐกิจ เนื่องจากตลาดทุนมีความเชื่อมโยงผ่าน Value Chain และ Supply Chain ซึ่งไม่สามารถประเมินจากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับบริษัทใดบริษัทหนึ่งได้ โดยขณะนี้ข้อมูลยังอยู่ระหว่างการติดตามและยังไม่เห็นภาพผลกระทบทั้งหมดอย่างชัดเจน
ด้านผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในระยะถัดไปนั้น จากข้อมูลของนักวิเคราะห์ เบื้องต้นยังไม่ได้มีความกังวลมากนัก และยังมองว่าภาคการส่งออกของไทยสามารถเติบโตต่อเนื่องได้ ขณะที่ผลกระทบจากน้ำท่วมจะเริ่มเห็นความชัดเจนมากขึ้นเมื่อมีข้อมูลเข้ามาเพิ่มเติม
“การที่ฟันด์โฟลว์ไหลออกในช่วงนี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นการสูญเสียโอกาสในการลงทุน โดยกองทุนที่ได้พบจากการเดินสายโรดโชว์ในนครนิวยอร์ก สหรัฐฯ และกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักรเป็นกองทุนขนาดใหญ่ที่เน้นการถือครองระยะยาว ไม่ได้มองการซื้อขายแบบรายวัน แต่มองภาพรวมและนโยบายระยะยาวของประเทศเป็นหลัก” นายอัสสเดชกล่าว
ดังนั้น ความผันผวนจากปัจจัยชั่วคราว ไม่ว่าจะเป็นราคาพลังงาน สถานการณ์น้ำท่วม หรือ Bond Yield สหรัฐฯ นักลงทุนระยะยาวสามารถมองผ่านปัจจัยเหล่านี้ได้ และยังคงพิจารณาศักยภาพการลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และรถยนต์ที่ยังมีการลงทุนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นายอัสสเดชกล่าวปิดท้าย
Most Viewed
Wealth EZ
“มีเงินเดือน-มีค่าเช่า”...ต้อง “ยื่นภาษี” อย่างไร?
Updated 1 day ago
Where to put your money
“ครัวเรือนไทย” ปี26 แบกหนี้อ่วมเฉลี่ย 7.94 แสนบาท… แก้ปัญหาด้วยการ “กู้ยืม” มากสุด 45%... ส่วน “หนี้บัตรเครดิต” พบมากสุด 55.1% !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
เปิดสถิติต่างชาติขายเกิน 5 พันลบ. ตลาดหุ้นไทยร่วงทุกครั้ง พร้อมคัด 3 หุ้นใหญ่ ต้านความผันผวน
Updated 6 hours ago
Stock of the Day
TIPAK เปิดเทรดวันแรก 1.73 บาท กำเงินระดมทุนอัปเกรดเครื่องจักร มั่นใจครึ่งหลังปี 69 ผลงานฟื้น
Updated 3 hours ago
News Highlight
QUICK สตาร์ทเครื่องต่อ ลุย IPO Roadshow 7 ต.ค. นี้
Updated 3 hours ago
Follow Us
News Update
Stock of the Day
เปิดคาดการณ์ Q3/69 หุ้นแบงก์ KKP ไปต่อ! กำไรโต 34%
