Official Update :

“หุ้นเฮลธ์แคร์” ราคาแผ่ว-แต่ยังเป็นหนึ่งใน ‘Mega Trend’…แนะราคาถูก-ทยอยซื้อสะสมได้ !!!

เฮลธ์แคร์ (Healthcare)” หรือกลุ่มธุรกิจที่ดูแลเกี่ยวกับสุขภาพ ถือเป็นอีกหนึ่งธีมการลงทุนที่ได้ถูกยอมรับให้เป็นธีมการลงทุนเมกะเทรนด์ของโลกอีกหนึ่งธีม เพราะด้วยแนวโน้มการดูแลสุขภาพของประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น


ซึ่งด้วยการติดหนึ่งในธีมดังกล่าวนั้น ก็ทำให้นักลงทุนไม่น้อยคิดว่าราคาหลักทรัพย์ได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นไปในระดับที่ค่อนข้างแพง และอาจจะยังไม่ใช่จังหวะลงทุน


แต่สำหรับ เฮลธ์แคร์ นั้น ได้มีความแตกต่างจากกลุ่มที่แม้ว่าจะมีปรับตัวขึ้นมาในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID -19 แต่ผ่านไปไม่นานราคาหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์กลับไม่ไปไหนเลย


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากนำมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้านสายงานบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่ได้มาแชร์ถึงความน่าสนใจและแนวโน้มธุรกิจดังกล่าวให้แก่ผู้ที่สนใจและคนอ่านกันในครั้งนี้



เฮลธ์แคร์ปีนี้ยัง Perform ได้ดี...แต่อาจต้องจับตาเป็นรายกลุ่ม

โดย  คมสัน ผลานุสนธิกรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาดและผลิตภัณฑ์ บลจ. แอสเซท พลัส จำกัด ได้ให้มุมมองว่าจนถึงปีนี้หุ้นกลุ่ม เฮลธ์แคร์ ยังคงไปต่อได้ดีแต่อาจจะต้องดูกลุ่มย่อยเป็นรายกลุ่ม เนื่องจากช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาราคาหุ้นของกลุ่มเฮลธ์แคร์ ไม่ได้มีการขยับตัวไปไหนได้ไกลมากนักหรือบางตัวราคาก็อยู่กับที่


(คมสัน ผลานุสนธิ)



แต่ในปี 2563 ที่ผ่านมาที่ราคากลุ่มดังกล่าวมีการปรับตัวขึ้นค่อนข้างสูงนั้น เป็นเพราะกลุ่มย่อยอย่าง Biotech เป็นธุรกิจด้านเทคโนโลยีทางชีวภาพ ได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่จะมีการพัฒนาวัคซีนต้านออกมา จึงทำให้ได้รับความสนใจและการน้ำหนักจากนักลงทุนและสถาบัน



ราคาแผ่วหลังรับข่าวดี...ความน่าสนใจยังสู้กลุ่มหุ้นวัฏจักรไม่ได้

ซึ่งราคาหุ้นก็ได้รับรู้ถึงปัจจัยดังกล่าวจนทำให้ราคาทั้งกลุ่มเพิ่มขึ้นมาในระดับหนึ่ง จึงทำให้ราคาหุ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีมาถึงปัจจุบันนี้นั้น ราคาจึงการแผ่วลงไปด้วย และประกอบกับเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มจะฟื้นตัวขึ้น จึงทำให้นักลงทุนหันไปน้ำหนักกับ หุ้นวัฏจักรเศรษฐกิจ มากขึ้น


แต่อย่างไรก็ดีเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่เราคาดการณ์ว่าจะฟื้นตัวขึ้นในระดับค่อนข้างสูง (Over Shoot)ได้ 2-3 ไตรมาสนั้น อาจทำให้การเติบโตเศรษฐกิจหลังจากนี้หรือในช่วงไตรมาส4/64 และต้นปี 65 นั้นเติบโตน้อยลง ซึ่งจะทำให้นักลงทุนกลับข้างเล่น จากเดิมที่ให้น้ำหนักในหุ้นวัฏจักรนั้น กลับมาเล่นหุ้นกลุ่มที่มีการเติบโตหลังจากกลุ่มดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้ยาก





ราคาถูกคือโอกาสการลงทุนที่ดี...แนะทยอยสะสม

ซึ่งกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์ประกอบไปด้วย กลุ่มเทคโนโลยี และ เฮลธ์แคร์ เป็นต้น จึงอยากแนะนำนักลงทุนให้เริ่มทยอยเก็บสะสมหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ เนื่องจากราคาหุ้นในปัจจุบันค่อนข้างถูกและเทรนด์ดูแลสุขภาพของผู้คนที่ได้รับความสำคัญมากขึ้นหลังจากเจอกับสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัส COVID-19



ยันอีกหนึ่งเสียง
เฮลธ์แคร์ยังน่าสนใจและควรมีติดพอร์ต

ฟาก สาห์รัช ชัฏสุวรรณผู้อำนวยการสายการตลาด และที่ปรึกษาการลงทุน บลจ. ทิสโก้ จำกัด ก็ได้ให้ความเห็นว่า กลุ่ม หุ้นเฮลธ์แคร์ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีการเติบโตสูงในอนาคตที่แนะนำให้นักลงทุนควรมีติดพอร์ตการลงทุนไว้ นอกจากกลุ่มเทคโนโลยี 



(สาห์รัช ชัฏสุวรรณ)


ส่วนราคาหุ้นของกลุ่มเฮลธ์แคร์ที่ปรับตัวขึ้นได้ไม่สูงนัก เนื่องจากในช่วงที่ผลตอบแทนจากตราสารหนี้(บอนด์ยีล) ทะลุ 1.6% ขึ้นไปนั้น กลุ่มดังกล่าวก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกันจากการที่เป็นกลุ่มที่มีการเติบโต


แต่หลังจากที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายและนักลงทุนเข้าใจนั้น ก็จะทำให้ได้รับความน่าสนใจกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากในแง่ของพื้นฐานธุรกิจของกลุ่มเฮลธ์แคร์ก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เข้าธีมเมกะเทรนด์ซึ่งก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสังคมผู้สูงวัย (Aging Society) การดูแลรักษาสุขภาพและเทคโนโลยีด้านเฮลธ์แคร์ที่จะเข้ามารักษาโรคต่างๆเป็นปัจจัยสนับสนุนให้กลุ่มดังกล่าวมีการเติบโตที่ต่อเนื่อง


เทรนด์การรักษาสุขภาพก็ถือเป็นเทรนด์ที่ผู้คนทั้งโลกนั้นให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสนับสนุนให้กลุ่มเฮลธ์แคร์มีการเติบโตได้ต่อเนื่อง ในแง่การลงทุนนั้นก็ว่าถือเป็นกลุ่มที่มีความน่าสนใจไม่ได้ด้อยไปกว่ากลุ่มเทคโนโลยี

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา