“กองหุ้นอาเซียน”...อีกโอกาสลงทุนในตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโต!!!

“ตลาดหุ้นเกิดใหม่” กลุ่มตลาดที่ได้รับความน่าสนใจจากนักลงทุนต่างชาติที่กำลังมองหาโอกาสการสร้างผลตอบแทนได้ดีจากการเติบโตของตลาด


ซึ่งตลาดหุ้นเกิดใหม่นั้น ประเทศส่วนใหญ่เป็นประเทศที่กำลังพัฒนาจึงทำให้การเติบโตของภาคเศรษฐกิจถูกเร่งตัวด้วยปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้านไม่ว่าจะเป็นการบริโภคในประเทศไปจนถึงการนำเข้า-ส่งออก


โดยในกลุ่มย่อยหรือกลุ่มภูมิภาคของตลาดหุ้นเกิดใหม่ ก็มี “ตลาดหุ้นอาเซียน” ที่นักลงทุนได้ให้ความสนใจไม่น้อยไปกว่าประเทศอื่นๆ เช่นกัน เพราะประเทศที่มีการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจได้ดีก็อยู่ในภูมิภาคดังกล่าวด้วย


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากนำเสนอข้อมูลอีกหนึ่งด้านอย่างผลการดำเนินงานของ “กองทุนหุ้นอาเซียน” ในไตรมาส1/2564 ให้แก่ผู้ที่สนใจว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง



“กอง
I-ASEAN STAR 10” แชมป์กลุ่ม ‘กองหุ้นอาเซียน’ ไตรมาสแรก...โชว์ผลตอบแทน 9.80%

สำหรับ “กองทุนรวมหุ้นอาเซียน” นั้นในปัจจุบันให้มีเลือกลงทุนอยู่ 6 กองทุน จาก 5 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซึ่งผลการดำเนินงานของทั้งหมดในไตรมาส1/64 เป็นไปในทิศทางบวกทุกกอง


โดยกองที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดมีชื่อกองว่า “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล อาเซียน สตาร์ 10 (I-ASEAN STAR 10)” จาก บลจ.เอ็มเอฟซี ด้วยผลตอบแทน 9.80%


“ซึ่งตัวนโยบายการลงทุนจะลงทุนในตราสารแห่งทุนและตราสารหนี้ของบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียน รวมไปถึงเงินฝาก ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนตลอดจนหลักทรัพย์และทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างส่วนใหญ่ในตลาดอาเซียนซึ่งสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศจะไม่ต่ำกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน”





อันถัดมาหรืออันดับที่ 2 จะเป็นกองเดียวกันกับอันดับที่ 3 แตกต่างกันที่ชนิดของกอง โดยเป็นของ บลจ.บัวหลวง ที่ชื่อว่า “กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอาเซียนเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-ASEANRMF)” และ “กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอาเซียน (B-ASEAN)เรียงตามลำดับ ด้วยผลตอบแทน 8.01% และ 7.72% ตามลำดับ


“สำหรับตัวนโยบายการลงทุนของกองนั้น จะลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคง และมีศักยภาพในการให้ผลตอบแทนจากการลงทุน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนมีสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 79% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน”


อันดับที่ 4 มาจาก บลจ.กสิกรไทย ที่มีชื่อกองว่า “กองทุนเปิดเค อาเซียน อีโคโนมิค คอมมูนิตี้ หุ้นทุน (K-AEC)” ด้วยผลตอบแทน 6.26%


“กองทุนมีนโยบายการลงทุนในหุ้นต่างประเทศที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน  (Efficient Portfolio Management)


อันดับสุดท้ายมีชื่อกองว่า “กองทุนเปิด วรรณ STOXX อาเซียน ซีเล็ค ดิวิเดนด์ อินเด็กซ์ ฟันด์ (ONE-STOXXASEAN)” จาก บลจ.วรรณด้วยผลตอบแทน 3.78%


“กองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารแห่งทุนหรือหุ้นสามัญ จำนวน 30 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และเป็นส่วนประกอบของ ดัชนี STOXX ASEAN SELECT DIVIDEND 30 INDEX’ โดยลงทุนในสัดส่วนหรือน้ำหนักที่ใกล้เคียงกับดัชนี (Fully Replication) เพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนให้ใกล้เคียงกับการปรับตัวของดัชนีดังกล่าว ซึ่งกองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในภูมิภาคอาเซียน ตามที่ Standards of Qualifying CIS กำหนด หรือให้ความเห็นชอบให้ลงทุนได้ และที่ Standards of Qualifying CIS จะประกาศเพิ่มเติมในภายหลัง โดยลงทุนในต่างประเทศรวมกันไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน”


สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนในต่างประเทศโดยกระจายให้มีความหลากหลายด้านประเทศ กองหุ้นอาเซียนผลตอบแทนอาจจะไม่หวือหวานัก แต่ด้วยประเทศส่วนใหญที่กำลังอยู่ในช่วงพัฒนานั้น หากเศรษฐกิจมีการเติบโตที่ดีก็จะส่งผลมายังตลาดหุ้นและสร้างผลตอบแทนในอนาคตแก่ผู้ลงทุนได้เช่นกัน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา