“กอง RMF” โตต่อเนื่อง…คาดปีนี้เงินไหลเข้าสุทธิไม่ต่ำกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท-ไม่สน COVID-19 !!!

“กองทุนประหยัดภาษี (Tax Fund)” ในช่วงไตรมาสแรกของปี21 ถือว่าซบเซาตามระเบียบเพราะไม่ใช่เทศกาลของกองทุนประเภทนี้อยู่แล้ว         


ในส่วนของ “กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)” ที่ภาครัฐผลักดันมาเป็นตัวทดแทน “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)” นั้น ตัวเลขต่างๆ ที่ออกมาดูไม่ค่อยสวยเท่าไรนัก


ปีที่แล้วที่เปิดตัวมี “กอง SSF/SSFX” รวมกัน 2.2 หมื่นล้านบาท ไตรมาสที่1/21 มีเงินไหลเข้าสุทธิ 890 ล้านบาท เท่านั้น


“กอง LTF” เองไตรมาสที่1/21 มีเงินไหลออกสุทธิ 6.5 พันล้านบาท ส่วน “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” มีเงินไหลออกสุทธิเล็กน้อย 88 ล้านบาท


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับกลุ่มกองทุนประหยัดภาษีจาก Morningstar” มาอัพเดทกัน



เชื่อ “กอง
SSF” ไม่คึกคัก-เหตุเงื่อนไข “ลงทุน 10 ปี” อาจนานไป...ปีนี้ยังประเมินเม็ดเงินลงทุนได้ยาก

ข้อมูลจาก “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุว่า “กองทุนเพื่อการออม (SSF) ถือว่ายังค่อนข้างเงียบเหงาในไตรมาสแรกเนื่องจากยังเป็นช่วงต้นปีที่มักจะไม่ค่อยมีเงินไหลเข้ากองทุนลดหย่อนภาษี ทำให้มีเงินไหลเข้าสุทธิเพียงเดือนละราว 200 กว่าล้านบาท รวมเงินไหลเข้าสุทธิของไตรมาสแรกที่ 890ล้านบาท ทำให้มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม 2.5 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้น 10.1% จากสิ้นปี20


เม็ดเงิน ‘กอง SSF’ ส่วนใหญ่จะลงทุนในต่างประเทศ โดย กอง SSF-กลุ่มหุ้นใหญ่ไทย มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิเพิ่มขึ้นจากระดับ 9 พันล้านบาท ไปอยู่ที่ระดับ 1 หมื่นล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 12.3% ซึ่งเป็นผลจากมูลค่าการลงทุนที่สูงขึ้นโดยมีผลตอบแทนเฉลี่ย 11.9% ทั้งนี้ในรอบ 3เดือนที่ผ่านมามีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิเพียง 141 ล้านบาท





“กลุ่ม
SSF-กองหุ้นโลก” เป็นกลุ่มกองทุนที่มีเงินไหลเข้าสุทธิมากที่สุดรวม 440 ล้านบาทมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมที่ราว 4.4 พันล้านบาท เติบโต 8.4% จากไตรมาสก่อนหน้า ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นบวกเล็กน้อยที่ 0.4% โดยมีบางกองทุนให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบมากกว่า 3%


“ในภาพของส่วนแบ่งตลาดนั้นยังไม่ต่างจากเดิมมากนัก บลจ.กสิกรไทย ยังมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดที่ 24% ด้วยมูลค่าทรัพย์สินราว 5.8 พันล้านบาทตามมาด้วย บลจ.ไทยพาณิชย์ 23% และ บลจ.บัวหลวง 18% รวม 3 อันดับแรกมีส่วนแบ่งตลาด 64%


สำหรับแนวโน้มของ ‘กอง SSF’ ในปีนี้เรื่องขนาดเม็ดเงินยังประเมินได้ยาก แต่ตัวเลขที่ออกมาก็ค่อนข้างน้อยในไตรมาสแรก ส่วนหนึ่งอาจมาจากเงื่อนไข “ลงทุน 10 ปี” ซึ่งอาจจะดูนานไปสำหรับนักลงทุน



คาดเม็ดเงินลงทุน “กอง
RMF” ปีนี้จะไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา...แม้ ‘COVID-19’ ยังอยู่ก็ตาม

“กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)” มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิที่ 3.8แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 8% จากสิ้นปี 2020 สะท้อนมูลค่าการลงทุนที่ปรับตัวขึ้นตาม SET Index ที่ฟื้นตัว มูลค่าเงินไหลออกสุทธิล่าสุด 6.5 พันล้านบาท น้อยกว่าไตรมาสแรกของปีที่แล้วเล็กน้อยที่เกือบ 7 พันล้านบาท ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากยังไม่มีเม็ดเงินก้อนใหม่ที่ครบอายุถือครอง โดยในปีนี้เม็ดเงินที่ขายคืนโดยไม่ผิดเงื่อนไขคือเม็ดเงินที่ลงทุนตั้งแต่ปี 2015 ครบอายุถือครองมาตั้งแต่ปี 2019 ทำให้ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2019 มีเงินไหลออกสุทธิ 1.0 หมื่นล้านบาท


“อย่างไรก็ดีในจำนวนกองทุน LTF ทั้งหมด 93 กองทุนนั้น มีบางกองทุนที่มีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิที่เกิดจากการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจากกอง LTF กองทุนอื่นเช่น ‘กอง ASP-SMELTF-T’ จาก บลจ.แอสเซท พลัส, ‘กอง KMSLTF-C (L)’ จาก บลจ.กสิกรไทย และ ‘กอง KFLTFDBM-D’ จากบลจ.กรุงศรี เป็นต้น การสับเปลี่ยนเข้านั้นเกิดจากหลายกองทุนไม่เก็บค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหรือเก็บเฉพาะส่วนการสับเปลี่ยนขาออก โดยกองทุนที่มีมูลค่าสับเปลี่ยนเข้าส่วนใหญ่เป็นกองทุนที่มีขนาดค่อนข้างเล็กหรือต่ำกว่า 1 พันล้านบาท และมักจะเป็น กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก ที่สร้างผลตอบแทนได้ค่อนข้างสูง”



 

“ส่วน กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม 3.5 แสนล้านบาท สูงกว่าสิ้นปีที่แล้ว 4.2% การเติบโตมีส่วนสำคัญจากการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทย ในขณะที่มีเม็ดเงินไหลออกสุทธิเพียงเล็กน้อยที่ 88 ล้านบาท มูลค่า กอง RMF-หุ้น อยู่ที่ 1.8 แสนล้านบาท สูงขึ้น 9.2% จากไตรมาสก่อนหน้าและเป็นเพียงสินทรัพย์ประเภทเดียวของกองทุน RMF ที่มีเม็ดเงินไหลเข้ารวม 3.2 พันล้านบาท และในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมามีผลตอบแทนเฉลี่ย 6.1% รอบ 1 ปีสูงถึง 43.0%






“แนวโน้มเงินลงทุนใน ‘กอง RMF’ ในปีนี้คาดว่าจะไม่ต่ำกว่าในปีที่ผ่านมาที่มีเงินไหลเข้าสุทธิ 3.5 หมื่นล้านบาท มากกว่าปี2019 ที่มีเงินไหลเข้าสุทธิ 3.3 หมื่นล้านบาท แม้ว่าในปีที่แล้วจะเกิดวิกฤติ COVID-19 ก็ตาม แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเม็ดเงินลงทุนในกอง RMF แต่ประการใด ในปีนี้ก็คาดว่าน่าจะเป็นเช่นเดียวกัน และกอง RMF น่าจะมีบทบาทที่สำคัญมากขึ้นในอนาคตแทนกอง LTF ด้วย ทั้งนี้จะพบว่าเป็นไปได้ว่ากลุ่มนักลงทุนกอง RMF เป็นฐานนักลงทุนที่อาจจะไม่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ในแง่ของรายได้แต่ประการใด”


นี่คือบทสรุปของกลุ่ม “กองทุนประหยัดภาษี (Tax Fund)” ในไตรมาสที่1/21 ที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะดูซบเซาไปบ้างแต่ยังไม่ใช่เทศกาลลงทุนของกองทุนกลุ่มนี้แต่ประการใด ที่น่าจับตา คือผลลัพธ์ของ “กอง SSF” ที่อาจไม่เป็นไปตามที่ “ภาครัฐ” คาดหวังไว้ตรงนี้ จะมีการแก้เกมกันยังไงหรือจะปล่อยเลยตามเลยต่อไปตามสภาพก็คงต้องติดตามดูกันต่อไป

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’