Official Update :

จังหวะดีรับ “ปีฉลู-2021’…‘ติดปีกเงินบาท’ ลุยลงทุนต่างประเทศช่วง “บาทแข็ง” !!!

“ค่าเงินบาท” กับ “ตลาดหุ้นไทย” นั้น นักลงทุนหลายคนเชื่อว่ามีความสัมพันธ์กัน แต่ข้อเท็จจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น ในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่าทุกปี แต่หุ้นไทยไม่ได้บวกทุกปีแต่ประการใด (ปี2018 และ 2020 หุ้นไทยติดลบ)


และเงินบาท ‘แข็งค่า’ ก็ไม่ได้สะท้อนว่าเงินไหลเข้ามาซื้อหุ้นหรือตราสารหนี้ไทยแต่ประการใดเช่นกัน เพราะในปีที่บาทแข็ง ต่างชาติก็ ‘ขายสุทธิ’ ในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้เช่นกัน


‘ความรู้สึก’ บางครั้งก็ขัดกับ ‘ข้อเท็จจริง’ แต่ที่แน่นอนที่สุด... “ปีฉลู-2021” นี้ ตลาดคาดว่าเงินบาทยังคงมีแนวโน้ม ‘แข็งค่า’ ต่อเนื่อง แต่อาจไม่มากนัก


และนี่คือโอกาสที่ดีในการติดปีกเงินบาทไปลงทุนต่างประเทศผ่าน “กองทุนที่ไปลงทุนต่างประเทศ (FIF)” นั่นเอง


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย

 

“บาทแข็งค่า” 5 ปีซ้อน...แต่ ‘หุ้นไทย’ ไม่ได้บวกทุกปี

ปัจจัยที่กำหนดการเคลื่อนไหวของ “ค่าเงินบาท” นั้น มีหลากหลายปัจจัย แต่การที่ค่าเงิน ‘ดอลลาร์สหรัฐ’ อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นก็ทำให้ภาพของค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นได้เช่นกัน แต่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเงินบาทไทยก็แข็งค่ามาตลอด


จนปลายปี2020 นี้ “สหรัฐ” ก็จัดให้ “ไทย” ติดกลุ่ม 3 ประเทศที่ถูกเพิ่มในบัญชีเฝ้าจับตาที่ต้องสงสัยว่าใช้มาตรการลดค่าเงินตราเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หรือ ‘บิดเบือนค่าเงิน’ นั่นเอง ซึ่งนอกจากไทยแล้วยังมีไต้หวัน, อินเดีย, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, เยอรมนี, อิตาลี, สิงคโปร์ และมาเลเซีย


“อย่างไรก็ตามมุมมองของฝ่ายวิจัยสถาบันการเงินต่างๆ ยังคงมองแนวโน้มค่าเงินบาทในปี2021 นี้ ยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นจากปี2020 แต่ไม่มากนัก”

จากข้อมูลเชิงสถิติพบว่าในช่วง 13 ปีนี้ (ปี2008-2020) พบว่าเงินบาท ‘แข็งค่า’ 8 ปี แต่ไม่ใช่ ‘หุ้นไทย’ จะบวกทุกปีที่บาทแข็ง เช่นในปี2018 และ 2020 ที่หุ้นไทย ‘ติดลบ’ อย่างไรก็ตาม 75% ถ้าบาทแข็ง...หุ้นไทยมีโอกาส ‘บวก’


“แต่ในปีที่ ‘บาทอ่อน’ ทั้ง 5 ปี (2008, 2011, 2013-2015) หุ้นไทยปรับตัวลง ‘ติดลบทุกปี’ เรียกว่า 100% เลยทีเดียว ก็เป็นสถิติส่งท้ายปีที่เอามาฝากกันไว้”

 

“บาทแข็ง” จังหวะดีของการไป ‘ลงทุนต่างประเทศ’

ค่าเงินบาทที่ ‘แข็งค่า’ นั้น ในมุมของผู้ลงทุนไทยเองแล้ว ต้องถือว่าเป็น ‘จังหวะที่ดี’ ในการที่จะติดปีกเงินบาทออกไปลงทุนในต่างประเทศ ไม่ต่างอะไรกับไปช้อปปิ้งหรือไปท่องเที่ยว เพราะไปแล้วเราใช้เงินเท่าเดิม แต่ซื้อของในต่างประเทศได้มากขึ้นนั่นเอง


ตัวอย่าง : เมื่อก่อนใช้เงิน 35 บาท แลกได้ 1 ดอลลาร์ ปัจจุบันใช้เงินแค่ 30 บาท ก็แลกได้แล้ว ฉะนั้นถ้ามีเงิน 35 บาท เท่าเดิม เราจะแลกได้เงินดอลลาร์มากขึ้นเป็น 1.17 ดอลลาร์ นั่นเอง เหมือนจะรวยขึ้นทั้งที่ใช้เงินบาทเท่าเดิม


“ทาง ‘ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)’ เอง ก็สนับสนุนให้นักลงทุนออกไปลงทุนในต่างประเทศได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นการเปิดก๊อกช่วยลดแรงกดดันให้ค่าเงินบาทอีกทางหนึ่งนั่นเอง”


ส่วนจะไปลงทุนในตลาดไหน ภูมิภาคไหนนั้น มุมมองของนักลงทุนทั่วโลกและบลจ.ส่วนใหญ่ในไทยเองก็ยังเชียร์ “เอเชีย” เป็นหลัก รวมทั้ง ‘จีน’ เป็นสำคัญในแง่ของภูมิภาค รวมถึงธีมการลงทุนที่เป็น ‘Mega Trend’ ทั้งธีม ESG, Healthcare, Technology ก็ยังเป็นธีมหลักที่ลงทุนกันได้แบบยาวๆ


“การไปลงทุนในภูมิภาคที่แนวโน้มของค่าเงิน ‘แข็งค่า’ ได้อีก ก็จะเป็นแต้มต่อให้กับการลงทุนของเราด้วยเช่นกัน แต่หลักๆ ก็คงโฟกัสกันที่ผลตอบแทนจาการลงทุนเป็นหลักมากกว่า”


ปีเก่า “ปีหนู-2020” กำลังจะผ่านไป...ปีใหม่ “ปีฉลู-2021” กำลังจะก้าวเข้ามา แต่ในทุกปีย่อมมีโอกาสการลงทุนอยู่เสมอ ก็ขอให้ทุกท่าน “โชคดีมีชัยในการลงทุน”...พอร์ตเขียว...พอร์ตโตอย่างยั่งยืนในทุกๆ ปีที่ผ่านไป เฮงๆๆ ทุกท่านครับ