Official Update :

“K-EUROPE” กับจังหวะลุย “หุ้นยุโรปเติบโตสูง”...Laggard ตลาดพัฒนาแล้ว !!!

ยุโรป ถือเป็นหนึ่งแห่งที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID- 19 จนทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจถูกซ้ำเติมให้มีการชะลอไปกว่าเดิม


แต่หลังจากที่การแจกจ่ายวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 ก็ได้ทำให้นักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศกลับมาให้ความสนใจ เพราะยุโรปเป็นตลาดที่สามารถแจกจ่ายวัคซีนได้รวดเร็ว


จนทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวกลับมาได้ไวขึ้นและ หุ้นวัฏจักรจะมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ลงทุนได้ จัดอยู่ในกลุ่ม Laggard ของกลุ่มตลาดพัฒนาแล้ว


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอโอกาสนำเสนอ กองทุนเปิดเค ยูโรเปียน หุ้นทุน หรือ “K-EUROPE” กองทุนหุ้นยุโรปที่ได้รับการจัดอันดับจาก มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาวมาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้



กอง K-EUROPE” โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้งกองทุนกว่า 8 ปี 11.10% ต่อปี

ในช่วงที่ผ่านมา ในกลุ่ม ตลาดพัฒนาแล้ว ที่นักลงทุนให้ความสนใจจะเป็นสหรัฐ หรือญี่ปุ่นเป็นหลัก เพราะยุโรปเองมีสารพัดปัญหาก่อนหน้านี้ ทั้งเรื่อง Brexit, ความไม่มีเอกภาพของนโยบายการคลังที่จะใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ, ปัญหาการเมือง, ปัญหาหนี้ในบางประเทศ จนล่าสุดกับวิกฤติ COVID-19 ที่ซ้ำเติมให้ทุกอย่างดูแย่กว่าที่ควรจะเป็น


แต่เมื่อทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย ตลาดหุ้น ประเทศพัฒนาอื่นๆ ต่างปรับตัวกันไปร้อนแรงก่อนหน้านี้ ก็ถึงเวลาของ หุ้นยุโรป ที่กำลังถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Laggard ที่รอเวลาวิ่งตามตลาดพัฒนาอื่นๆ ในที่สุด นี่จึงทำให้ตลาดแห่งนี้เริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้น และเริ่มเห็นคำแนะนำการลงทุนกลับมาโฟกัสในตลาดหุ้นยุโรปบ่อยขึ้นในช่วงหลังมานี้






สำหรับ กองทุนเปิดเค ยูโรเปียน หุ้นทุน หรือ “K-EUROPE” เป็นของ บลจ.กสิกรไทย ที่ได้จัดตั้งขึ้นในวันที่ 27 สิงหาคม 2556 ซึ่งจนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2564 มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 3,035,574,400บาทและมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 14.52 บาทต่อหน่วย


ซึ่งความน่าสนใจของตัวนโยบายการลงทุนนั้น ยังมี​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​นโยบายการจ่ายเงินปันผลที่จะ จ่ายปันผลไม่เกินปีละ 4 ครั้ง โดยรอบการพิจารณาปันผลทุกสิ้นเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และ ตุลาคมของทุกปี ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาได้มีการจ่ายปันผลมาทั้ง 24 ครั้ง รวม 5.35 บาท ซึ่งน่าจะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ลงทุนที่ลงทุนอยู่ได้เป็นอย่างดี


สำหรับตัวนโยบายของการลงทุนของกองทุนจะเป็นการลงทุนในหุ้นยุโรป ซึ่งจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว ด้วยประเภทกองทุนแบบ Feeder Fund  โดยหน่วยลงทุนของกองทุนหรือกองหลักคือ ‘Allianz Europe Equity Growth, Class AT-EUR’ ซึ่งนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักจะมุ่งลงทุนในตราสารแห่งทุนและตราสารเทียบเท่า (Participation Certificate) ของบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปไม่ต่ำกว่า 75% โดยเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มที่คาดว่ามีอัตราการเจริญเติบโตสูง (Growth Stock)


30 เม.. 64 ‘กอง K-EUROPE’ ลงทุนในกองทุนหลัก 97.18% ที่เหลือเป็นเงินฝากและอื่นๆ 2.82%


สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector) 5 อันดับแรกที่กองทุนหลักลงทุนสูงสุด ( วันที่ 30 เมษายน 2564) ประกอบไปด้วย

1.INDUSTRIALS 27.90%

2.IT 27.60%

3.HEALTHCARE 12.20%

4.CONSUMER DISCRETIONARY 11.30%

5.MATERIALS 7.20%






ส่วนของผลการดำเนินงานของ K-EUROPEตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 11.10% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าดัชนีชี้วัดที่เฉลี่ยอยู่ที่ 9.35% ต่อปี ขณะที่ความผันผวนของกองทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 16.79% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าดัชนีชี้วัดไม่มากนักที่เฉลี่ยอยู่ที่ 16.33% ต่อปี แต่อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -34.61%


โดยผู้ที่สนใจ กองทุนมีมูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไปอยู่ที่ 500 บาท ขณะที่มูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนอยู่ที่ 500 บาท และยอดคงเหลือขั้นต่ำที่ 50 บาท โดยระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน 4 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน


ส่วนช่องทางการซื้อขายกองทุนสามารถทำได้ผ่านธนาคารกสิกรไทย ช่องทางการซื้อขายและผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่น รวมไปถึงช่องทางออนไลน์อย่าง K-My Funds, ​​K-Cyber และK PLUS


การลงทุนในหุ้นยุโรป หนึ่งตัวเลือกที่จะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าได้ง่ายการลงทุนผ่านกองทุนรวมก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะจำนวนเงินการลงทุนในบางครั้งหรือบางกองนั้นใช้เงินไม่สูงมากนัก ซึ่งกอง K-EUROPE’ ก็ใช้เงินไม่สูงมากนักแต่จุดน่าสนใจอีกหนึ่งก็คงเป็นเรื่องการจ่ายปันผลที่จะช่วยให้ผู้ถือหน่วยมีรายได้ระหว่างถือหน่วย

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา