Official Update :

ลั่นขอรั้ง “บลจ.อันดับ1” ต่อเนื่อง...พร้อมมุ่งเฟ้นกองทุนตอบโจทย์ทุกกลุ่มทุกช่วงวัย!!!

ในปี 2021 “บลจ.ไทยพาณิชย์” คาดว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะยังคงได้รับปัจจัยบวกจากความคืบหน้าเรื่องวัคซีนป้องกัน COVID-19 ซึ่งจะมีการแจกจ่ายให้กับประเทศพัฒนาแล้วเป็นอันดับแรก


และคาดว่าจะเริ่มมีการแจกจ่ายในเอเชียในช่วงไตรมาสที่ 3 ซึ่งจะเป็นปัจจัยส่งเสริมการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ประกอบกับแรงกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านทางนโยบายการเงินและการคลัง


โดยคาดว่า “ธนาคารกลางหลัก” (สหรัฐ จีน และยุโรปจะยังคงดำเนินมาตรการนโยบายการเงินผ่อนคลาย ด้วยการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำ และทำ QE อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดทอนผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาด COVID-19 ระลอกใหม่ซึ่งจะส่งผลให้ สภาพคล่องในตลาดอยู่ในระดับที่สูง


และในบริบทเช่นนี้ มีธีมการลงทุนอะไรที่โดดเด่นและน่าสนใจ วันนี้ ทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาอัพเดทกันเช่นเคย



บลจ.ไทยพาณิชย์” ชู 3 ธีมเด่นรับ ‘ปีฉลู-2021’

โดย “ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด บอกถึงธีมการลงทุนที่น่าสนใจในปี2021 ว่า ประกอบด้วย 3 ธีมหลัก ประกอบด้วย


1) ตลาดหุ้น Asia ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ประกอบกับความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่มีท่าทีผ่อนคลายลง เนื่องจากมุ่งไปที่มาตรการการจับกลุ่มทางการค้าแทนการขึ้นภาษีนำเข้า จึงคาดว่าจะเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อกันภายในกลุ่ม นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีในเอเชียยังมีความน่าสนใจสูง อาทิ Tencent, Alibaba, Samsung และ TSMC ซึ่งมีอัตราการเติบโตของยอดขายเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลังสูงกว่ากลุ่มบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในสหรัฐ ในขณะที่มูลค่าพื้นฐาน (12-month Forward P/E) ที่ถูกกว่า




(ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย)



“อีกทั้ง ตลาดหุ้นเอเชีย ยังได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของ Semiconductor cycle ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญในเอเชีย โดยเฉพาะในเกาหลี ถึงแม้ว่า กลุ่มประเทศในเอเชียจะได้รับวัคซีนป้องกัน COVID-19 ช้ากว่ากลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว แต่ Earnings และ Valuation มีความน่าสนใจกว่า ประกอบกับค่าเงินที่มีแนวโน้มแข็งค่ามากขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้เงินทุนเคลื่อนย้ายมีแนวโน้มไหลเข้าตลาด Emerging Market โดยประเภทกองทุนที่แนะนำลงทุน คือ กองทุนที่ลงทุนในหุ้นเอเชีย”


2) ตลาดหุ้นกลุ่ม Domestic Play ซึ่งประกอบด้วย จีน ยุโรป และสหรัฐอเมริกา เนื่องจากคาดว่าสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 จะยังคงเป็นปัจจัยกดดันการเดินทางข้ามพรหมแดนอยู่ แม้จะมีวัคซีนป้องกัน COVID-19 แต่คาดว่าวัคซีนจะเริ่มมีการแจกจ่ายอย่างแพร่หลายในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้กลุ่มประเทศที่พึ่งพาการบริโภคภายในประเทศมีความน่าสนใจ โดย “จีน” เป็นประเทศแรกๆ ที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งด้านการผลิตและการบริโภคฟื้นตัวเร็วกว่าประเทศอื่น


“ขณะที่ ยุโรปแม้จะมีการแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 อีกเป็นรอบที่สอง แต่รัฐบาลยุโรปได้ให้เงินสนับสนุนบริษัทผลิตวัคซีนหลายแห่ง ทำให้ยอดจองวัคซีนของยุโรปอยู่ในระดับที่สูง และเป็นกลุ่มประเทศแรกที่ได้รับวัคซีน ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยประเภทกองทุนที่แนะนำลงทุน ได้แก่ กองทุนที่ลงทุนในหุ้นจีน และกองทุนที่เน้นลงทุนใน หุ้นยุโรปขนาดเล็กและ  สหรัฐ ที่เริ่มคุมอัตราการแพร่เชื้อได้ดีขึ้นมาก ประกอบกับการแจกจ่ายวัคซีน และการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากรัฐบาลของนายโจ ไบเดน ทำให้แนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจดีและเอื้อต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคและบริษัทเอกชนในปี 2021


3) Short-Duration Credits สำหรับการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ในปีหน้าอาจมีความน่าสนใจน้อยลง เนื่องจากมีสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่อเนื่อง ทำให้ความคาดหวังเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้นในระยะถัดไป ส่งผลให้ความชันของ Yield curve (US 2-10 Spread) ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับมูลค่าของตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยติดลบกลับมาเพิ่มสูงขึ้น และแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ประกอบกับนโยบายการคลังในสหรัฐที่ออกมาในจำนวนมหาศาลเพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งจะนำไปสู่การออกพันธบัตร Treasury เพื่อระดมเงินทุนไปใช้จ่ายภาครัฐ ทำให้นักลงทุนอาจเกิดความกังวลต่อการขาดทุนทางบัญชีจากการลงทุนในตราสารหนี้ในภาวะที่ดอกเบี้ยตลาดเริ่มปรับเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะตราสารหนี้ที่มีอายุยาว


“อย่างไรก็ดี หากเปรียบเทียบในกลุ่มตราสารหนี้ พบว่ากลุ่มตราสารประเภท High Yield ที่มีอายุสั้น มีความน่าสนใจมากกว่าเมื่อเทียบกับตราสารหนี้กลุ่มอื่น อาทิ Investment grade ซึ่งมีส่วนต่างอัตราผลตอบแทนเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ภาครัฐค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต ทั้งนี้ คาดว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านนโยบายขาดดุลการคลังอย่างมากในสหรัฐ และข่าวดีของการพัฒนาวัคซีน จะทำให้ความเสี่ยงของจากการผิดนัดชำระหนี้ของกลุ่ม High yield ลดลงตามไปด้วย”


โดยประเภทกองทุนที่แนะนำลงทุน ประกอบด้วย กองทุนที่ลงทุนในตราสาร High Yield ในสหรัฐที่มีระยะสั้น และกองทุนที่เน้นการลงทุนเพื่อหา Income จากตราสารหนี้หลากหลายประเภทและมีการกระจายการลงทุนไปในตราสารหนี้ทั่วโลก และอีกกลุ่มตราสารหนี้ที่มีความน่าสนใจยิ่งขึ้นในปีนี้ คือตราสารด้อยสิทธิของกลุ่มธนาคาร หรือที่รู้จักกันสั้นๆในภาษาสากลว่า sub-debt ซึ่งเป็นกลุ่มตราสารที่จะได้รับประโยชน์ในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ทำให้ผลตอบแทนมีความน่าสนใจในภาวะดังกล่าว



ลั่นขอรั้ง “บลจ.อันดับ1” ต่อเนื่อง...พร้อมมุ่งเฟ้นกองทุนตอบโจทย์ทุกกลุ่มทุกช่วงวัย

สำหรับแผนงานในปี 2021 บริษัทตั้งเป้าหมายการเป็น “บลจ.อันดับ 1 ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า หรือ The Most Advanced Technology & Trusted Partner AMC” โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ จึงได้มุ่งมั่นที่จะแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ สร้างผลตอบแทนที่ดี มีทางเลือกการลงทุนหลากหลายที่เหมาะสมกับลูกค้า พร้อมทั้งการนำเอาเทคโนโลยีมาพัฒนาเสริมความสามารถและประสิทธิภาพในการสร้างผลตอบแทน


ในปี 2020 บริษัทมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การจัดการ (AUM) รวม 1,612,418 ล้านบาท เป็นอันดับ 1 ในอุตสาหกรรม ด้วยส่วนแบ่งตลาดสูงสุดที่ 19.48ประกอบด้วยกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) มี AUM อยู่ที่ 506,542 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดที่ 25.41% ธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) มี AUM อยู่ที่ 164,047 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดที่ 13.14% และธุรกิจกองทุนรวม (Mutual Fund)  มี AUM อยู่ที่ 941,830 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดที่ 18.70% ซึ่งรวมทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) มูลค่ารวม 53,292 ล้านบาท และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 188,224 ล้านบาท (ข้อมูลจากสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ณ วันที่ 30 ธ.ค. 20)


“ทั้งนี้ บริษัทมีแผนนำเสนอกองทุนครอบคลุมทุกสินทรัพย์ที่มีรูปแบบแปลกใหม่ เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายตามความสนใจและสอดคล้องกับสภาวะตลาดและการลงทุน รวมถึงมีการใช้ Machine Learning ขยายการลงทุนภูมิภาคอื่นทั่วโลก พร้อมทั้งพัฒนาให้มีการต่อยอดเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการกองทุนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”


ทั้งหมดนี้เป็นก้าวย่างในปี2021 นี้ ของ “บลจ.อันดับ1” ของไทยในปัจจุบัน “บลจ.ไทยพาณิชย์” และมุมมองการลงทุนที่ชู 3 ธีมเด่นไว้ให้ หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

โต๊ะกองทุน Wealthythai