Official Update :

รู้หรือไม่?....มี “Mobile App” ก็ลงทุน ‘กองทุนรวม’ ได้นะ !!!

การ “ซื้อ-ขาย” กองทุนรวมในปัจจุบันนั้น ได้มีช่องทางการซื้อที่ค่อนข้างหลากหลายครอบคลุมทั้ง ออฟไลน์และ ออนไลน์ เพื่อเข้ามาตอบโจทย์ความสะดวกให้แก่ผู้ลงทุน


ซึ่งช่องทางออฟไลน์อย่างการซื้อขายผ่าน “ตัวแทนขาย (Selling Agent) ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสาขาธนาคาร, บริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอง ที่แม้จะเป็นช่องทางการซื้อขายแบบเก่าแต่ถือว่านักลงทุนไม่น้อยที่ยังให้ความสนใจกับช่องทางดังกล่าว


โดยเฉาะ “ธนาคาร” ซึ่งถือเป็นเครือข่ายใหญ่ของช่องทางการขายกองทุนในไทยนั้น ได้เพิ่มฟังก์ชันใหม่ให้ตอบโจทย์กับนักลงทุนที่ต้องการตัวเลือกการลงทุนที่มากขึ้น อย่าง Open Architecture” หรือการคัดเลือกกองทุนรวมดีๆ จากหลายๆ บลจ. มาให้ซื้อได้ง่ายๆ ในที่เดียว เน้นความต้องการและประโยชน์สูงสุดของลูกค้าเป็นหลัก


แต่บางธนาคารก็ได้ขยายช่องทางการซื้อขายกองทุนไปยังออนไลน์ แพลตฟอร์ม ผ่าน “แอพพลิเคชั่น”ของธนาคารของด้วยเช่นกัน แม้ว่าอาจจะยังไม่มีครอบคลุมทุกธนาคารแต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับภาพรวมของอุตสาหกรรมกองทุนโดยรวม


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอถือโอกาสนำแอพพลิเคชั่นของแต่ละธนาคารมาแชร์ให้แก่ผู้ที่กำลังสนใจหรือกำลังมองหาโอกาสการของลงทุนที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น



SCB Easy”…จาก ‘ธนาคารไทยพาณิชย์’

โดยเริ่มที่ “ธนาคารไทยพาณิชย์” ซึ่งได้พัฒนาแอปฯSCB Easy” ที่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านแอปฯ ได้หลากหลาย แล้วยังสามารถซื้อขายกองทุนรวมผ่านแอปฯ ดังกล่าวได้ด้วยเช่นกัน โดยจะทำได้ตั้งแต่ขั้นตอนการเปิดบัญชีและยืนยันตัวตนที่ใช้เวลาไม่นานนักก็สามารถซื้อขายได้เลยในทันที


“ซึ่งการซื้อขายกองทุนรวมผ่านแอปฯ ‘SCB Easy’ จะเป็นการเชื่อมต่อไปสู่แอปฯ ของ บลจ.ไทยพาณิชย์ หรือในชื่อ ‘SCB Easy Invest’ โดยนอกจากจะสามารถซื้อขายของบลจ.ไทยพาณิชย์แล้ว ยังสามารถซื้อกองทุนรวมอื่นๆไปถึง 17 บลจ. แม้ว่าจะตัวเลือกกองทุนจากบลจ.อื่นจะไม่มีอย่างครบถ้วน ครบทุกกองทุนแต่บลจ.จะมีการคัดเลือกกองทุนรวมดีๆ มาเสนอให้แก่ผู้ลงทุน”





นอกจากนี้ยังมีบริการ ROBO ADVISOR” หรือบริการสร้างและบริหารพอร์ตกองทุนรวมอัตโนมัติ ออกแบบสัดส่วนการลงทุนตามเป้าหมาย ความเสี่ยง ความต้องการลงทุนของแต่ละคนและปรับพอร์ตลงทุนให้อัตโนมัติ เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการลงทุน โดยใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 5,000 บาท



Bualuang mBanking”...จาก ‘ธนาคารกรุงเทพ’

ถัดมาเป็น “ธนาคารกรุงเทพ” ที่พัฒนาแอปฯ Bualuang mBanking” ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่นอกจากจะใช้งานในธุรกรรมทางการเงินในแต่ละประเภทไม่ว่าจะเป็นโอนเงิน เติมเงินไปยังช่องทางต่างๆ จ่ายบิล และขอสินเชื่อเป็นต้น แต่สิ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั้นก็ฟังก์ชั่นอย่างการซื้อขายกองทุนรวม





“ซึ่งการทำงานของฟังก์ชั่นดังกล่าวก็สามารถทำได้ตั้งแต่การเปิดบัญชีภายในแอปฯ ได้เลยทันที โดยจุดเด่นของการซื้อขายกองทุนรวมผ่านแอปฯ ‘Bualuang mBanking’ นั้นได้มีการแสดงกราฟมูลค่าหน่วยลงทุนย้อนหลังและข้อมูลหนังสือชี้ชวนสำคัญของกองทุนนั้นๆ แต่อย่างไรก็ดีในเบื้องต้นแอปฯ ดังกล่าวสามารถซื้อขายได้เฉพาะกองทุนของบลจ.บัวหลวงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น”



“KMA-Krungsri Mobile”…จาก ‘ธนาคารกรุงศรีอยุธยา’

ลำดับต่อมา “ธนาคารกรุงศรีอยุธยา” ถือเป็นอีกหนึ่งธนาคารที่พัฒนาแอปฯ ให้สามารถซื้อขายกองทุนรวมได้เช่นกัน โดยมีชื่อแอปฯว่า “KMA-Krungsri Mobile” ซึ่งจุดเด่นของแอปฯที่นอกจากสามารถซื้อขายกองทุนรวมที่บริหารโดยบลจ.กรุงศรีนั้น ยังสามารถซื้อกองทุนรวมจากบลจ.อื่นๆ ได้อีก 8 บลจ.ซึ่งก็จะเป็นกองทุนที่ทางบลจ.คัดเลือกมาตอบโจทย์แก่นักลงทุนที่ชอบความหลากหลาย





“ขณะเดียวกันยังมีอีกหนึ่งฟังก์ชั่นเจ๋งๆ อย่าง ‘Smart Advisor’ ซึ่งจะเป็นบริการให้คำแนะนำการลงทุน พร้อมกับคัดสรรกองทุนรวมเพื่อสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ลงทุนหรือแสดงประมาณการการเติบโตของเงินลงทุน ตามการระบุเป้าหมายการลงทุน ความเสี่ยงที่รับได้ของตัวบุคคล”



K PLUS”…จาก ‘ธนาคารกสิกรไทย’

ส่วน “ธนาคารกสิกรไทย” อีกหนึ่งธนาคารที่ได้มีฟังก์ชั่นการซื้อขายกองทุนรวม ผ่านโมบายแอปฯ อย่าง K PLUS” ที่สามารถเริ่มได้ตั้งแต่การเปิดบัญชีไปจนถึงการซื้อ ขาย สับเปลี่ยนกองทุนรวม ซึ่งผู้ลงทุนสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของมูลค่าหน่วยลงทุนและพอร์ตการลงทุนได้ภายในแอปฯ เดียวกัน





“นอกจากนี้เองยังมีบริการที่เป็นตัวช่วยให้แก่ผู้ลงทุนอย่าง ‘Wealth PLUS’ ที่จะเป็นตัวช่วยจัดการพอร์ตลงทุนส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นกำหนดเป้าหมายและวางแผนการลงทุนได้ แนะนำจำนวนเงินและจำลองผลการลงทุน ช่วยเลือกกองทุนและวางแผนจัดพอร์ตลงทุน และคอยปรับพอร์ตการลงทุนตามภาวะตลาด ซึ่งสำหรับสร้างแผนลงทุนผ่าน Wealth PLUS ลงทุนครั้งแรกอยู่ที่ 1,000 บาท”



TMB TOUCH”...จาก ‘ธนาคารทหารไทย’

ถัดมาอีกหนึ่งธนาคารรายใหญ่อย่าง “ธนาคารทหารไทย” ที่ได้ใช้ชื่อโมบายแอปฯว่า TMB TOUCH” ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่สำหรับลูกค้าธนาคารที่ใช้บริการ แอป TOUCH ที่มีพอร์ตกองทุนรวมกับ TMB หรือมีบัญชีกองทุนรวม จะสามารถซื้อกองทุนรวมภายในพอร์ตผ่านแอปฯ ดังกล่าวได้ทันที ซึ่งสามารถซื้อกองทุนทั่วไปได้จาก 11 บลจ.


รวมไปถึงยังมีฟังก์ชั่นอย่างอัพเดตแบบประเมินความเสี่ยง บริการทำแบบประเมินความเสี่ยง(Suitability Test) อัพเดตความเสี่ยงที่รับได้ก่อนซื้อกองทุน โดยสามารถแสดงข้อมูลการประเมินความเสี่ยงที่ลูกค้าทำการประเมินไว้ที่ไว้ที่สาขาได้ไม่เกิน 2 ปี ในกรณีเกิน 2 ปี  ลูกค้าจะต้องทำแบบประเมินความเสี่ยงใหม่หรือลูกค้าสามารถเข้ามาทำการเปลี่ยนแปลงคำตอบหรือทำแบบประเมินใหม่ได้ในทุกกรณี”





“และตัวช่วยการลงทุนอย่าง ‘TMB Smart Port’ คือบริการจัดพอร์ตกองทุนแบบครบวงจรและปรับสัดส่วนการลงทุนให้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเหมาะกับนักลงทุนทุกประเภทที่มองหาโอกาสเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายทางการเงินได้เร็วขึ้น แต่ก็ไม่มีเวลาติดตามสภาวะตลาด



Thanachart Connect”...จาก ‘ธนาคารธนชาต

สุดท้าย “ธนาคารธนชาต” กับแอปฯ Thanachart Connect” ที่การใช้งานของฟังก์ชั่นอย่างการซื้อ ขาย ก็มีความน่าสนใจไม่ได้ด้อยไปกว่าโมบายแอปฯ จากธนาคารอื่นแต่อย่างใด โดยผู้ลงทุนสามารถดูข้อมูลการลงทุนก่อนซื้อ - ขาย สามารถเลือกดูข้อมูลของกองทุนนั้นๆ ได้ทั้งมูลค่าหน่วยลงทุน ผลดำเนินงานที่ได้ลงทุนไว้ว่ากำไรหรือขาดทุน หน่วยลงทุนและยอดเงินคงเหลือ รวมถึงความเสี่ยงของกองทุน





การลงทุนในกองทุนรวมยุคปัจจุบันถือว่าค่อนข้างเข้าถึงได้ง่ายแล้ว การอำนวยความสะดวกของแต่ละแอปฯ ที่ธนาคารต่างๆ พัฒนาขึ้นมานั้นยังถือว่าครบวงจรเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายกองทุนหรือคำแนะนำการลงทุน ซึ่งแม้ว่าในปัจจุบันอาจจะยังไม่เป็นที่แพร่หลายนักหรือการบริการอาจจะยังไม่ครบถ้วน แต่ก็ถือว่าเป็นสัญญาณถึงการปรับตัวของธนาคารที่จะผลักดันให้ลูกค้าให้ความสำคัญด้านการลงทุนมากยิ่งขึ้น

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา