“กอง RMF-หุ้นต่างประเทศ”...เพิ่มความยืดหยุ่น ‘กระจายการลงทุน’ ตอบเป้าหมายเกษียณ !!!

การออมเงิน โดยให้เงินต้นมีการเติบโตหรือออกดอกออกผลก็เป็นอีกหนึ่งวิธีจะช่วยให้มีเงินใช้จ่ายใน วัยเกษียณ แต่การจะหาวิธีให้เงินดังกล่าวมีการเติบโตก็มีไม่ได้มากนัก


ฉะนั้น การนำเงินก้อนไปลงทุนในกองทุนรวมอย่างกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” ก็เป็นวิธีส่วนใหญ่ที่คนเลือกทำ เพราะได้ทั้ง ผลตอบแทน และ ประโยชน์ทางภาษี แบบ 2 in 1 กันเลยทีเดียว


แต่ก็มีคนไม่น้อยเกิดความสงสัยว่ากองประเภทดังกล่าวจะสร้างผลตอบแทนได้ดีเพียงใด


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอนำเสนอข้อมูลกอง RMF-หุ้นต่างประเทศ5 อันแรกที่มีผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส1/2564 ที่ผ่านมาโดดเด่นที่สุดมาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจหรือกำลังติดตามกันในครั้งนี้



กอง B-INDIAMRMF” แชมป์กลุ่มกอง RMF-ต่างประเทศไตรมาสแรกโชว์ผลตอบแทน 13.86%

โดยคงต้องยอมรับว่าในไตรมาส 1/64 กองหุ้นต่างประเทศบางภูมิภาคและบางประเทศนั้น ผลการดำเนินงานอาจจะยังสู้หุ้นไทยไม่ได้นัก ซึ่งรวมถึง กอง RMF-หุ้นต่างประเทศ ด้วยเช่นกันแต่โดยส่วนใหญ่ผลตอบแทนก็ยังเป็นบวกทั้งหมด


ต้องไม่ลืมว่ากอง RMF’ มีนโยบายให้เลือกลงทุนหลากหลาย ส่วนหนึ่งเพื่อให้นักลงทุนได้จัดพอร์ตมีการกระจายการลงทุนไปได้หลากหลายสินทรัพย์เพื่อตอบโจทย์การลงทุนในระยะยาวช่วยลดความผันผวนในระยะสั้นนั่นเอง


สำหรับกองทุนที่มีผลงานโดดเด่นในช่วงดังกล่าวมีชื่อว่ากองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอินเดียมิดแคปเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-INDIAMRMF)” จาก บลจ.บัวหลวง ด้วยผลตอบแทน 13.86%


กองทุนเป็นกองทุนประเภท Feeder Fund จึงลงทุนในหน่วยลงทุนของ ‘Kotak Funds - India Midcap Fund’ (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน Class J Accเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยนโยบายของกองทุนหลักนั้น จะมุ่งหาผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาในระยะยาว โดยลงทุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนในหุ้นและตราสารอนุพันธ์ที่เชื่อมโยงกับหุ้นขนาดกลาง (Mid Cap) ของบริษัทที่จัดตั้งหรือดำเนินธุรกิจในประเทศอินเดีย





อันดับถัดมาเป็นกองทุนจาก บลจ.บัวหลวง เช่นเดียวกัน โดยมีชื่อกองว่า กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลอินโนเวชั่นและเทคโนโลยีเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-INNOTECHRMF)” ด้วยผลตอบแทน 11.26%


กองทุนเป็นกองทุนประเภท Feeder Fund ที่ลงทุนในหน่วยลงทุนของ ‘Fidelity Funds - Global Technology Fund’ (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน Class Y-ACC-USD เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งตัวนโยบายการลงทุนของกองหลักนั้น เป็นกองทุนรวมต่างประเทศที่มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัททั่วโลกที่มีการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการ หรือบริการ อันจะนํามาซึ่งประโยชน์อย่างสูงจากความก้าวหน้าและการพัฒนาทางเทคโนโลยี


อันดับที่ 3 “กองทุนเปิด แอสเซทพลัส เวียดนาม โกรท เพื่อการเลี้ยงชีพ (ASP-VIETRMF)” จาก บลจ.แอสเซทพลัสด้วยผลตอบแทน 10.94%

โดยตัวนโยบายการลงทุนของกองนั้นจะลงทุนในตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือมีธุรกิจหลักในประเทศเวียดนาม ที่เชื่อว่ามีศักยภาพในการเติบโตและมีแนวโน้มการเจริญเติบโตในอนาคต รวมทั้งตราสารทุนอื่นใดที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องหรือที่ได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือทรัพย์สินส่วนใหญ่มาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเวียดนาม และตราสารทุนของผู้ประกอบการเวียดนามที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศอื่น และหน่วย CIS ที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุน และกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) ตราสารทุน ที่เน้นลงทุนในตราสารทุนประเทศเวียดนาม โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน


อันดับที่ 4 “กองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ เอเชียน สมอลแคป อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (MS-ASM RMF)” จาก บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย)’ ด้วยผลตอบแทน 10.03%

เป็นกองทุนประเภท Feeder Fundโดยมีการลงทุนใน ‘Manulife Global Fund-Asian Small Cap Equity Fund (Share Class I)’ (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียว สำหรับนโยบายการลงทุนกองหลักพอร์ตการลงทุนจะยึดหลักการกระจายการลงทุนในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่อ้างอิงกับตราสารทุนของบริษัทที่มีมูลค่าตลาดขนาดเล็กในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่อ้างอิงกับตราสารทุนนั้นรวมถึงหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิและใบสำคัญแสดงสิทธิ์ในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิง


อันดับสุดท้ายจาก บลจ.บัวหลวง ที่มีชื่อกองว่า กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเอเชียเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-ASIARMF)” ด้วยผลตอบแทน 8.30%

กองทุนเป็นกองทุนประเภท Feeder Fund ที่ลงทุนในหน่วยลงทุนของ ‘Invesco Funds - Invesco Asian Equity Fund’ (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน Class C (AD) USD เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน สำหรับนโยบายการลงทุนของกองหลักนั้น จะเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทหรือนิติบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะ จดทะเบียนในประเทศภูมิภาคเอเชีย, จดทะเบียนในประเทศที่อยู่นอกภูมิภาคเอเชียแต่ดำเนินธุรกิจหลักในประเทศภูมิภาคเอเชีย และบริษัทโฮลดิ้งที่มีการลงทุนหลักในบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้ การลงทุนในแถบภูมิภาคเอเชียดังกล่าวไม่รวมถึงประเทศญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์


สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสสร้างการเติบโตให้แก่เงินต้น การลงทุนในกองทุนก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่มีเป้าหมายการลงทุนในระยะยาวโดยให้เงินต้นออกดอกออกผล ฉะนั้นการเริ่มสร้างวินัยการออมเงินตั้งแต่วันนี้ก็จะช่วยทำให้ในอนาคตมีเงินที่พอเพียงสำหรับการดำรงชีวิตหลังเกษียณได้

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา