Official Update :

แนะ “จัดสรรเงินลงทุน” อย่างเหมาสม...ฝ่าตลาดการลงทุนปี2021 !!!

เผลอแป่บเดียวก็จะสิ้น ‘ปีเก่า-2020’ และกำลังจะเข้าสู่ ‘ปีใหม่-2021’ กันอีกแล้ว แต่โลกของการลงทุนยังคงหมุนไปไม่หยุดนิ่ง

มองไปในปีหน้าทั่วโลกมองในทิศทางเดียวกันว่าเศรษฐกิจจะมีการฟื้นตัว และ ‘หุ้น’ ยังน่าจะเป็นสินทรัพย์ที่ไปต่อได้ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Weathythai’ จะมาอัพเดทมุมมองการลงทุนในปีหน้าให้ฟังกัน

ชู “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังมีปัจจัยบวกหนุนต่อเนื่อง... “สหรัฐ” ยังไปได้จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ

โดย “สุภาพร ลีนะบรรจง” รักษาการกรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงศรี จำกัด มองว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกปี 2021 มีแนวโน้มการฟื้นตัวดีขึ้น หลังจากที่ทุกประเทศทั่วโลกได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของไวรัส COVID-19 ทั้งนี้ IMF คาดว่าเศรษฐกิจโลกกลับมาขยายตัวในปี 2021 ที่ 5.2% หลังจากที่หดตัว 4.4% ในปี 2020 ด้านการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศได้รับอานิสงค์จากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและกำไรของบริษัทจดทะเบียน ท่ามกลางสภาพคล่องในระบบที่สูง และดอกเบี้ยทั่วโลกที่อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลบวกต่อการลงทุนใน ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ เช่น ตลาดหุ้น

ด้านตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศ มีแนวโน้มที่จะเห็น ‘Credit spread’ ปรับตัวแคบลงได้ต่อเนื่อง ตามทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน

(คุณสุภาพร ลีนะบรรจง)

“สำหรับ ‘สหรัฐ’ นั้นได้รับอานิสงค์จากการที่รัฐบาลเตรียมใช้นโยบายการคลังอัดฉีดมาตรการเยียวยาผลกระทบจาก COVID-19 รอบใหม่เข้าสู่ระบบด้วยวงเงินกว่า 9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัว นอกจากนี้ นโยบายภายใต้รัฐบาลใหม่ส่งผลดีมากขึ้น เช่น การขึ้นภาษีจะทำได้ยากขึ้น การลงทุนในกลุ่ม New economy เช่น e-commerce, digitization มีความน่าสนใจเนื่องจากมีการเติบโตสูง”

“ยุโรป” ซบ...ในขณะที่ “จีน” มาแรง

“ยุโรป” ยังคงเผชิญแรงกดดันจากการระบาดรอบใหม่ของ COVID-19 ทำให้รัฐบาลในหลายประเทศต้องประกาศมาตรการปิดเมืองรอบใหม่ เศรษฐกิจและภาคเอกชนได้รับผลกระทบจาก COVID-19 อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ ‘ธนาคารกลางยุโรป (ECB)’ เพิ่มปริมาณการทำ QE เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจยุโรปให้ฟื้นตัว และความสำเร็จของวัคซีนจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจและตลาดหุ้นยุโรปกลับมาฟื้นตัว

“ด้านเศรษฐกิจ ‘จีน’ มีการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง จากการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ภาคการบริโภค ภาคการผลิต และภาคการส่งออก กลับมาขยายตัว โดยในปี 2021 เศรษฐกิจจีนจะเป็น 1 ในประเทศที่มีการขยายตัวสูงที่สุดในโลก ทั้งนี้ IMF คาดว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 8.2% ด้านสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ซึ่งกดดันตลาดหุ้นจีนมาตลอดมีแนวโน้มคลี่คลายลง หลังจาก ‘โจ ไบเดน’ ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ”

“หุ้นไทย” แนวโน้มฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ...แต่ ‘ระยะสั้น’ เจอแรงกดดันจาก COVID-19 ระลอกใหม่

สำหรับมุมมองต่อเศรษฐกิจ ‘ไทย’ คาดว่าจะยังคงอยู่ในภาวะหดตัว เนื่องจากการพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะเริ่มฟื้นตัวชัดเจนมากขึ้นในไตรมาสที่สอง ตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้นหลังจากการเข้าถึงวัคซีนต้าน COVID-19 เป็นวงกว้างมากขึ้น ในส่วนของภาคการผลิต คาดว่าจะกลับมาเติบโตได้ดีจากแรงหนุนของอุปสงค์ในตลาดโลกที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงคาดว่ารัฐบาลจะยังคงมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อหนุนการใช้จ่ายของผู้บริโภค

นอกจากนี้ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลหลายโครงการจะทยอยเสร็จสิ้นในปี 2021 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคเอกชนและเพิ่มการลงทุน ภาคการท่องเที่ยวจะยังคงอ่อนแอ โดยคาดว่านักท่องเที่ยวจะเริ่มกลับมาในไตรมาสที่สาม ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของไทย จึงไม่น่าจะที่จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวมากนัก

“อย่างไรก็ตาม การลงทุนในตลาดหุ้นไทยยังคงมีแนวโน้มได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนฯ หลังจากการพัฒนาวัคซีนเป็นผลสำเร็จ รวมถึงนโยบายการเงินการคลังที่ยังคงเอื้อต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และกระแสเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศที่มีแนวโน้มไหลเข้าตามค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลง โดยในระยะสั้นบรรยากาศการลงทุนมีแนวโน้มถูกกดดันจากการกลับมาแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 อีกครั้งทั้งในประเทศไทย และในต่างประเทศ”

แนะ “กระจายการลงทุน” รับความผันผวนของตลาดใน ‘ปีฉลู-2021’

การจัดพอร์ตการลงทุนในปี 2021 ควรให้ความสำคัญกับการกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์เพื่อลดความผันผวนและสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ โดยจัดสรรเงินลงทุนบางส่วนในตราสารหนี้ไทยและต่างประเทศที่มีการลงทุนในพันธบัตรและหุ้นกู้คุณภาพดี เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ และลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน เช่น ‘กองทุน KFAFIX-A’, ‘กองทุน KF-CSINCOM’ ควบคู่กับการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงซึ่งควรกระจายการลงทุนทั้งหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศ

โดยในส่วนหุ้นต่างประเทศเน้นลงทุนในหุ้นที่มีคุณภาพสูงทั่วโลก สามารถสร้างรายได้สม่ำเสมอและมีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ทนทานต่อวัฏจักรเศรษฐกิจและมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เช่น ‘กองทุน KFGBRAND’ ผสมผสานกับการลงทุนในกลุ่ม New Economy และ Megatrend ซึ่งมีการเติบโตสูงอย่าง ‘หุ้นจีน A-Shares’ และ ‘หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี’ โดยสามารถลงทุนผ่าน ‘กองทุน KFACHINA-A’, ‘กองทุน KF-GTECH’ และ ‘กองทุน KFHTECH-A’ เพื่อสร้างการเติบโตที่ดีของพอร์ตการลงทุนในระยะยาว”

กลยุทธ์การลงทุนที่ตอบโจทย์การลงทุนได้ในทุกสภาวะนั่นก็คือ “การจัดสรรเงินลงทุน (Asset Allocation)” อย่างเหมาะสมนั่นเอง โดยทาง “บลจ.กรุงศรี” ยังคงมองว่าใน ‘ปีฉลู-2021’ นี้กลุ่มสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นยังน่าจะมีความน่าสนใจต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่นอยู่นั่นเอง