Official Update :

ลุยหุ้นโลกแบบมีสไตล์...กับ “กองทุน MGAG” !!!

ในโลกของการลงทุนนั้น มักมี ความเสี่ยง อยู่เสมอ จึงเกิดการลงทุนรูปแบบกระจายตัวในหลากหลายสินทรัพย์ลงลึกไปจนถึงรายภูมิภาคและการลงทุนรายอุตสาหกรรม เพื่อกระจายความเสี่ยงการลงทุนไม่ให้ กระจุก ในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง


ซึ่งจะมีให้ตั้งแต่การลงทุนรูปแบบจัดสรรเงินลงทุนโดยกระจายการลงทุนไปยังหลายๆ สินทรัพย์ (Asset Allocation) ตลอดจนการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียวกัน เช่น การลงทุนหุ้นทั่วโลก (Global Equity) และการลงทุนกลุ่มอุตสาหกรรม (SECTOR INDEX) เป็นต้น


ในวันนี้ทาง ‘Wealthythai’ จึงขอถือโอกาสแนะนำ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี โกลบอล อัลฟ่า ฟันด์ ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป (MGAG)” กองทุนที่มีนโยบายการลงทุนที่กระจายตัวในหุ้นทั่วโลก ที่ได้รับการจัดอันดับ มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว มาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้



กอง MGAG” คุมความเสี่ยงได้ดี...ผลตอบแทนไม่หนีดัชนีเทียบวัด 


อย่างที่รู้กันดีว่า สถานการณ์การลงทุนในปัจจุบัน ที่ภาวะดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำและสภาพคล่องในตลาดที่ล้นนั้น เป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุนใน หุ้น ซึ่งยังถือเป็นทางเลือกที่ค่อนข้างเหมาะสมที่สุด ซึงนักลงทุนทั่วโลกต่างมองไม่ต่างกันแต่ประการใด


สำหรับการลงทุนในหุ้นก็มีความผันผวนที่สูงเช่นกัน นักลงทุนหลายคนจึงอาจเกิดความลังเลว่าการลงทุนในภูมิภาคไหน การลงทุนรูปแบบไหนจึงจะเป็นทางเลือกที่ดี


จึงมีหลายคนที่หันมาลงทุนทางเลือก อย่างการลงทุนในหุ้นทั่วโลก" ที่ตอบโจทย์ครบในการลงทุนเพียงครั้งเดียว เพราะหากจะต้องคัดเลือกเป็นรายตัวและรายประเทศนั้น ก็ค่อนข้างใช้เวลาพอสมควร การกระจายไปในหุ้นทั่วโลกจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าอย่างปฏิเสธไม่ได้


สำหรับ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี โกลบอล อัลฟ่า ฟันด์ ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป (MGAG)” ของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)’ นั้น จัดตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2548 จนถึงปัจจุบัน ( วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 95,267,273 บาท มีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 13.24 บาทต่อหน่วย





ส่วนตัวนโยบายการลงทุนของกองนั้น จะมีความแตกต่างจากกองทุนชนิดเดียวกันที่มีความยืดหยุ่นในการลงทุนหรือมีการลงทุนในหลากหลายหลักทรัพย์ หรือความหลากหลายของกองทุนหลักที่เข้าไปลงทุน ด้วยประเภทของกองทุนที่เป็น “Fund of Funds”


เราจึงจะได้เห็นการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทหน่วยลงทุนตราสารทุนในต่างประเทศที่มีหน่วยงานกำกับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกสามัญของ “International Organizationof Securities Commission (IOSCO)” หรือในประเทศที่มีตลาดซื้อขายหลักทรัพย์เป็นสมาชิกของ “World Federation of Exchanges (WFE)”


โดยมีอัตราส่วนการลงทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมในหลักทรัพย์ประเภทหน่วยลงทุน ตราสารทุน และมีอัตราส่วนการลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน


วันที่ 30 .. 63 ‘กองทุน MGAG’ ลงทุนในหน่วยลงทุน 97.58% ที่เหลือเป็นเงินสดและอื่นๆ


โดย กองทุนต่างประเทศ ที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

-Baillie Gifford Worldwide Long Term Global Growth           30.60%

-Blackrock-Next Gen Tech                                                      27.64%

-Allianz China A Shares                                                           9.26%

-Baillie Gifford Worldwide Emerging Markets Leading          8.97%

-1 SENT-FSSA JPN EQ FD                                                        5.04%




ส่วนผลงานดำเนินงานของกอง MGAG’ ถือว่าทำได้ค่อนข้างดี ตามกลยุทธ์ที่มุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management) โดยผลตอบแทนทำได้ใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัดในขณะที่ความผันผวนต่ำกว่า ในภาพรวมผลตอบแทนต่อความเสี่ยงจึงดูดีกว่า ดูจากผลตอบแทน ( วันที่ 30 .. 63) ตั้งแต่จัดตั้งมาอยู่ที่ 5.19% ต่อปี ในขณะที่ดัชนีชี้วัดอยู่ที่ 5.49% ต่อปี ต่ำกว่าดัชนีชี้วัดเล็กน้อย ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินงานอยู่ที่ 17.27% ต่อปี ต่ำกว่าดัชนีชี้วัดที่ 18.27% ต่อปี ขณะที่ผลขาดทุนสูงสุดในช่วงเวลา 5 ปี อยู่ที่ -24.42%


โดยกอง MGAG’ เป็นกองหุ้นทั่วโลกที่มีนโยบายการ จ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ซึ่งตั้งแต่จัดตั้งกองมีการจ่ายปันผลมาแล้วทั้งหมด 10 ครั้ง รวม 5.12 บาท แม้ว่าอาจจะไม่มีการปันผลให้แก่ผู้ถืออย่างสม่ำเสมอในทุกปี แต่ก็ถือว่าเป็นจุดที่น่าสนใจที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่ผู้ถือหน่วยเพิ่มเติม


สำหรับเงื่อนไขการซื้อขั้นต่ำของหน่วยลงทุนกองทุน MGAG’ ในครั้งแรกและครั้งถัดไปจะอยู่ที่ 1,000 บาท ขณะที่มูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำนั้น ไม่ได้มีข้อกำหนด ส่วนระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน 5 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการขายคืนหน่วยลงทุน (T+5)”


ช่องทางการซื้อขายหน่วยลงทุนสามารถทำได้ผ่านบลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน), MFC Contact Center และ Selling Agent Service


สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนในหุ้นทั่วโลกกองทุน MGAG’ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างมีความน่าสนใจ เพราะอย่างที่รู้กันมีการกระจายการลงทุนในหลากหลายภูมิภาคเพื่อกระจายความเสี่ยง ยังมีการจ่ายปันผลที่ช่วยสร้างรายได้ให้ระหว่างถือหน่วยลงทุน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา