Official Update :

“หุ้นสหรัฐ” ปีฉลู-2021 ยังไปต่อได้...แต่ระวัง ‘ความผันผวน’ !!!

ถ้าจะพูดถึงตลาดหุ้นที่ร้อนแรงที่สุดในปี2020  คงต้องยกให้ หุ้นสหรัฐ ที่ดัชนีหลักทั้ง 3 ปรับตัวขึ้นมาทำ จุดสูงสุดตลาดกาล (All Time High)’ อย่างพร้อมเพรียง

ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD, ณ วันที่ 24 ธ.ค. 20) ดัชนี S&P500 +13.67%, ดัชนี Dow Jones +4.61% และดัชนี NASDAQ +43.27%

จนนักลงทุนส่วนใหญ่เริ่มสงสัยว่า...ความร้อนแรงนี้ยังจะต่อเนื่องไปในปีหน้าหรือไม่?

วันนี้ทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีมุมมองที่น่าสนใจในเรื่องนี้มาอัพเดทกันเช่นเคย

“หุ้นสหรัฐ” ฟื้น...หลังนักลงทุนคลายกังวล-กำไรบจ.ออกมาซัพพอร์ต

โดย ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด บอกว่า ในปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวค่อนข้างผันผวนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถานเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก สร้างความกังวลให้นักลงทุนทั่วโลกจนเกิดการเทขาย สินทรัพย์เสี่ยง และ ‘สินทรัพย์สภาพคล่องต่ำ’ อย่างรวดเร็วเพื่อถือครอง ‘เงินสด’ ทั้งยังส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับตัวลงอย่างรวดเร็วในช่วงเดือนมี.ค

(คุณณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย)

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เดือนเม.ย. เป็นต้นมาตลาดหุ้นได้ฟื้นตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักมาจากนโยบายการเงินและการคลังที่ถูกประกาศใช้อย่างต่อเนื่องในหลายประเทศเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและการประคับประคองเศรษฐกิจ อีกทั้งแนวโน้มจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ในหลายประเทศที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลงซึ่งส่งผลให้มีการผ่อนคลายมาตรการ Lockdown และทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาดำเนินได้ตามปกติ คลายความกังวลของนักลงทุนได้บางส่วน นอกจากนี้ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ปรับตัวลดลงน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนเริ่มกลับมาเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง”

คาด “หุ้นสหรัฐ” ยังไปต่อได้...แต่ระวัง ‘ความผันผวน’

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นสหรัฐในระยะถัดไปคาดว่าตลาดหุ้นสหรัฐจะยังสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่องจาก

1) แนวโน้มเศรษฐกิจที่ค่อยๆฟื้นตัวกลับมา
2) อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำส่งผลให้ผลตอบแทนจากตลาดหุ้นมีความน่าสนใจ
3) ความสำเร็จในการคิดค้นวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส COVID-19 ที่เริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลายในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว
4) ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่คาดว่าจะส่งผลให้ความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐลดลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า

นอกจากนี้ นโยบายการเงินและการคลังที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องจะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการปรับตัวขึ้นของตลาด อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และ Valuation ของตลาดหุ้นที่ค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับอดีตอาจะเป็นปัจจัยที่กดดันให้ตลาดมีความผันผวนได้”

เตรียมปันผล 2 ‘กองหุ้นสหรัฐ’ กว่า 112 ล้านบาท วันที่ 28 ธ.ค. นี้

ล่าสุดบริษัทได้เตรียมจ่ายเงินปันผลกองทุนหุ้นต่างประเทศพร้อมกัน 2 กองทุน รวมมูลค่ากว่า 112 ล้านบาท ในวันที่ 28 ธ.ค. 20 นี้ประกอบด้วย

-‘กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยูเอส (SCBS&P500)’ สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 ธ.ค. 19 - 30 พ.ย. 20 ในอัตรา 0.6801 บาทต่อหน่วย ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการจ่ายปันผลระหว่างกาลเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 20 ไปแล้วจำนวน 0.3198 บาทต่อหน่วย เหลือจ่ายงวดนี้ 0.3603 บาทต่อหน่วย นับเป็นครั้งที่ 15 รวมจ่ายปันผล 4.0311 บาทต่อหน่วย (นับจากจัดตั้งกองทุนเมื่อ 18 ธ.ค. 2012) 

สำหรับ ‘กองทุน SCBS&P 500’ เน้นลงทุนในหน่วยลงทุน ‘SPDR S&P 500 ETF Trust’ ที่บริหารจัดการโดย ‘State Street Global Advisors’ ซึ่งมีการบริหารจัดการแบบ passive มีเป้าหมายที่จะสร้างผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี S&P500 และมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 90%” 

-‘กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ บิลเลียนแนร์ (SCBBLN)’ สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 มิ.ย.-30 พ.ย. 20 ในอัตรา 0.3768 บาทต่อหน่วย นับเป็นครั้งที่ 9 รวมจ่ายปันผล 2.1146 บาทต่อหน่วย (นับจากจัดตั้งกองทุนเมื่อ 24 ก.ค. 2015) 

ส่วน ‘กองทุน SCBBLN’ มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นในประเทศสหรัฐเป็นหลัก มีเป้าหมายที่จะสร้างผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี Solactive US Top Billionaire Investors ซึ่งเป็นดัชนีที่สร้างขึ้นเพื่อลงทุนในหลักทรัพย์เช่นเดียวกับนักลงทุนระดับมหาเศรษฐีในสหรัฐจำนวน 30 ตัว ปัจจุบันเน้นลงทุนใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ Software, Retailing และ Media ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่เติบโตและกลับมาฟื้นตัวได้ดีท่ามกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา”

สำหรับทั้ง 2 กองทุน จัดเป็นกองทุน 4 ดาว ประเภท ‘Thailand Fund US Equity’ ของมอร์นิ่งสตาร์ (ข้อมูล  วันที่ 30 .. 20) นักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนใน ‘หุ้นสหรัฐ’ เชื่อว่าทั้ง 2 กองทุนน่าจะเป็นทางเลือกที่น่าจะตอบโจทย์ได้อยู่บ้างไม่มากก็น้อย