“หุ้นอินเดีย” & “FinTech” ม้ามืดที่กลับมาดีในปีนี้...ทะยานบน ‘พื้นฐาน’ ที่รองรับการเติบโต !!!

ในขณะที่ “หุ้นจีน” ในปีนี้ผลตอบแทนไม่สู้จะดีนัก แม้ว่าภาพรวมของเศรษฐกิจจะออกมาดีก็ตาม ตรงข้ามกับ “หุ้นอินเดีย” ที่กลายเป็นตลาดม้ามืดที่สร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นในปีนี้ แม้ว่าจะเต็มไปด้วยข่าวคราวที่ไม่ดีออกมาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับ COVID-19


หันมามอง “หุ้นเทคฯ” กันบ้าง ปีที่แล้วเป็นธีมการลงทุนที่แรงมากจนโลกต้องจับตามองเลยทีเดียว แต่ในปีนี้ก็ดูเงียบๆ ไป แต่ผลตอบแทนโดยรวมของ “หุ้นเทคฯ” ก็ไม่ได้แย่อะไรมากมาย แค่ไม่ดีเท่าในปีก่อนหน้าเท่านั้นเอง


โดยเฉพาะธีม FinTech” น่าจะเป็นอีกหนึ่งธีมย่อยใน “หุ้นเทคฯ” ที่มีแนวโน้มจะเติบโตได้ดีในอนาคต ปรากฎการณ์ SCBx ในไทยก็เป็นหนึ่งที่สะท้อนมูฟเม้นท์นี้ได้เป็นอย่างดี


วันนี้ ทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีมุมมองการลงทุนที่น่าสนใจของ 1 ตลาด” และ1 ธีม” มาฝากกัน



“บลจ.ไทยพาณิชย์” มอง “หุ้นอินเดีย” กลับมาฟื้นตามศก.อีกครั้ง...เป็นโอกาสลงทุนระยะยาว

โดย “อาชวิณ อัศวโภคิน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด มองว่า ในแง่ของประเทศแล้ว “ตลาดหุ้นอินเดีย” ถือเป็นอีกตลาดที่กลับมาน่าสนใจลงทุนอีกครั้ง ตั้งแต่ช่วงมี.ค.21 จนถึงปัจจุบันมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ตลาดจะเจอแรงกดดันอยู่บ้างในช่วงเดือนเม.ย. - พ.ค. 21 จากยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ระลอกใหม่ภายในประเทศที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนรัฐบาลต้องประกาศมาตรการล็อคดาว์นกรุงนิวเดลี และเร่งเดินหน้าฉีดวัคซีนให้กับพลเมืองที่มีอายุมากกว่า 18 ปี ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันลดลง ซึ่งหลังจากที่สถานการณ์การระบาดในประเทศดีขึ้น ส่งผลให้ตลาดได้มีการปรับตัวขึ้นจาก จุดต่ำสุด มากกว่า 20ประกอบกับภาครัฐได้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยประคับประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ สำหรับในระยะถัดไปคาดว่าจะยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง



(อาชวิณ อัศวโภคิน)



“โดยคาดการณ์เศรษฐกิจอินเดีย (GDP) จะเติบโตสูงต่อเนื่องที่เฉลี่ย 8ต่อปี ประกอบกับจำนวนประชากรที่สูงถึง 1.4 พันล้านคน และโครงสร้างที่ประกอบไปด้วยวัยแรงงานจำนวนมาก จะเป็นตัวสนับสนุนกำลังการผลิตและการบริโภค นอกจากนี้การเน้นลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศมูลค่า 100 ล้านล้านรูปี (1.35 ล้านล้านดอลลาร์) จะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจและสนับสนุนการจ้างงานได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตามอง ได้แก่ อัตราการฉีดวัคซีนที่อาจล่าช้ากว่าคาด รวมถึงระดับราคาน้ำมันที่สูงซึ่งอาจกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อาจกดดันกระแสเงินทุนได้ แต่ก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจลงทุนเช่นเดียวกัน”



“บลจ.ทิสโก้” มั่นใจธีม “
FinTech” แนวโน้มเติบโต...ตอบโจทย์การเงินใน ‘ยุคดิจิทัล

ในขณะที่ “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” ผู้อำนวยการสายการตลาด และที่ปรึกษาการลงทุน บลจ.ทิสโก้ จำกัด  มองว่า ในแง่ของธีมการลงทุนแล้ว FinTech” หรือ “การใช้เทคโนโลยีทางการเงิน” เป็นอีกหนึ่งธีมที่มีความน่าสนใจที่กำลังเติบโตตามพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกที่เข้าสู่โลกสังคมไร้เงินสด โดยเฉพาะในช่วงที่ COVID–19 แพร่ระบาด ธุรกิจ FinTech เติบโตอย่างมากและกลายเป็นความต้องการพื้นฐานแทรกซึมในหลายๆ กิจกรรมของมนุษย์ เช่น Online shopping, การให้สินเชื่อผ่านระบบโมบายแบงก์กิ้ง รวมถึงการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตและเครดิต นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมาภาคธุรกิจยังได้นำเสนอบริการ ‘Robo-advisor’ มาเป็นตัวช่วยสำหรับการลงทุน แม้กระทั่งการใช้ ‘Smart Watch’ มาคำนวณเบี้ยประกัน 



(สาห์รัช ชัฏสุวรรณ)



“อีกทั้งยังได้เห็นปรากฏการณ์ที่
‘ธนาคารกลาง’ หลายแห่งของโลกเริ่มทดลองใช้ ‘Central Bank Digital Currency (CBDC)’ หรือ ‘สกุลเงินดิจิทัล’ ที่ออกโดยธนาคารกลาง เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการชำระราคาสินค้าและบริการ ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณที่ทำให้เห็นว่าโลกของเราได้ก้าวเข้าสู่ยุคของ ‘FinTech’ อย่างแท้จริง”


สำหรับโอกาสการเติบโตของธุรกิจ “FinTech” ในอนาคตนั้น “Fisglobal” ประเมินว่า ภายในปี2024 การใช้จ่ายเงินผ่านระบบ ‘ดิจิทัล e -Wallet’ และ ‘เดบิต เครดิตการ์ด’ จะมีสัดส่วน 85% ของธุรกรรมในอีคอมเมิร์ซ เพิ่มจากปี 2020 อยู่ที่ 80% ขณะที่ “PwC” ประเมินว่าปริมาณการใช้จ่ายโดยไม่ใช้เงินสดจะเติบโตขึ้นถึง 3 เท่า ภายในปี 2030 โดยมีกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นแรงขับเคลื่อน 


“รวมถึงการเติบโตของสกุลเงินดิจิทัล อีกทั้งการเข้ามาของ Big Data และ Machine Learning จะทำให้ภาคธุรกิจทั้งธนาคาร ธุรกิจประกัน และธุรกิจด้านการลงทุนสามารถจับพฤติกรรมของผู้บริโภค และนำ ‘FinTech’ มานำเสนอบริการที่สะดวก ตรงใจผู้บริโภคและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้โดดเด่นกว่าธุรกิจการเงินแบบดั้งเดิม และยังปลอดภัยมากขึ้นด้วยการนำเทคโนโลยี Blockchain มาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ ธุรกิจ ‘FinTech’ จึงเป็นอีกหนึ่งธีมการลงทุนที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดีในระยะยาว”


สำหรับ “หุ้นอินเดีย” และ “FinTech” สามารถนับได้เป็น “1 ตลาด” กับ “1 ธีม” การลงทุนที่ได้รับการจับตาและมีการพูดถึงกันมากในช่วงนี้ ด้วยพื้นฐานที่รองรับจึงถือเป็นโอกาสการลงทุน ระยะยาว ที่ตอบโจทย์การสร้างความมั่งคั่งให้กับนักลงทุนได้เป็นอย่างดี

โต๊ะกองทุน Wealthythai