Official Update :

วันนี้...คุณได้ ‘ติดปีกเงินบาท’-ออกไปแสวงหา ‘โอกาสการลงทุน’ นอกประเทศบ้างหรือยัง?

กระแสการไปลงทุนต่างประเทศของนักลงทุนทั่วไปผ่าน “กองทุนรวมที่ไปลงทุนต่างประเทศ (FIF)” ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ


ปี20 ที่ผ่านมา กอง FIF’ มีสินทรัพย์รวมกันทั้งสิ้น 9.67 แสนล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี19 เล็กน้อย -4.06% แต่ผ่านเข้าศักราชใหม่ปี21 มาได้ 1 เดือน (ณ สิ้นม.ค.21) สินทรัพย์สุทธิขยับมาเป็น 1.02 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.38%


และยังมีแนวโน้มที่จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนไทยอีกปีในช่วงที่ผลตอบแทนในประเทศค่อนข้างต่ำในปัจจุบัน


จากกระแสหลักอันนี้ ทำให้ “บลจ.ต่างประเทศ” เข้ามานำเสนอโปรดักต์กองทุนขนเงินนักลงทุนไทยผ่าน ‘Master Fund’ ต่างๆ เป็นจำนวนมาก มากสุดได้แก่ PIMCO” ที่มีเงินลงทุนผ่านกองทุนของตัวเองกว่า 6.3 หมื่นล้านบาท ในปีที่ผ่านมา


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีข้อมูลสถิติที่น่าสนใจของ กอง FIF’ มาอัพเดทกันอีกครั้ง



PIMCO” เจ้าตราสารหนี้ยังครองเบอร์1...แต่มีโอกาสเสียแชมป์ให้กับ “บลจ.ที่ถนัดหุ้น” ในอนาคต


ในไทยเราเองก็จะมี “บลจ.รายใหญ่” ที่เป็นเจ้าตลาดที่คุ้นเคยกันซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกแบงก์ เลื่อนขั้นไปสู่เวทีระดับโลกเองนั้น ก็จะมีบลจ.มากมายเต็มไปหมดเช่นกัน แต่ที่นักลงทุนทั่วไปรู้จักก็จะมีที่คุ้นหูกันไม่มากนัก ซึ่งส่วนใหญ่ก็แบกกระเป๋าเข้ามาเปิดตลาดในไทยกันหมดแล้ว


จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุว่า สิ้นปี20 “บลจ.ต่างชาติ” ที่มีสินทรัพย์สุทธิของ ‘Master Fund’ ที่กอง FIF ไทยลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่


1.PIMCO เชี่ยวชาญโลกตราสารหนี้ มีสินทรัพย์ 6.3 หมื่นลบ. ลดลง -4.6%


2.UBS เชี่ยวชาญหลากหลายดังกับหุ้นจีน มีสินทรัพย์ 5.0 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น +394.1%


3.JPMorgan เชี่ยวชาญหลากหลายสินทรัพย์ มีสินทรัพย์ 5.0 หมื่นลบ.  +50.9%


4.BlackRock เชี่ยวชาญ Multi Asset มีสินทรัพย์ประมาณ 5.0 หมื่นลบ. +19.8%


5.SPDR State Street   เชี่ยวชาญกองทุน ETF ดังจากทอง มีสินทรัพย์ 3.8 หมื่นลบ.+9.0%





จะเห็นว่าระยะห่างระหว่าง 2 อันดับแรกเริ่มแคบลงเรื่อย ๆ รวมทั้งสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนต่างประเทศที่เติบโตขึ้นจึงทำให้เป็นไปได้ว่าบลจ.ที่มีกองทุนตราสารทุนเป็นจุดขายเช่น UBS, JPMorgan หรือ BlackRock อาจกลับมาเป็นบลจ. Master Fund ที่มีมูลค่าทรัพย์สินสูงสุดได้ในอนาคตเช่นกัน”



“บลจ.ธนชาต” แชมป์โตสุด 508.8
%...ส่วน “บลจ.กสิกรไทย” แชมป์ส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด 28.28%


การที่ “บลจ.ต่างชาติ” สามารถระดมทุนผ่าน ‘Master Fund’ ไปได้จำนวนมากนั้น ก็เพราะตลาด กอง FIF’ ที่มีการเติบโตค่อนข้างดี โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมา 5 บลจ.ที่มีสินทรัพย์สุทธิ กอง FIF’ โตสูงสุดนั้น โตเกิน 100% ทั้งนั้น ในขณะที่อุตสาหกรรมติดลบเล็กน้อย -4.06% ได้แก่

1.“บลจ.ธนชาต” มีสินทรัพย์สุทธิ 4.5 หมื่นลบ. +508.8%

2.“บลจ.วี” มีสินทรัพย์สุทธิ 2.1 พันลบ. +218.4%

3.“บลจ.เอ็มเอฟซี” มีสินทรัพย์สุทธิ 1.0 หมื่นลบ. +158.6%

4.“บลจ.วรรณ” มีสินทรัพย์สุทธิ 1.5 หมื่ลบ. +158.2%

5.“บลจ.ฟิลลิป”
มีสินทรัพย์สุทธิ 499.1 ลบ. +130.73%



เงินส่วนใหญ่ไหลเข้า “
Master Fund” 4 – 5 ดาว... “เอเชียตะวันออก” & “จีน” เป็นภูมิภาคและประเทศที่คนไทยไปลงทุนมากสุด


Morningstar” ยังระบุอีกว่า ปัจจุบัน Master Fund’ ของกองทุนรวม Feeder Fund มี Morningstar Rating ระดับ 4 ดาวขึ้นไป รวมกัน 290 กองทุน ส่วนกองทุนที่ ไม่มีเรทติ้งมีจำนวน 162กองทุน ซึ่งอาจเป็นกองทุนที่ อายุไม่ถึง 3 ปี จึงยังไม่มีเรทติ้ง หรือเป็นกองทุนที่อยู่ในกลุ่มที่ไม่มีการจัดเรทติ้ง เช่น กองทุนทองคำ เป็นต้น หากดูที่มูลค่าเงินลงทุนส่วนใหญ่พบว่าอยู่ในกลุ่มกองทุน Master Fund ระดับ 4-5 ดาว มีมูลค่ารวมมากกว่า 3 แสนล้านบาท


“ด้านทิศทางเงินลงทุนจะพบว่าในปี 2020 ประเทศไทยมีการเข้าลงทุนใน Master Fund ระดับ 5 ดาวเป็นส่วนใหญ่ ที่มูลค่าราว 7 หมื่นล้านบาท และมีอีกส่วนหนึ่งไหลเข้ากองทุนที่ ‘ไม่มีเรทติ้ง’ เช่นกัน จากเม็ดเงินลงทุนในกองทุน Master Fund ที่ได้ระดับ 4-5 ดาว นั้นถือเป็นการสร้างประสบการณ์การลงทุนที่ดีแก่นักลงทุนจากการกระจายความเสี่ยงไปต่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้กองทุนรวมต่างประเทศเติบโตขึ้นได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต”





ในขณะที่ข้อมูลจาก “สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)” ระบุว่า ณ .ย. 20 นั้น ภูมิภาคที่ กอง FIF’ ไปลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ประกอบไปด้วย

1.“เอเชียตะวันออก” มีสัดส่วน 28.56%

2.“ยุโรป” 27.92%

3.“ตะวันออกลาง” 23.70%

4.“อเมริกาเหนือ” 10.01%

5.“เอเชียแปซิฟิก” 9.33%


“ส่วน จีน เป็นประเทศที่ ‘กอง FIF’ ไปลงทุนมากที่สุดกว่า 3.18 แสนล้านบาท เป็นสัดส่วน 23.44% มากสุดในกลุ่มเอเชียตะวันออกด้วยเช่นกัน”


จักรวาลการลงทุนไม่ใช่จำกัดแค่ใน ประเทศไทย” หากแต่ยังมีอีกมากมายในโลกใบนี้ ที่แนวโน้มผลตอบแทนที่ต่ำในประเทศยังจะดึงดูดให้นักลงทุนไทยลัดฟ้ากระจายการลงทุนออกไปแสวงหาผลตอบแทนที่ดีกว่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ...คุณล่ะ วันนี้ได้ ติดปีกเงินบาทออกไปแสวงหาโอกาสการลงทุนนอกประเทศบ้างหรือยัง?

 

 

 

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, '