“กบข.” มั่นใจศก.จีนระยะยาว...ปรับตัวสู่ ‘การเติบโตที่ยั่งยืน’ !!!

ท่ามกลางมาตรการคุมเข้มจัดระเบียบของ “รัฐบาลจีน” ในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กดดัน “ตลาดหุ้นจีน” ให้ยังโงหัวไม่ขึ้น ผันผวนอย่างต่อเนื่อง


ซึ่งตลาดมองว่า...ความผันผวนดังกล่าวยังจะยังคงมีอยู่ต่อเนื่องในอีก 3 – 6 เดือนข้างหน้าจากนี้ไป แต่ในแง่ของพื้นฐานในระยะยาวไม่น่ากังวลแต่ประการใด


แม้ว่า “พ่อมดการเงิน: จอร์จ โซรอส” จะออกมามองโลกในแง่ร้ายว่าการขนเงินไปลงทุนในจีนถือเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ของนักลงทุนทั้งหลาย


อย่างไรก็ตามนักลงทุนสถาบันชั้นนำของไทยอย่าง “กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)” ก็ขอมองต่างออกไปและยังมั่นใจเศรษฐกิจในระยะยาวของจีน


วันนี้ ทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีมุมมองที่น่าสนใจของกบข.ต่อเศรษฐกิจจีนมาอัพเดทกัน



มั่นใจ “จีน” มีมาตรการรับมือเศรษฐกิจที่ชะลอตัวได้ทันท่วงที

โดย “ดร.ศรีกัญญา ยาทิพย์” เลขาธิการคณะกรรมการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) มองว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการสะท้อนจากผลกระทบของ หลายสาเหตุสำคัญ ได้แก่


1มาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่ ภายหลังจากพบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 สายพันธุ์เดลต้าในประเทศ


2การบริโภคภาคเอกชนและครัวเรือนแข็งแกร่งน้อยกว่าหลายปีก่อนหน้า โดยเฉพาะแนวโน้มเศรษฐกิจหลังจากเกิดความกังวล China hard landing ในปี 2015


3นโยบายลดปริมาณหนี้ (Deleveraging)


4) การจัดระเบียบและนโยบายการควบคุมของภาครัฐ (Regulatory Crackdown) ต่อบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในหลายภาคอุตสาหกรรม อาทิ ธุรกิจการเงิน ธุรกิจ e-commerce ธุรกิจการศึกษา และธุรกิจเกมออนไลน์ เป็นต้น



(ดร.ศรีกัญญา ยาทิพย์)



“อย่างไรก็ตาม
ธนาคารกลางจีน (PBoC)’ เริ่มผ่อนคลายนโยบายการเงินอีกครั้ง เพื่อเสริมสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ โดยปรับลดอัตราส่วนสำรองขั้นต่ำในการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องของธนาคาร (Reserve Requirement Ratio: RRR) ลง 0.5% ส่งผลให้มีเม็ดเงินอัดฉีดเข้าสู่ระบบการเงินประมาณ 1 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการรับมือต่อภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงได้อย่างทันท่วงที”



“จีน” ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อรองรับ
‘การเติบโตที่ยั่งยืน’ ในระยะยาว

ในขณะที่สถานการณ์ผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในจีนเริ่มปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้คาดว่ารัฐบาลจีนอาจจะทยอยปรับลดความเข้มงวดมาตรการล็อกดาวน์ในระยะถัดไป รวมทั้งคาดว่ารัฐบาลจีนอาจจะออกมาตรการทางการคลังระยะยาว เช่น โครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มเติม รวมถึงอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Medium-Term Lending Facility : MLF) ตามด้วยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ (Loan Prime Rate : LPR) ทั้งอายุระยะสั้นและกลาง เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับลด RRR ในลำดับถัดไป


“กบข. มองว่า เศรษฐกิจจีนชะลอตัวในระยะสั้น แต่ระยะยาวยังคงเติบโตแข็งแกร่งจากนโยบายของภาครัฐที่มุ่งสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยมีการลดความเสี่ยงด้านสินเชื่อในระดับมหภาคให้อยู่ในระดับที่ยั่งยืน ลดการผูกขาดในการทำธุรกิจของบริษัทรายใหญ่ เพิ่มการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ลดความไม่เท่าเทียม เพิ่มความเข้มงวดต่อความปลอดภัยของข้อมูลผู้บริโภค ตลอดจนเพิ่มการเติบโตอย่างมีส่วนร่วม (Inclusive Growth) และ มีความมั่นคงร่วมกัน (Common Prosperity)


การลงทุนสำคัญต้องดูถึงพื้นฐานของประเทศนั้นๆ ด้วยเช่นกัน แม้ “การคุมเข้ม” ของ “รัฐบาลจีน” จะส่งผลต่อตลาดในช่วงที่ผ่านมา แต่ในแง่ของพื้นฐานแล้วทาง “กบข.” มองเศรษฐกิจจีนแค่ชะลอตัว ระยะสั้นจากผลกระทบ COVID และมาตรการภาครัฐ แต่ยังมั่นใจแข็งแกร่งในระยะยาวจากการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อความยั่งยืนนั่นเอง

โต๊ะกองทุน Wealthythai