รู้หรือไม่?...“กองหุ้น ESG-ไทย” ยังมีสัดส่วนน้อยไม่ถึง 3% ของ “กองหุ้น ESG” ทั้งอุตสาหกรรมฯ

“การลงทุนแบบยั่งยืน (Sustainability Investmet)โดยคำนึงถึงแนวคิดในเรื่องของสิ่งแวดล้อม (Environmental), สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) หรือที่เรียกว่า ESG” นั้น


เป็นกระแสหลักของโลกการลงทุนที่จัดอยู่ใน Mega Trend” ของโลกเช่นเดียวกัน


ในไทยเองก็มี “กองหุ้น ESG-ไทย” ที่ลงทุนภายใต้กรอบแนวคิดดังกล่าว แม้จะมีจำนวนยังไม่มากนักในตอนนี้ แต่ในอนาคตหากมีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงเรื่องของ ESG มากยิ่งขึ้น ก็จะทำให้มีหุ้น ESG ให้เลือกลงทุนมากตามไปด้วย ก็อาจจะมีกองทุนประเภทนี้ในไทยเพิ่มมากขึ้นในอนาคตได้เช่นกัน


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีข้อมูลที่น่าสนใจจาก “Morningstar” มาอัพเดทกัน




“กองหุ้น
ESG-ไทย” ไตรมาสแรกโชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย 13.4% ชนะผลตอบแทนตลาดหุ้นรวม

จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสร์ช (ประเทศไทย)” ระบุว่า จากมูลค่า “กองทุนยั่งยืน” ในประเทศไทยทั้งหมด 5.4 หมื่นล้านบาท มีมูลค่า “กองทุนยั่งยืนที่ลงทุนในหุ้นไทย” รวม 1.5 พันล้าน บาท (เพิ่มขึ้น 6.3% จากสิ้นปี 2020) หรือเป็นสัดส่วนไม่ถึง 3% ของมูลค่ากองทุนยั่งยืนทั้งหมดของไทย ส่วนใหญ่จะเป็น กองหุ้นยั่งยืนต่างประเทศเป็นสำคัญ


“โดยส่วนใหญ่เป็นกองทุนที่มีขนาดเล็ก มีผลตอบแทนเฉลี่ย 3 เดือนที่ 13.4% สูงกว่า SET TR ที่ 10.5% จากข้อมูลด้านล่างมีกองทุน TISCO ESG Investment Fund for Society ที่มีผลตอบแทนสูงสุดรอบ 3 เดือนที่ 17.2% และมี Morningstar Sustainability Rating™ ที่ระดับ 5-globe และได้ Morningstar Rating ที่ระดับ 4 ดาว”



 


(หมายเหตุ กองทุน Innotech Sustainable Thai Equity Systematic ถือเป็นกองทุนยั่งยืนแต่มีการลงทุนในหุ้นที่มีการจัด ESG Risk Rating ในสัดส่วนต่ำว่าเกณฑ์ขั้นต่ำในการคำนวณ Morningstar Sustainability Rating™ ที่ 67% จึงทำให้ไม่มีเรตติ้ง ณ วันที่ 28 ก.พ. 21)


โดยข้อมูลในการคำนวณดังกล่าวเป็นผลจากการใช้ “ข้อมูลความเสี่ยง ESG” ของหุ้นรายตัวโดย Sustainalytics” ซึ่งปัจจุบันมีการให้เรตติ้งหุ้นไทยจำนวน 147 ตัว (ข้อมูล ณ วันที่ 20 มี.ค. 21) เพิ่มจากปลายปีที่แล้วที่ 139 ตัว โดยแบ่งเป็น 5 ระดับ คือ Negligible ซึ่งหมายถึงความเสี่ยงต่ำสุด ไล่ระดับขึ้นไปที่ Low, Medium, High และ Severe ซึ่งเป็นความเสี่ยงสูงสุด  


“ปัจจุบันหุ้นไทยส่วนใหญ่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Medium จำนวน 67 ตัว”



 


กองทุนหุ้นที่ไม่ได้ Sustainability Rating™ นั้น ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นกองทุนที่ไม่ได้คำนึงถึงเรื่อง ESG แต่ประการใด บางกองทุนก็มีการนำกระบวนการเรื่อง ESG เข้าไปอยู่ในขั้นตอนการลงทุนของบริษัทเอง เพียงแต่หุ้นที่กองทุนนั้นลงทุน อาจมีสัดส่วนของหุ้นที่ “Sustainalytics” มีการให้เรตติ้งในสัดส่วนที่น้อยจึงไม่เข้าเกณฑ์ในการให้เรทติ้งเท่านั้นเอง


“และการให้ Sustainability Rating™ ก็แยกเป็นคนละเรื่องกับเรื่องของผลการดำเนินงานของกองทุนด้วยเช่นกัน”



หุ้นที่มี
‘ESG’ ที่ดี… ‘ราคาเป้าหมาย’ สามารถขยับปรับขึ้นสูงได้กว่าการคำนวณปกติ

ปัจจุบันด้าน ESG เมื่อเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์ตามปัจจัยพื้นฐานแล้วเจาะลึกผลกระทบของ ESG ว่าส่งผลกระทบบวก/ลบต่อรายได้ ค่าใช้จ่าย สินทรัพย์ และต้นทุนการเงินอย่างไร ในการประเมินมูลค่าจะมีการให้ส่วนเพิ่มหรือปรับลด Discount rate  หรือเพิ่ม Multiplier เข้าไปในหุ้นตัวนั้น เช่น หุ้นที่มี ESG ดี อาจปรับส่วนลดในการคำนวณมูลค่าหุ้นลง ทำให้หุ้นตัวนั้นสามารถเทรดที่ P/E สูงขึ้นได้ ราคาเป้าหมายก็สามารถขยับขึ้นตามไปได้ เป็นต้น


ตัวอย่าง :หุ้นตัวเดียวกัน มีราคาเป้าหมาย 100บาท เมื่อคำนวณมูลค่าหุ้นตามปกติ แต่เมื่อใส่ปัจจัยด้าน ESG อาจทำให้ Discount Rate ลดลง ทำให้ราคาหุ้นปรับสูงขึ้นเป็น 120 บาท ก็ได้ ก็จะเพิ่มความน่าสนใจให้กับหุ้นตัวนั้น (แต่ในทางตรงข้ามก็จะเป็นผลที่ตรงข้ามกันได้ เรื่องการใส่ ESG ในกระบวนการวิเคราะห์หุ้น จึงมีการเสนอให้แยกออกมาจากบทวิเคราะห์ปกติ เพื่อไม่ให้นักลงทุนที่นำไปใช้สับสนนั่นเอง)


“หุ้นที่มี ESG จึงเหมาะกับการลงทุนระยะยาว เพราะเป็นบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดีและมีความเสี่ยงทางธุรกิจที่ต่ำ สอดคล้องกับกระแสนิยมในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยด้านสังคม และความซื่อตรงต่อการดำเนินธุรกิจ ทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจในการลงทุนมากขึ้น เพราะการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นจะมีเสถียรภาพในระยะยาว ที่สำคัญโอกาสเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจากการลงทุน (ราคาหุ้นลงมากกว่าตลาด) อยู่ในระดับต่ำ”


แรงผลักดันจากกระแสการลงทุนใน “หุ้น ESG” เชื่อว่าจะเป็นตัวกระตุ้นให้บริษัทในตลาดฯ ตื่นตัวหันมาดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงเรื่องของความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น เมื่อนั้นก็จะมีหุ้นที่ให้ “กองทุน ESG-หุ้นไทย” เลือกลงทุนได้มากขึ้นเช่นเดียวกัน นั่นอาจทำให้มีกองทุนประเภทนี้มากขึ้นในอนาคต รวมถึงโอกาสที่กองทุนเหล่านี้จะสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้กับนักลงทุนได้ดียิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’