“Trigger Fund” ไม่ใช่จะ ‘บรรลุเป้าหมาย’ ที่ตั้งไว้ทุกกอง!!!

ช่วงไตรมาสที่1/21 ที่ผ่านมา “เงินไหลเข้าสุทธิ” ในกลุ่มกองทุนต่างประเทศมากสุด และไหลเข้ากลุ่ม Foreign Investment Miscellaneous” มากเป็นอันดับ 3 กว่า 2.17 หมื่นล้านบาท


ซึ่งส่วนใหญ่กองทุนในกลุ่มนี้จะเป็น Trigger Fund” ที่ลงทุนในต่างประเทศนั่นเอง ซึ่งในช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีหลายบลจ.ออกกองมาและสามารถระดมทุนไปได้ค่อนข้างมาก


Trigger Fund” เป็นนวัตกรรมกองทุนที่มีที่ไทยประเทศเดียวในโลกก็ว่าได้ ซึ่งเป็นทางเลือกที่มุ่งหวังจะทำผลตอบแทนให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ในระยะเวลาที่กำหนด (แต่ไม่ใช่การการันตีผลตอบแทนแต่ประการใด)


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีข้อมูลที่น่าสนใจจาก Morningstar” มาอัพเดทให้ฟังกัน



เผยไม่ใช่ “
Trigger Fund” ที่ตั้งขึ้นมา...จะบรรลุเป้าหมายทุกกอง...ช่วงไตรมาส1/21 ปิดกองได้ 2 กอง จาก 19 กอง

จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุว่า ในไตรมาสล่าสุดนี้เม็ดเงินที่ไหลเข้ากลุ่ม Foreign Investment Miscellaneous นั้น ส่วนใหญ่เป็นเงินที่ไหลเข้า Trigger Fund” โดยมีกองทุนที่เปิดในช่วงต้นปีจำนวน 19 กอง ในจำนวนนี้เข้าเงื่อนไขปิดกองทุนไปแล้วจำนวน 2 กอง รวมมูลค่ากอง Trigger Fund ที่มีการเปิดใหม่และยังไม่เข้าเงื่อนไขปิดกองนับตั้งแต่ช่วงปี 2020 ทั้งสิ้น 2.6 หมื่นล้านบาท  โดยในปีที่แล้วมี Trigger Fund ออกใหม่ 20 กอง เข้าเงื่อนไขปิดไป 16 กอง



 


“การกลับมาของ ‘Trigger Fund’ ในรอบนี้มีหลายกองทุนสามารถปิดได้ตามเงื่อนไขผลตอบแทนกองทุน จากภาพด้านล่างเป็นการแสดง ช่วงอายุ กอง Trigger Fund ตั้งแต่วันเริ่มจนถึงวันปิดกองทุน โดยแถบสีแดงคือกองทุนที่สามารถปิดได้ตามเงื่อนไข และแถบสีน้ำเงินคือกองทุนที่ยังไม่เข้าเงื่อนไขปิดกอง โดยอายุกองทุนยังดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน (แสดงโดยแถบสีน้ำเงินยาวมาจนด้านขวาสุดที่เป็นเวลาปัจจุบัน) นั่นสะท้อนว่า Trigger Fund เองก็ไม่ใช่ว่าจะบรรลุเป้าหมายสำเร็จทุกกองทุนที่เปิดขึ้นมาแต่ประการใด



Trigger Fund” อัพไซด์จำกัด...และ ‘ไม่มีสภาพคล่อง’ ในระยะเวลาที่ลงทุน

การลงทุนใน Trigger Fund” ถือเป็นการ จับจังหวะการลงทุนรูปแบบหนึ่งที่เป็นการสะท้อนมุมมองของผู้จัดการกองทุนต่อทิศทางของตลาดหุ้นหรือตราสารใดๆ ที่มองว่าจะเป็นขาขึ้น ซึ่งก็ถือเป็นข้อดีหากมีการคาดการณ์ได้อย่างถูกต้อง ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนตามคาดหวังในเวลาไม่ถึง 1 ปี อย่างไรก็ดี Trigger Fund บางกองในอดีตนั้นไม่สามารถปิดได้ตามเงื่อนไข อีกทั้งอาจทำให้นักลงทุนเสียโอกาสการลงทุนในกองทุนเปิดที่อาจสร้างผลตอบแทนได้ใกล้เคียงกันหรือสูงกว่าในบางสถานการณ์


ยกตัวอย่างเช่น ผลตอบแทนเฉลี่ยกองทุนกลุ่ม Equity Large-Cap’ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 11.6% ซึ่งมีค่าสูงสุด-ต่ำสุดที่ 27.0% และ 6.2%


“หมายความว่าผู้ลงทุนมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้มากกว่ากอง Trigger Fund ในช่วงตลาดขาขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจาก Trigger Fund มีเงื่อนไขขายกองทุนที่ผลตอบแทนราว 5-6% เท่านั้น นอกจากนี้ผู้ลงทุนยังไม่สามารถขายคืนเงินลงทุนได้ก่อนเวลาที่กำหนด รวมทั้งอาจมีการเก็บค่าธรรมเนียมกองทุนที่สูงกว่ากองทุนเปิดปกติอีกด้วย”



Trigger Fund” ดาวน์ไซด์ไม่จำกัด...ต้องลุ้นให้กองทุนที่ลงทุน ‘สำเร็จ’ ตามเป้าหมาย

สำหรับ Trigger Fund” นั้น มีมาเป็นช่วงๆ แต่ก็มีมานานแล้ว ถึงจุดหนึ่งตลาดวายก็จะเงียบหายไป แต่ตลาดระยะเวลาที่ผ่านมาก็มีให้เห็นเป็นระยะๆ โดยเฉพาะ “บลจ.” ที่มีความถนัดในโปรดักต์ประเภทนี้เป็นพิเศษ ก็จะเป็นกลุ่มบลจ.ที่นำเสนอโปรดักต์ประเภทนี้ในตลาดอย่างต่อเนื่อง


ช่วงต้นปีนี้ Trigger Fund” กลับมาคึกคัก บลจ.บางแห่งออกมาเป็นซีรีย์เพื่อรองรับความต้องการของตลาดแทบไม่ทัน แต่สิ่งเหล่านี้ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีตเช่นกัน Trigger Fund ที่ ไม่บรรลุเป้าหมายก็จะเปลี่ยนตัวเองไปเป็น กองทุนปกติ แทน ส่วนเงื่อนไขพ่วงท้ายก็แล้วแต่จะระบุไว้ บางกองเปลี่ยนเป็นกองปกติแล้ว เมื่อถึงเป้าหมายก็จะปิดกองทุน (เลื่อนระยะเวลาบรรลุเป้าหมายออกไป) แต่ส่วนใหญ่ก็จะกลายเป็นกองทุนเปิดปกติ ให้นักลงทุนหาจังหวะ ขายทำกำไร กันเอาเองหลังจากนั้น ตามความพอใจ





“ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน Trigger Fund ที่มีผลงานโดดเด่น ก็เป็นอดีตกอง Trigger Fund ในอดีต เช่นกัน หากดูจากมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน หลายกองยังคงต่ำกว่า 10 บาท อยู่ ก็เป็นภาพอีกมุมหนึ่งที่นักลงทุนพึงตระหนักไว้เช่นกัน”


สุดท้าย “Trigger Fund” ถือเป็นอีกหนึ่งในทางเลือกสำหรับนักลงทุน แต่ก็พึงตระหนักว่า...ก็ต้องลุ้นให้กองทุน ประสบความสำเร็จ ตามที่ตั้งเป้าด้วยเช่นกัน แล้วจะทำยังไงต่อในกรณีที่กองทุนเกิด ล้มเหลว ไปไม่ถึงเป้าหมาย จะได้เตรียมรับมือไว้ได้ทันท่วงทีนั่นเอง และควรศึกษากองทุนนั้นๆ ให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนด้วย จะได้ลงทุนด้วย ความเข้าใจและลงทุนอย่าง สบายใจ

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’