Official Update :

“หุ้นจีน” ระยะสั้นยังผันผวน...แนะมอง “ระยะกลาง-ยาว” ใช้โอกาสตลาดย่อ ‘ทยอยสะสม’ ได้ !!!

“ตลาดหุ้นจีน” ถือว่ายังเป็นตลาดหุ้นที่โดนแรงกดดันด้วยนโยบายและมาตรการจากรัฐบาลที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง จนสะท้อนออกมาในด้านการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นให้มีการปรับตัวลดลง


โดยวัตถุประสงค์ของ “รัฐบาลจีน” ก็เพื่อจะจัดระเบียบภายในประเทศ ที่จะเริ่มเห็นการทยอยจัดการควบคุมปัญหาหลาย ๆ อย่าง ทั้งเรื่องบริษัทเทคโนโลยี, โรงเรียนกวดวิชา และล่าสุดก็เป็นการจำกัดเวลาเล่นเกมของเยาวชน


ซึ่งสำหรับนักลงทุนที่มีความสนใจหรือมองหาการลงทุนใน “ตลาดหุ้นจีน” ก็ถือว่าการเคลื่อนไหวของรัฐบาลจีนยังเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยากและเป็นความเสี่ยงต่อการลงทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงมีอีกหนึ่งมุมมองจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่มีต่อ “ตลาดหุ้นจีน” มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้



แม้ “การจัดระเบียบ” ของรัฐบาลจะ
‘กดดันตลาด’ ระยะสั้น...แต่ ‘ระยะยาว’ จะเป็นตัวช่วยเศรษฐกิจ

โดย บดินทร์ พุทธอินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บลจ.ทหารไทย จำกัด (TMBAM Eastspring) ได้ให้มุมมองว่า หากมองเข้าไปในรายละเอียดหรือวัตถุประสงค์ของสิ่งที่รัฐบาลจีนพยายามจะทำนั้นเป็น “การจัดระเบียบสังคม” ซึ่ง 3 สิ่งที่ได้รับความสำคัญจากรัฐบาลจีนประกอบไปด้วยความมั่นคง, การพัฒนาประเทศและการผูกขาด



(บดินทร์ พุทธอินทร์)



“หากมองภาพในระยะยาวจะเป็นตัวช่วยในการพัฒนาอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจให้มีความเสถียรภาพหรือเป็นการเติบโตโดยไม่พึ่งพากลุ่มธุรกิจเพียงไม่กี่ราย การกระทำดังกล่าวจึงเป็นเหมือนการสร้าง ‘Wealth Distribution’ ที่ดีขึ้นให้แก่ผู้ประกอบการระดับเล็ก กลางสามารถแข่งขันกับธุรกิจขนาดใหญ่ได้ ซึ่งจะนำไปสู่ Wealth Gap ลดลงในระยะยาว”



“ตลาดย่อ” ในวันนี้...เป็น “โอกาสเขย่ง” ในอนาคต

จึงไม่แปลกนักที่นักลงทุนจะเกิดความกังวลกับการจัดระเบียบของรัฐบาลจีน จนนำสู่ไปการย่อหรือการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นจีนในครั้งนี้ แต่คาดการณ์ว่าเป็นการย่อตัวเพื่อเขย่งในอนาคต เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นอย่างอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งโดยคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปีนี้จะเติบโตได้ถึง 8%


ซึ่งหากดูข้อมูลสถิติย้อนหลังเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว “ตลาดหุ้นจีน” ในช่วงที่เกิด วิกฤต นับตั้งแต่แฮมเบอร์เกอร์ไครซิสมีการย่อตัวลงมา -70%, วิกฤตหนี้ในยุโรปมีการย่อตัวลงมา -40%, วิกฤตฟองสบู่แตกในตลาดหุ้นจีนย่อตัวลงมา -40% และสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ย่อตัวลงมา -33%





“สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ ตลาดหุ้นจีน มีการปรับตัวลดลงมา -30% นับจากจุดสูงสุด แต่ความแตกต่างในครั้งปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นจีนมีความแข็งแกร่งทั้งด้านเศรษฐกิจและการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนที่ปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะปรับประมาณการตัวเลขทั้ง 2 ด้านขึ้นอีก จึงมองว่ายังมีโอกาสลงทุนในตลาดหุ้นจีนได้”


โดยการเริ่มจัดระเบียบของรัฐบาลจีนในช่วงระยะเวลาปัจจุบันถือเป็นช่วงที่มีความเหมาะสม เพราะหากมีการปฎิบัติที่รวดเร็วกว่านี้หรือในปีที่ผ่านมา ที่ปัจจัยพื้นฐานและเศรษฐกิจอยู่ในระดับที่แย่หมดก็อาจทำให้ตลาดปรับตัวลดลงกว่าที่ควรจะเป็น แต่การจัดระเบียบในครั้งนี้เป็นการจัดระเบียบในช่วงที่เศรษฐกิจมีความแข็งแกร่ง



“ตลาดหุ้นจีน” ระยะสั้นต้องหนี...
‘ระยะกลาง-ยาว’ ทยอยสะสมหรือถือรอตลาดฟื้น

แต่อย่างไรก็ดีใน “ระยะสั้น” หรือ 3-6 เดือน ก็อาจจะยังเห็นการปรับตัวลดลงของตลาดจึงอยากแนะนำนักลงทุนที่มีเป้าหมายการลงทุนในระยะสั้นก็ควรจะ หลีกเลี่ยง การลงทุนในตลาดหุ้นจีน ส่วนนักลงทุนที่มีเป้าหมายการลงทุนใน “ระยะกลางและยาว” หรือ1-3 ปีขึ้นไป สามารถหาโอกาสที่ตลาดย่อตัว เข้าซื้อเพื่อทยอยสะสมหรือกลุ่มที่มีการลงทุนอยู่ก็ยังถือเพื่อรอตลาดฟื้นตัวได้


ในระยะสั้น ตลาดหุ้นจีนยังคงได้รับแรงกดดันจากการจัดระเบียบของรัฐบาลจนไม่อาจจะเห็นการปรับตัวของตลาดได้ในเร็วๆ นี้ แต่ใน ระยะยาวก็ยังถือเป็นกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจ เพราะด้วยการประเด็นการจัดระเบียบของรัฐบาลจะเป็นสิ่งที่ทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจมีความเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดก็จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้แก่ตลาดหุ้นในอนาคตด้วยนั่นเอง

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา