Official Update :

“ทองคำ” ราคาดิ่งจากต้นปี -9%...กับความหวัง ‘New High’ ปีนี้ที่เริ่มเลือนราง !!!

“ทองคำ” ในปีที่ผ่านมามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงอย่างมาก โดยให้ผลตอบแทนไม่ได้แพ้ไปกว่าการลงทุนใน “ตลาดหุ้น” แต่ประการใด


จนทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสำนักมอง “สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven)อย่างทองคำ ยังคงเป็น ขาขึ้น จนมีโอกาสที่จะทำ สถิติสูงสุดใหม่ ต่อเนื่องได้ในปีนี้ ที่ประมาณ 2,200 – 2,300 ดอลลาร์


แต่ตั้งแต่ต้นปีมาถึงปัจจุบัน ราคาทองคำก็ปรับตัวลงจากประมาณ 1,940 เหรียญสหรัฐฯ ต่อออนซ์มาสู่ 1,765 เหรียญสหรัฐฯ ต่อออนซ์ (ณ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564) หรือลดลงมาแล้ว -9% จากต้นปี


จึงทำให้นักลงทุนหลายต่อหลายคนคิดว่า หรือนี่จะเป็นการ หักปากกาเซียนกันแน่ ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากจะขอแชร์มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญในสายงานบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนอีกหนึ่งท่านมาแชร์ให้แก่ผู้สนใจกันในครั้งนี้



“ทองคำ” ในระยะสั้น...ยังไปต่อได้ตาม ‘เงินเฟ้อ’ ที่ปรับตัวขึ้น


โดย “นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส” Chief Investment Officer บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด ได้แชร์มุมมองกับเราว่า โดยปกติสินทรัพย์อย่าง “ทองคำ” จะคอยทำหน้าที่รักษามูลค่าพอร์ตการลงทุนในสถานการณ์ตลาดเกิด เงินเฟ้อ หรือในช่วงที่สกุลเงินต่างๆ ถูกลง แต่ทองคำไม่ได้ถูกลงตาม จึงทำให้นักลงทุนจะหันกลับมาลงทุนในทองคำ



(คุณนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส)



“แต่ในปัจจุบันนั้นสถานการณ์ของเงินเฟ้อไม่ได้เป็นปัจจัยที่รุนแรงถึงขนาดที่ต้องกังวลมากนัก ซึ่งอาจจะเห็นการปรับตัวของเงินเฟ้อขึ้นภายในไตรมาส 1/64 หรือครึ่งปีแรกได้แต่เป็นระดับที่ค่อนข้างต่ำ”



ระยะยาว “เงินเฟ้อ” อาจปรับตัวขึ้นได้ไม่มากนัก

แต่ใน “ระยะยาว” นั้นอาจจะต้องจับตาดูว่าสามารถปรับขึ้นได้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากกระแสของออโตเมชั่น การนำเทคโนโลยีมาใช้ และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เป็นตัวฉุดหรือกดดันให้ เงินเฟ้อ ปรับตัวขึ้นได้ไม่มากนัก







คาดอาจเห็น “ราคาทองคำ”...แกว่งตัวในกรอบแคบ

แต่อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมาที่เห็นสัญญาณการปรับตัวขึ้นสูงมากของราคาทองคำนั้น เป็นไปตามตัวเลข เงินเฟ้อที่เริ่มส่งสัญญาณปรับตัวขึ้นมาเล็กน้อย จึงเป็นไปได้ว่าจะเป็นการปรับตัวขึ้นแค่ในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น จึงคาดการณ์ว่าอาจเห็นการแกว่งตัวแคบของราคาทองคำ หรือไม่ก็ปรับตัวขึ้นได้ไม่สูงมากนัก



แนะนักลงทุนให้น้ำหนักทองคำ แค่
‘Neutral’…เหตุผลตอบแทนจากหุ้นยังดี

โดยรวมสินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง “ทองคำ” ทางเราจึงยังคงให้น้ำหนักเป็น ‘Neutral’ เนื่องจากในปีนี้การลงทุนในสินทรัพย์อย่างหุ้น ยังคงให้ความน่าสนใจและให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า เนื่องจาก “หุ้น” มีปัจจัยสนับสนุน อย่างนโยบายทางการเงินและมาตรการทางการเงินในหลายประเทศจะออกมาต่อเนื่อง จะช่วยให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคให้กลับมาดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันนโยบายทางการเงินอาจจะยังไม่สามารถส่งสัญญาณให้ผู้บริโภคแสดงเจตนาให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยได้ชัดเจนมากนัก


ทองคำเองก็เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในยามมีวิกฤติ ที่หากจะลงทุนนั้นต้องดูจังหวะและช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม เพราะความผันผวนก็ไม่น้อยเมื่อเทียบกับหุ้น แต่ หุ้นยังมีพื้นฐานรองรับ มีปันผล...ให้ทำให้มีความน่าสนใจกว่า โดยเฉพาะสถานการณ์ที่เศรษฐกิจทั่วโลกเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวเช่นนี้

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา