Official Update :

มองบวก 3 ตลาด “หุ้นทั่วโลก-สหรัฐฯ-ยุโรป”...แนะ “ตลาดย่อ” เป็นจังหวะเข้าลงทุน !!!

ถึงแม้ว่าในช่วงไม่กี่เดือนมานี้สัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่ม “ประเทศพัฒนาแล้ว” อย่าง สหรัฐฯ และกลุ่ม สหภาพยุโรป ที่มีความชัดเจนอย่างเห็นได้ชัด


เป็นผลมาจากการคุมสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 และมีแจกจ่ายวัคซีนต้านไวรัสCOVID-19 ให้แก่ประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนเริ่มกลับเข้ามาที่ตลาดหุ้นของ 2 ประเทศดังกล่าว


แต่ก็อาจจะมีนักลงทุนหลายรายที่ยังตั้งข้อสงสัยว่าการปรับตัวขึ้นมาของ 2 ตลาดนั้น มีความถูกแพงมากน้อยแค่ไหนและยังมีตลาดหุ้นไหนที่ยังน่าสนใจอยู่บ้าง


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอโอกาสในการนำเสนอมุมมองของ “ตลาดหุ้นทั่วโลก” และกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจผ่าน บดินทร์ พุทธอินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บลจ.ทหารไทย จำกัด (TMBAM Eastspring) มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้



ลุ้นปลายปีนี้-ต้นปีหน้าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก

โดยภายใต้สภาวการณ์เศรษฐกิจโลกขณะนี้ ที่ประสบปัญหาการระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจในแต่ละภูมิภาคมีการ “ฟื้นตัวไม่เท่ากัน” การฟื้นตัวในกลุ่ม ประเทศเกิดใหม่รวมไปถึง จีนอาจฟื้นตัวได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งอาจจะได้เห็นสัญญาณการฟื้นตัวได้ดีขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ไปจนถึงต้นปีหน้า


จากอัตราการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้นและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเริ่มกลับมาได้ในช่วงดังกล่าว ในขณะที่อีกฝั่งอย่าง ‘สหรัฐฯ และ ยุโรป กลับมีสัญญาณของการฟื้นตัวที่ดีกว่าคาด กำไรและยอดขายของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสล่าสุดเติบโตต่อเนื่อง สาเหตุเนื่องมาจากการบริหารจัดการวัคซีน COVID-19 ที่ดีและมีประสิทธิภาพ



(บดินทร์ พุทธอินทร์)



“ส่งผลให้มีการเปิดประเทศและมีการกระจายรายได้ในวงกว้าง ไม่เพียงแต่กลุ่มผู้ประกอบการใหญ่เท่านั้นแต่รวมไปถึงธุรกิจรายย่อยที่ก็สามารถดำเนินกิจการได้เกือบเป็นปกติ ซึ่งทำให้เราได้เห็นภาพเศรษฐกิจที่เริ่มมีแนวโน้มที่ชัดเจนและดีขึ้นเรื่อย ๆ จึงมีโอกาสที่อาจจะได้เห็นการปรับประมาณกำไรของบริษัทจดทะเบียนตามไปด้วยเช่นกัน”



แม้ว่า “หุ้น” จะสร้างผลตอบแทนได้ดี...แต่ “ระยะสั้น” ยังคงมีปัจจัยที่ต้องติดตาม

จะเห็นได้ว่าหุ้นในหลายภูมิภาคหรือหุ้นในหลายกลุ่มได้สร้างผลตอบแทนที่ดี และมีความน่าสนใจเป็นอย่างมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามในช่วงที่เหลือของปีนี้ก็ยังมีปัจจัยที่ต้องจับตามอง ไม่ว่าจะเป็นผลมาจากการปรับนโยบายวงเงิน QE ที่อาจส่งผลให้เกิดความผันผวนได้ในระยะสั้นของปีนี้


“รวมถึงยังมีเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่าง จีน กับ สหรัฐฯเอง ที่แม้อาจจะยังไม่ส่งผลกระทบรุนแรงในช่วงนี้ แต่ก็ยังคงต้องจับตามองในระยะยาว ขณะเดียวกันสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ในบางประเทศที่ยังไม่สามารถบริหารจัดการได้ดีไม่ว่าจะเป็นด้านการกระจายวัคซีนล่าช้า ก็มีความเสี่ยงที่จะคุมสถานการณ์ไม่ได้หากไวรัสเกิดการกลายพันธุ์”





นอกจากนี้ยังประเด็นเรื่อง “การเปลี่ยนแปลงทางด้านภาษี” เนื่องจากในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ได้ส่งผลให้รัฐบาลหลายประเทศต้องอัดฉีดเม็ดเงินจำนวนมากเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจ ซึ่งหากเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวได้ดีก็มีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะปรับเพิ่มนโยบายภาษีขึ้นเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้และดึงเม็ดเงินกลับโดยประเทศที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดคือ “สหรัฐฯ”



จังหวะที่ “ตลาดย่อ” ถือเป็นโอกาสเข้าลงทุน...ปัจจัยสนับสนุนจะบาลานซ์กับปัจจัยเสี่ยง

ถึงแม้ว่า “ตลาดหุ้นทั่วโลก” ยังต้องเผชิญกับการท้าทายด้วยปัจจัยเสี่ยงต่างๆ แต่เรายังมีมุมมองว่าหุ้นยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจและให้ผลตอบแทนได้ เมื่อเทียบน้ำหนักปัจจัยที่จะสนับสนุนตลาดกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น จึงอยากแนะนำนักลงทุนในช่วงที่ “ตลาดย่อตัว” ก็ถือเป็นจังหวะเข้าลงทุน


สำหรับกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจหรือมีมุมมองเป็นบวก ประกอบไปด้วยหุ้นทั่วโลก หุ้นสหรัฐฯ และยุโรป ส่วนกลุ่มหุ้นจีน หุ้นญี่ปุ่น และกลุ่มหุ้นเอเชีย มีมุมมองที่เป็นกลาง ขณะที่กลุ่มหุ้นที่มุมมองในเชิงลบเป็นกลุ่มตลาดหุ้นเกิดใหม่และตลาดหุ้นไทย แนะนำให้นักลงทุนจัดพอร์ตโดยมีหุ้นโลกอยู่ที่ 40% หุ้นสหรัฐ หุ้นยุโรปและหุ้นธีมเมติก 20% หุ้นจีนและเอเชีย 30% และ10% เป็นกองรีท


คงต้องยอมรับว่าสินทรัพย์อย่าง หุ้น เป็นสิ่งที่ให้ผลตอบแทนได้ดีและครองแชมป์สินทรัพย์ที่น่าสนใจที่สุดนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ซึ่งหุ้นบางประเทศมีการปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องแต่ก็ยังมีจังหวะที่ย่อตัวให้เห็นบ้าง แต่ก็มาพร้อมกับโอกาสการลงทุนที่นักลงทุนจะสร้างผลตอบแทนได้ด้วยเช่นกัน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา