“กอง RMF-ตราสารหนี้”...อีกทางเลือกตอบโจทย์เกษียณ ‘คนไม่ชอบเสี่ยง’ !!!

อย่างที่ใครหลายคนรู้ดีว่าดอกเบี้ยทั่วโลกยังทรงตัวอยู่ในระดับ ‘ต่ำ’ ต่อเนื่อง

ล่าสุดวันนี้ “คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)” ของไทยก็มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% หลังจากก่อนหน้านี้ ‘ธนาคารกลางสหรัฐ (FED)’ ก็คงดอกเบี้ยต่ำที่ 0 – 0.25% ไว้ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจนั่นเอง

จึงทำให้สินทรัพย์อย่าง ‘ตราสารหนี้’ มีผลตอบแทนที่ต่ำตามไปด้วย ซึ่งหากเทียบกับสินทรัพย์อย่างหุ้น ที่ราคาสินทรัพย์ปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จึงอาจดูไม่น่าสนใจนักในภาวะเช่นนี้

แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์หลักสำหรับนักลงทุนที่ ‘ไม่ชื่นชอบความเสี่ยง’ แต่ต้องการ ‘ประโยชน์ทางภาษี’ ที่สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ในช่วงเทศกาลประหยัดภาษีนี้ได้เช่นกัน

ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากถือโอกาสนำข้อมูลอย่างผลตอบแทน “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ประเภทตราสารหนี้” มาแชร์ให้แก่นักลงทุนที่สนใจหรือผู้อ่านกัน

Top 5 “กอง RMF-ตราสารหนี้” โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) 2.72 – 6.82%

สาเหตุที่อยากจะนำเสนอในรูปแบบของ ‘กอง RMF’ นั้น เพราะช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่ใกล้สิ้นปีก็คงมีนักลงทุนสายกองทุนไม่น้อย ที่จะแสวงหากองทุนที่น่าสนใจไว้ติดพอร์ต แถมยังได้ ‘สิทธิประโยชน์ทางภาษี’ ตามมาด้วย

“ในกลุ่ม ‘RMF-ตราสารหนี้’ นั้นก็จะมีทั้งตราสารหนี้ต่างประเทศและตราสารหนี้ในประเทศ ในส่วนของตราสารหนี้ไทยเองก็มีทั้งตราสารหนี้ระยะสั้น-ยาวให้เลือกลงทุนกัน ตามความต้องการและความสามารถในการรับความเสี่ยงของแต่ละคนนั่นเอง”

สำหรับ “กอง RMF-ตราสารหนี้” ที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรก นับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD, ณ 17 ธันวามคม 63) เป็นตราสารหนี้ต่างประเทศ 4 กอง และตราสารหนี้ในประเทศอีก 1 กอง โดยอันดับ1 ทำผลตอบแทนที่สูงที่สุดอยู่ที่ 6.82% จาก ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต อีสปริงค์’ มีชื่อกองว่า “กองทุนเปิดธนชาตโกลบอล บอนด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (T-GlobalBondRMF)”

“โดย ‘กอง T-GlobalBondRMF’ เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว คือกองทุน ‘Franklin Global Aggregate Bond Fund’ ซึ่งจดทะเบียนในประเทศ Luxembourg ทั้งนี้กองทุนหลักมีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารหนี้ หรือตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่ออกโดยภาครัฐหรือเกี่ยวข้องกับรัฐบาล (รวมถึงองค์กรที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลประเทศต่างๆ) และบริษัทเอกชนทั่วโลก และจะเน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับลงทุนได้ (Investment Grade) แต่อาจลงทุนในตราสารที่ต่ำกว่าระดับลงทุนได้ (Non-Investment Grade) หรือตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ได้ไม่เกิน 10%”

‘กอง T-GlobalBondRMF’ มีมูลค่าการซื้อขั้นต่ำครั้งแรกและครั้งถัดไปอยู่ที่ 1,000 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำในการขายคืนจะอยู่ที่ 1,000 บาทเช่นกัน ขณะที่ยอดคงเหลือขั้นต่ำไม่ได้มีการกำหนดไว้

อันดับ2 “กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์บอนด์เพื่อการเลี้ยงชีพ (KT-BOND RMF)” จาก ‘บลจ.กรุงไทย’ ด้วยผลตอบแทน YTD 6.50%

“โดยเน้นลงทุนในกองทุน ‘PIMCO FUNDS : GLOBAL INVESTORS SERIES PLC - Global Bond Fund’ ซึ่งเป็นกองทุนหลักเป็นกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (Retail Fund) เพียงกองเดียว ซึ่งกองทุนหลักมุ่งสร้างผลตอบแทนรวม (Total Return) ให้ได้มากที่สุด และสอดคล้องกับการรักษาเงินทุนและการบริหารเงินลงทุนอย่างรอบคอบ กองทุนจะลงทุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของสินทรัพย์ของกองทุนโดยการกระจายพอร์ตการลงทุนในตราสารหนี้ในสกุลเงินหลักของโลกที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับที่สามารถลงทุนได้ แต่อาจจะลงทุนไม่เกิน 10% ของสินทรัพย์ของกองทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าระดับ BBB แต่จะต้องมีอันดับความน่าเชื่อถืออย่างน้อยในระดับ B โดย S&P”

มีมูลค่าขั้นต่ำของการซื้ออยู่ที่ 500 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการสั่งขายคืนนั้นไม่มีกำหนด เช่นเดียวกันกับจำนวนหน่วยลงทุนขั้นต่ำของการสั่งขายคืน สำหรับช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่าน ธนาคารกรุงไทย ตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่น ๆ และผ่านระบบ Internet Trading : KTAM SMART TRADE (www.ktam.co.th)

อันดับ3 มาจาก ‘บลจ.ทหารไทย (TMBAM Eastspring)’ อย่าง “กองทุนเปิดทหารไทย Global Bond Fund เพื่อการเลี้ยงชีพ (TMBGRMF)” ด้วยผลตอบแทน YTD 5.44%

“โดยกองทุนเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศกองเดียว (Master Fund) คือ กองทุน ‘PIMCO GIS Global Bond Fund’ ซึ่งเป็นกองทุนรวมต่างประเทศที่จดทะเบียนในไอร์แลนด์ (Ireland) โดยกองทุนหลักมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างผลตอบแทนรวม แต่คำนึงถึงการรักษาเงินต้น และการบริหารการลงทุนอย่างรอบคอบ โดยกองทุนจะลงทุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินโดยกระจายการลงทุนไปในตราสารหนี้ประเภทต่างๆ ของเหล่าประเทศที่เป็นสกุลเงินสำคัญของโลก โดยดูเรชั่นเฉลี่ยของกองทุนโดยปกติจะแตกต่างอยู่ในช่วง 3 ปี (บวกหรือลบ)”

มูลค่าการซื้อขั้นต่ำของการสั่งซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไปจะอยู่ที่ 1 บาท สามารถซื้อขายได้ผ่าน ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) และทุกสาขาทั่วประเทศ ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนอื่น ๆ ที่ บลจ.ทหารไทยแต่งตั้ง และทางWebsite ของบริษัทจัดการ ที่ www.tmbameastspring.com

สำหรับ 2 ลำดับสุดท้าย อันดับ4 และ 5 นั้น มาจาก ‘บลจ.กรุงศรี’ โดยกองแรกเป็นกองตราสารหนี้ต่างประเทศ ได้แก่ “กองทุนกรุงศรีโกลบอลสมาร์ทอินคัมเพื่อการเลี้ยงชีพ (KFSINCRMF)” มีผลตอบแทน YTD 3.04%

“มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘PIMCO GIS Income Fund’ ซึ่งเป็นกองทุนหลักเพียงกองเดียว โดยกองทุนหลักมีการกระจายการลงทุนไปในตราสารหนี้ประเภทต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วโลกอย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สิน”

ขณะที่อีกกองเป็นกองตราสารหนี้ในประเทศ ได้แก่ “กองทุนเปิดกรุงศรีพันธบัตรระยะยาวเพื่อการเลี้ยงชีพ (KFLTGOVRMF)” ทำผลตอบแทน YTD ได้ 2.72%

“กองทุนมีนโยบายการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล รัฐวิสาหกิจหรือตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล รัฐวิสาหกิจหรือตราสารที่ได้รับการค้ำประกันจากรัฐบาลเป็นส่วนใหญ่”

ทั้ง 2 กองนั้น มีมูลค่าการซื้อขั้นต่ำอยู่ที่ 2,000 บาท โดยสามารถซื้อขายได้ผ่านช่องทางการทำรายการ บลจ.กรุงศรี, Online Service และตัวแทนสนับสนุนการขาย

“แม้ว่า ‘กอง RMF-ตราสารหนี้’ ผลตอบแทนอาจจะดูไม่สูงนักเมื่อเทียบกับหุ้น ที่ยิ่งนับวันราคาที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่โดยรวมแล้วก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่นัก น่าจะตอบโจทย์กลุ่ม ‘คนไม่ชอบเสี่ยง’ ได้เป็นอย่างดี หรือจะมีไว้ ‘กระจายความเสี่ยง’ ให้พอร์ตเกษียณ เป็นสินทรัพย์ที่ติดพอร์ตไว้ เพื่อช่วยบาลานซ์พอร์ตได้เป็นอย่างดีและลดความเสี่ยงในยามที่หุ้นมีความผันผวนได้อีกด้วย”