Official Update :

“กอง CG Fund”…กับธีมลงทุนในหุ้นที่เน้น ‘ESG’ ในตลาดหุ้นไทย !!!

ธีมการลงทุน ESG ถือเป็นหนึ่งในธีมการหนึ่งที่มีการผลักดันทั้งจากภาครัฐบาลและเอกชนให้นักลงทุนมองเห็นถึงการดำเนินธุรกิจให้มีความยั่งยืนผ่านแนวคิดที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม, สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, Governance หรือ ESG)


ซึ่งในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า ผู้จัดการกองทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนต่างประเทศ ต่างให้ความสำคัญกับการลงทุนในบริษัทที่มีแนวทางการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืนทั้งของกิจการและสังคมโดยรวมมากขึ้น


โดยการลงทุนแนวคิดดังกล่าว บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ในประเทศเอง ก็ได้ขานรับธีมการลงทุนดดังกล่าว โดยเริ่มจากการลงทุนที่ใกล้ตัว อย่าง “ตลาดหุ้นไทย” จึงทำให้เห็นการออกทุนใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับแนวทางดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง


ซึ่ง กองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย (CG Fund)” ก็ถือเป็นหนึ่งในแนวคิดดังกล่าวด้วย หลายคนอาจจะมองหรือเกิดความสงสัยว่ากองทุนประเภทดังกล่าวมีจะ Performance ที่แตกต่างหรือด้อยไปกว่ากองอื่นๆ อย่างไร


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอโอกาสนำเสนอข้อมูลผลตอบแทนของกองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย(CG Fund) 5 อันดับแรกที่สูงสุดในกลุ่มมาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้



“กอง
BMSCG” แชมป์กลุ่มกอง Thai CG Fund…โชว์ผลตอบแทนไตรมาสแรก 21.59%

สำหรับ กองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย (CG Fund)” ในไทยมีทั้งหมด 13 กองทุน จาก 11 บลจ. ซึ่งถือเป็นความพยายามของ “อุตสาหกรรมกองทุนรวมไทย” ในการขับเคลื่อนและผลักดันให้เกิดกองทุนรวมภายใต้แนวคิดนี้ขึ้นมา ซึ่งในช่วงแรกนั้นยังโฟกัสไปในเรื่องของ “ธรรมาภิบาล (CG)” เป็นหลัก ตามพัฒนาการของตลาดทุนและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในขนาดนั้น


ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 31 มีนาคม 64) หรือสิ้นไตรมาส 1/64 ผลตอบแทนกลุ่มดังกล่าวเป็นบวกทั้งกลุ่ม แต่ของแต่ละกองทุนก็มีความแตกต่างกันออกไป โดยกองทุนที่มีผลงานโดดเด่นหรือสูงที่สุดในกลุ่ม ชื่อว่า “กองทุนเปิด BCAP Mid Small CG ETF (BMSCG) จาก บลจ. บางกอก แคปปิตอล ซึ่งเป็นกองทุน ETF เพียงกองเดียวในกลุ่มนี้ ทำผลตอบแทนได้ 21.59%


“กองทุนมีนโยบายการจะเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี BCAP Mid Small Cap CG Index TR รวมถึงหุ้นที่อยู่ระหว่างการเข้าหรือออกจากการเป็นหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิงดังกล่าว ภายใต้กลยุทธ์การบริหารกองทุนเชิงรับ (Passive Management Strategy)


ทั้งนี้จากนโยบายการลงทุน จะส่งผลให้มีnet exposure ในหุ้นของบริษัทขนาดกลางและบริษัทขนาดเล็ก ที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีรวมถึงบริษัทที่ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฎิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (CAC) ซึ่งการพิจารณาการกำกับดูแลกิจการที่ดีอาจพิจารณาจากการจัดอันดับ CG Scoring ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย หรือหน่วยงานอื่นใดโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80%ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน



 


ถัดมาอันดับจาก บลจ.ทาลิส โดยมีชื่อกองว่า “กองทุนเปิดทาลิส หุ้นธรรมาภิบาลไทย (TLEQ-THAICG)” ทำผลตอบแทนได้ 19.31%

“โดยกองทุนมีมีนโยบายลงทุนในตราสารแห่งทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ หรือตลาดรองอื่น ๆ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงบริษัทที่ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกโครงการการสร้างแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) ซึ่งการพิจารณาการกำกับดูแลกิจการที่ดีอาจพิจารณาจากการจัดอันดับ CG Scoring ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย หรือหน่วยงานอื่นใดที่เกี่ยวข้อง โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน”


อันดับที่ 3 และ4 จะเป็นของ บลจ.ทิสโก้ โดยทั้ง 2 กองมีชื่อว่า “กองทุนเปิด ทิสโก้ ESG หุ้นไทยยั่งยืน(TISESG)ซึ่งจะแตกต่างกันคงที่ประเภทของนโยบายจ่ายผลตอบแทนเท่านั้น โดยอันดับ 3 เป็น TISESG-A ที่เป็นชนิดสะสมผลตอบแทน ขณะที่อันดับ 4 เป็น TISESG-Dหรือเป็นชนิดจ่ายเงินปันผล โดยให้ผลตอบแทน 17.23% และ 17.20% ตามลำดับ


“สำหรับตัวนโยบายการลงทุนของทั้ง 2 กองทุนนั้น เหมือนกัน คือจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ หรือตลาดรองอื่นๆของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในบริษัทที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมใน 3 ด้าน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล(Environmental, Social and Governance: ESG) โดยรายชื่อหุ้นของบริษัทที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมที่กองทุนจะลงทุนจะเป็นบริษัทที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกและประกาศโดยสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือและผ่านเกณฑ์การคัดเลือกของบริษัทจัดการ”


อันดับสุดท้ายหรือลำดับที่  5 “กองทุนกรุงศรีหุ้นธรรมาภิบาลไทย (KFTHAICG) จาก บลจ.กรุงศรี ทำผลตอบแทนได้ 16.10%

“กองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ หรือตลาดรองอื่นๆ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงบริษัทที่ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฎิบัติของภาคเอกชนไทย ในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (CAC) ซึ่งการพิจารณาการกำกับดูแลกิจการที่ดีอาจพิจารณาจากการจัดอันดับ CG Scoring ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย หรือหน่วยงานอื่นใดที่เกี่ยวข้องโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน”


แม้ว่าตัวนโยบายการลงทุนของ ‘CG Fund’ ส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่หุ้นเข้าเกณฑ์ CG Scoring และมีส่วนร่วมแก่การรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) แต่ในด้าน Performance นั้น ไม่ได้ด้อยไปกว่ากองทุนหุ้นไทยประเภทอื่นๆ เลย ซึ่งก็ถือว่าเป็นธีมการลงทุนอีกหนึ่งธีมที่น่าสนใจและจะช่วยสร้างผลตอบแทนได้ดีในอนาคต

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา