Official Update :

“กองหุ้น” & “กองอสังหาฯ”...ผลตอบแทนเฉลี่ยยังเหนือกว่า ‘เงินเฟ้อ’ ในระยะยาว !!!

พร้อมการกลับมาของเศรษฐกิจโลกที่มีสัญญาณที่ดีขึ้นในปีนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มเศรษฐกิจหลักๆ ของโลก ก็ทำให้ความกังวลเรื่อง “เงินเฟ้อ” ตามติดมาเป็นเงาตามตัวด้วยเช่นกัน


เพราะนั่นอาจทำให้มีการปรับขึ้น “อัตราดอกเบี้ย” เร็วกว่าที่คาดเอาไว้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนได้เช่นกัน


ล่าสุดตัวเลข “เงินเฟ้อสหรัฐ” ดีดตัวแรง Core PCE เดือนเม.ย. เพิ่มขึ้นเป็น 3.1% จาก 1.9% ในเดือน มี.ค. และสูงกว่าที่ตลาดคาด ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐ (FED) มองว่า การที่เงินเฟ้อเร่งเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น


เช่นเดียวกับ “เงินเฟ้อไทย” ในเดือนเม.ย. ก็ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 3.41% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 2.5% เช่นเดียวกัน เป็นการปรับตัวขึ้นครั้งแรกในรอบ 14 เดือน และยังเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2012 อีกด้วย


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ จะพาไปสำรวจดูว่ากองทุนอะไรบ้างที่สามารถสร้างผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อในช่วง 10 ปีที่ผ่านมากัน





“กองทุนหุ้น” ทางเลือกในการลงทุนที่สร้างผลตอบแทน
ชนะเงินเฟ้อได้ในระยะยาว

“เงินเฟ้อ” ถือเป็นส่วนลดที่จะคอยบั่นทอนอำนาจซื้อของเงินในกระเป๋าคุณให้ลดน้อยถอยลง ไม่ต่างอะไรกับมะเร็งที่กัดกร่อนเงินคุณให้ด้อยค่าไปอย่างช้าๆ แม้จำนวนเงินจะยังมีเท่าเดิมก็ตาม เป้าหมายการลงทุนเพื่อ “เอาชนะเงินเฟ้อ” จึงถือเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่สำคัญ เพื่อคงอำนาจซื้อและทำให้เงินของคุณเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว


“สำหรับเงินเฟ้อในไทยเองในช่วง 10 ปีทีผ่านมาก็แกว่งตัวอยู่ในกรอบตั้งแต่ -4% ถึง 4% โดยประมาณ หากใช้กรอบบนที่ 4% เป็นภาพที่ใช้มองเงินเฟ้อในไทยเฉลี่ยในระยะยาว เราก็ควรจะหาการลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยที่มากกว่าเงินเฟ้อนี้ให้ได้ ไม่งั้นเราก็จะจนลงโดยไม่รู้ตัวนั่นเอง”


จากการสำรวจผลตอบแทนของกองทุนรวมประเภทต่างๆ ที่มีผลงานถึง 10 ปี (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 21) พบว่า “กองทุนหุ้น” ยังเป็นกลุ่มกองทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อได้ในระยะยาวได้ มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไปแต่เหตุผลเบื้องหลังต้องไม่ลืมว่าเมื่อเศรษฐกิจเติบโต บริษัทก็จะค้าขายมีกำไรมากขึ้นด้วย มีกำลังจ่ายค่าจ้าง คนมีกำลังซื้อ ก็นำเงินออกมาใช้จ่ายหมุนเวียนในเศรษฐกิจ ธุรกิจก็พร้อมจะขยายการลงทุนโมเมนตัมนี้ย่อมส่งผลดีต่อหุ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้





“โดยกองทุนหุ้นที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10 ปี โดดเด่นสุดเป็นทศนิยม 2 หลัก ได้แก่ กองหุ้นสหรัฐ 12.21% ต่อปี และ กองหุ้นสุขภาพ 12.08% ต่อปี และกองหุ้นส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดสามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยได้สูงกว่าเงินเฟ้อทั้งสิ้น ยกเว้นภูมิภาคเดียวนั่นคือ กองหุ้นตลาดเกิดใหม่อยู่ที่ 1.88% ต่อปี เท่านั้น”


สำหรับ ‘Fund of Property Funds-Th’ ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์/REIT/Infra Fund ในไทยก็เป็นอีกกลุ่มที่สร้างผลตอบแทนได้ดีเฉลี่ย 7.42% ต่อปี



REIT/Infra Fund” และ “ทองคำ”...เป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่ต่อสู้กับเงินเฟ้อได้ดีเช่นกัน

หากดูผลตอบแทนของ ‘Fund of Property Funds-Th’ ก็พอจะเห็นภาพได้เลยว่า ทำไม REIT/Infra Fund” จึงเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อได้เป็นอย่างดี ด้วยรูปแบบการลงทุนที่มีกระแสรายได้จากค่าเช่าอย่างสม่ำเสมอมาจ่ายคืนให้กับผู้ถือหน่วยเฉลี่ย 4 -8% ต่อปี ขึ้นกับประเภทของสินทรัพย์และลักษณะของการเข้าไปลงทุน แต่ก็ดีเพียงพอที่จะชนะเงินเฟ้อได้สบายมาก


“ผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้และความผันผวนไม่มากเท่าหุ้น ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับต่อสู้เงินเฟ้อได้เป็นอย่างดี”


สุดท้าย คือ “ทองคำ” ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ที่ต่อสู้กับเงินเฟ้อ (Inflation Hedge) อยู่แล้ว ถ้าเงินเฟ้อมา ทองคำก็จะมาด้วย แต่หากมองผลตอบแทนเฉลี่ยของ กองทุนทองคำ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กลับเฉลี่ยอยู่ที่ 0.32% ต่อปีเท่านั้น ซึ่งภาพอาจจะขัดแย้งไปบ้าง แต่ปัจจัยที่กำหนดราคาทองคำในยุคหลังก็มีหลากหลายปัจจัยด้วยเช่นกัน สำหรับการลงทุนระยะยาวเพื่อชนะเงินเฟ้อ “หุ้น” น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่า ส่วนทองคำอาจมองในแง่ของ การกระจายความเสี่ยงและช่วยได้ในช่วงที่เงินเฟ้อมา


สำหรับใครที่ไม่อยากปล่อยให้เงินถูกด้อยค่าลงโดย “เงินเฟ้อ” ในพอร์ตการลงทุนก็ควรมีส่วนผสมการลงทุนของกลุ่มกองทุนที่ต่อสู้กับเงินเฟ้อได้เอาไว้ในพอร์ตด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นและเงินเฟ้อมีโอกาสจะกลับมาเช่นนี้

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’