Official Update :

“กองหุ้นเทคฯ” ไตรมาสแรกปีนี้ไม่ร้อนแรง...แชมป์กลุ่มผลตอบแทน 11.47% !!!

ปีที่แล้วถือเป็นปีที่ไม่ดีสำหรับ “ตลาดหุ้นไทย” เลยทีเดียว แม้ว่าล่าสุด (เดือนเม.ย.21) “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)” จะออกมาหั่นเศรษฐกิจไทยปีนี้เป็นรอบที่2 ลงเหลือ 2.6% จากต้นปี 2.7% ในขณะที่มองเศรษฐกิจโลกโต 6.0% จากต้นปี 5.5%


แต่ช่วงไตรมาสที่1/21 นี้ จากการสำรวจของกองทุนที่เป็นแชมป์ในกลุ่มกองทุนต่างๆ นั้น พบว่า “กองหุ้นไทย” มีผลงานที่โดดเด่นสุด โดยแชมป์กลุ่มมาจาก “กองหุ้นทั่วไป” ให้ผลตอบแทนสูงสุดถึง 35.75% สวนภาพเศรษฐกิจซบอย่างชัดเจน


วันนี้ ทีมงาน ‘Welathythai’ จะพาไปส่องผลงานแชมป์กลุ่มแต่ละประเภทที่โดดเด่นสุดในช่วงไตรมาสแรกกัน



“กอง
MIDSMALLLTF” กลุ่มกองหุ้นทั่วไป...‘แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด’ ไตรมาสที่1/21 โชว์ผลตอบแทน 35.75%

จากการสำรวจผลงานแชมป์กลุ่มกองทุนแต่ละประเภทที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรกนั้น มาจาก “กองหุ้นไทย” ถึง 2 กอง และผลงานทะลุ 30% ทั้งคู่ ตามมาด้วย “กองทุนน้ำมัน” ที่เหลือเป็นกองทุนต่างประเทศ 2 กอง ได้แก่ “กองหุ้นสหรัฐ” และ “กองหุ้นโลก” ซึ่ง Top ทั้ง 5 นี้ ผลตอบแทนมากกว่า 20% ทุกกอง


อันดับ1 “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี มิด สมอล แค็ป หุ้นระยะยาว (MIDSMALLLTF)” ของ บลจ.เอ็มเอฟซีจัดอยู่ในกลุ่ม “กองหุ้นทั่วไป” ด้วยผลตอบแทน 35.75% ในขณะที่ “ตลาดหุ้นไทย (SET TRI)” +10.49%

“กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารแห่งทุนของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีแนวโน้มการเจริญเติบโตสูงในระยะปานกลางถึงระยะยาว โดยมีอัตราส่วนการลงทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV”


พอร์ตเดือนก.พ.21 หุ้น 5 ตัวแรกที่กองทุนถือ ได้แก่ SINGER 8.80%, JMART 5.96%, JMT 4.82%, SPRC 4.70% และ KKP 4.60%


อันดับ2 “กองทุนเปิดทาลิส MID-SMALL CAP หุ้นทุน (TLMSEQ)” ของ บลจ.ทาลิส จัดอยู่ในกลุ่ม “กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก” ให้ผลตอบแทน 30.33%

“กองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางธุรกิจ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV”


พอร์ตเดือนก.พ.21 หุ้น 5 ตัวแรกที่กองทุนถือ ได้แก่ JMT 7.84%, MEGA 6.86%, JMART 6.00%, COM7 5.77% และ STA 5.59%



 

อันดับ3 “กองทุนเปิดทหารไทย ออยล์ ฟันด์ (TMBOIL)” ของ บลจ.ทหารไทย ในกลุ่ม “กองทุนน้ำมัน” ให้ผลตอบแทน 29.45%

“กองทุนมีนโยบายในการบริหารเชิงรับ (Passive Investment Strategy) โดยจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘Invesco DB Oil Fund’ ในอัตราส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV  ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟ ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE Arca) ที่มีนโยบายลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) เพื่อให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี DBIQ Optimum Yield Crude Oil Index Excess Return


อันดับ4 “กองทุนเปิดยูเอส แบงค์ อิควิตี้ เอฟไอเอฟ (MS-USBANK)” ของ บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย)จัดอยู่ในกลุ่ม “กองหุ้นสหรัฐ” ให้ผลตอบแทน 28.79%

“กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน  ‘Manulife Advanced Fund SPC - U.S. Bank Equity Segregated Portfolio (the “U.S. Bank Equity Fund”) (Class AA USD) เพียงกองเดียวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในตราสารทุน และ/หรือตราสารทางการเงินที่อ้างอิงกับตราสารทุน ที่ออกโดยบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจธนาคาร และ/หรือสถาบันการเงินที่จัดตั้งหรือดำเนินธุรกิจในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก”


อันดับ5 “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทน (I-10)” ของ บลจ.เอ็มเอฟซีจัดอยู่ในกลุ่ม “กองหุ้นโลก” ให้ผลตอบแทน 23.34%

“กองทุนมีนโยบายการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับพลังงานแบบดั้งเดิมและพลังงานทางเลือก (Traditional Energy and Alternative Energy) ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยมีอัตราส่วนการลงทุนในต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 80% ของ NAV”


ส่วน 5 อันดับกลุ่มกองทุนที่แชมป์กลุ่มยังมีผลตอบแทนท้ายตาราง เป็นกลุ่มที่เคยร้อนแรงจากปีก่อนอย่าง “กองหุ้นเทคโนโลยีโลก” และ “กองทุนทองคำ” โดยแชมป์กลุ่มให้ผลตอบแทน 11.47% และ -6.13% ตามลำดับ รวมถึงกลุ่มที่ได้รับการหมายตาว่าจะมาแรงในปี2021 นี้ ไม่ว่าจะเป็น “กองหุ้นจีน”, “กองหุ้นตลาดเกิดใหม่” และ “กองหุ้นสุขภาพโลก” โดยแชมป์กลุ่มมีผลตอบแทน 7.00%, 7.31% และ 5.40% ตามลำดับ


ช่วงไตรมาสแรกมานี้ ในภาพรวมการลงทุนในกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นดูจะให้ผลตอบแทนที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก จะมีเพียง “ทองคำ” เท่านั้น ที่ผลตอบแทน ติดลบ ในขณะที่ “กองหุ้นไทย” กลับมาผงาดสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นที่สุดไปในช่วงไตรมาสแรกนี้ ช่วงที่เหลือของปีจะเป็นยังไงนั้นคงต้องติดตามดูกันต่อไป หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’