Official Update :

“กองหุ้นเทคฯ” หนึ่งในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากวิกฤติ COVID-19…โตรับ ‘New Normal’ !!!

ในปีที่ผ่านมาสถานการณ์แพร่ของไวรัส COVID-19 ได้ส่งผลกระทบไปยังเศรษฐกิจ การใช้ชีวิตประจำวันและตลาดทุนในหลายๆ ประเทศ จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกหนึ่งครั้ง

โดยวิถีชีวิตประจำวันแบบใหม่หรือ ‘New normal’ ที่ใครหลายคนคุ้นหูกันดีนั่นเอง ซึ่งวิถีชีวิตดังกล่าวในช่วงสั้นๆ อาจจะส่งผลกระทบไปยังบางธุรกิจที่ยังปรับตัวตามไม่ทัน

แต่คงไม่ใช่สำหรับธุรกิจเทคโนโลยี ที่ดูเหมือนตั้งแต่เกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 นั้น จะเป็นเพียงไม่กี่กลุ่มที่ได้รับการตอบจากนักลงทุนเป็นอย่างดี จนราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ

ไม่เว้นแต่ “กองทุนรวมกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี” ที่ผลตอบแทนในปี 63 นั้น ให้ไม่น้อยกว่า 50% จึงเป็นอีกหนึ่งกองทุนรวมที่มีผลงานโดดเด่นในปีที่ผ่านมา

วันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากขอโอกาสนำเสนอข้อมูล 5 กองทุนรวมกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก ที่มีผลตอบแทนสูงสุดในกลุ่มมาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจและผู้อ่านกันในครั้งนี้

Top 5 “กองหุ้นเทคฯ” ปี63 โชว์ผลตอบแทนสุดแจ่ม 39.36 – 59.63%

โดยกองทุนที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดหรือสูงที่สุดนั้น มาจาก ‘บลจ.ทิสโก้’ ที่มีชื่อว่า “กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลบอล เทคโนโลยี อิควิตี้ ชนิดหน่วยลงทุน A (TISTECH-A)” ทำผลตอบแทนได้ 59.63% เป็น Fund of Fund ที่มีนโยบายลงทุนในกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ หรือกองทุนรวมอีทีเอฟตราสารทุนต่างประเทศ

“ที่มีนโยบายการลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาทางเทคโนโลยี, ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี, บริษัทที่เป็นผู้นำ, มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและบริษัทที่อยู่ในหมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ซึ่งกองทุนสามารถกระจายการลงทุนในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก หรือในบางช่วงเวลาอาจเน้นลงทุนเฉพาะประเทศ กลุ่มประเทศ และภูมิภาค”

ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศอย่างน้อย 2 กองทุน ซึ่งสัดส่วนการลงทุนแต่ละกองทุนจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการตามสภาวะการลงทุนหรือการคาดการณ์สภาวะการลงทุนในแต่ละขณะ

ในเบื้องต้นบริษัทจัดการจะลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ 2 กองทุน ได้แก่

1) ‘กองทุน T. Rowe Price Funds SICAV - Global Technology Equity’ ซึ่งมีนโยบายการลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาทางเทคโนโลยีหรือใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี โดยเน้นบริษัทที่เป็น ผู้นำทางด้านเทคโนโลยีทั่วโลก ซึ่งรวมถึงประเทศในตลาดเกิดใหม่

2) ‘กองทุน Polar Capital Funds plc - Global Technology’ ซึ่งมีนโยบายการลงทุนในหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยบริษัทดังกล่าวอาจรวมถึงบริษัทอุปกรณ์และซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ ระบบและซอฟต์แวร์อินเตอร์เน็ต เทคโนโลยีอิเลกทรอนิกส์ และบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอื่นๆ

สำหรับเงื่อนไขมูลค่าการซื้อขั้นต่ำของ “TISTECH-A” จะอยู่ที่ 1,000 บาท ส่วนช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน และ TISCO My Funds

อันดับ 2 “กองทุนเปิด วี โกลบอล เทคโนโลยี (WE-GTECH)” จาก ‘บลจ.วี’ ด้วยผลตอบแทน 50.46% โดยนโยบายของกองจะลงทุนในหน่วยลงทุนของ ‘POLAR CAPITAL FUNDS PLC -GLOBAL TECHNOLOGY FUND’ ซึ่งเป็นกองทุนหลัก Class I US Dollar ในสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ เพียงกองทุนเดียว

โดย กองทุนหลัก มีนโยบายการลงทุนในตราสารที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนให้แก่เงินลงทุนในระยะยาวจากการกระจายการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก

“สำหรับเงื่อนไขมูลค่าการลงทุนขั้นต่ำของ ‘WE-GTECH’ ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างดี เนื่องจากไม่ว่าจะลงทุนครั้งแรกหรือครั้งถัดไปมูลค่าการลงทุนขั้นต่ำอยู่ที่เพียง 1บาท เท่านั้น จึงไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนมาก ส่วนช่องทางการซื้อสามารถทำได้ผ่านบลจ. วี หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ได้รับแต่งตั้งจากบริษัทจัดการ”

ถัดมาอันดับที่ 3 จาก ‘บลจ.บัวหลวง’ ที่มีชื่อกองว่า “กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลอินโนเวชั่นและเทคโนโลยี (B-INNOTECH)” ให้ผลตอบแทน 39.91% โดยตัวนโยบายจะลงทุนในหน่วยลงทุนของ ‘Fidelity Funds - Global Technology Fund’ ซึ่งเป็นกองทุนหลัก ชนิดหน่วยลงทุน Class Y-ACC-USD เพียงกองทุนเดียว

“ในส่วนนโยบายของกองทุนหลักนั้น เป็นกองทุนรวมต่างประเทศที่มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัททั่วโลกที่มีการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการ หรือบริการ อันจะนํามาซึ่งประโยชน์อย่างสูงจากความก้าวหน้าและการพัฒนาทางเทคโนโลยี”

สำหรับเงื่อนไขการซื้อขั้นต่ำของหน่วยลงทุน “B-INNOTECH” จะอยู่ที่ 500 บาท ขณะที่ช่องทางการซื้อขายหน่วยลงทุนสามารถทำได้ผ่านสาขาธนาคารกรุงเทพ, บริษัทจัดการ, ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน และโมบายแอพฯ Bualuang iBanking, Bangkok Bank Mobile Banking

2 อันดับสุดท้ายจาก ‘บลจ.ไทยพาณิชย์’ ที่มีชื่อว่า “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอลโรโบติกส์-ชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคล (SCBROBOP)” และ “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอลโรโบติกส์-ชนิดสะสมมูลค่า ( SCBROBOA)” ซึ่งมีนโยบายการลงทุนแบบเดียวกัน ให้ผลตอบแทน 39.90% และ 39.36% ตามลำดับ

“โดยทั้ง 2 กองมีนโยบายลงทุนในตราสารทุน ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก หน่วยลงทุนของกองทุนในต่างประเทศ เช่น หน่วย CIS หน่วย property หน่วย infra และกองทุนอีทีเอฟ (ETF) เป็นต้น โดยจะลงทุนในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจ และ/หรือเทคโนโลยีเกี่ยวกับหุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติ”

แม้ว่าทั้ง 2 กองทุนจะมีนโยบายที่เหมือนกัน แต่ก็ยังมีบางอย่างที่แตกต่างกัน เช่นเงื่อนไขการซื้อขั้นต่ำที่กอง “SCBROBOP” จะอยู่ที่เพียง 1 บาทเท่านั้น ส่วน “SCBROBOA” จะอยู่ที่ 1,000 บาท ส่วนช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านธนาคาร ไทยพาณิชย์ และช่องทางออนไลน์อย่าง Easy Fund

“กองทุนรวมเทคโนโลยี ที่ให้ผลตอบแทนได้ดี สะท้อนได้จากตัวเลขในปี 63 ที่ผ่านมาแม้ว่าจะเป็นเพียงระยะสั้นๆ แต่ก็ยังให้ผลตอบแทนได้สูงกว่าดัชนีตลาดหุ้นบางประเทศ ซึ่งในอนาคตเองธุรกิจดังกล่าวก็ยังมีการเติบโตได้ดีด้วยวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ของคน จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ในระยะยาว”