Official Update :

“กองหุ้นยุโรป” โชว์ผลงานดีไม่หวั่น COVID-19 !!!

อย่างที่นักลงทุนรู้กันดีว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของ ‘ไวรัส COVID-19’ ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังมีการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศใหญ่อย่างสหรัฐฯ อินเดีย ยุโรป เป็นต้น

แต่นักลงทุนส่วนใหญ่ได้มองข้ามสถานการณ์ดังกล่าว ไปยังภาพลงทุนในปีถัดไปแทน หลังจากความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัส COVID -19

ทำให้ตลาดหุ้นมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ ‘ตลาดหุ้นยุโรป’ ที่แม้ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจากไวรัส COVID-19 จะพุ่งขึ้น แต่ภาพของตลาดหุ้นกลับวิ่งสวนทางกันไปกับภาพเศรษฐกิจ

ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้รวบรวมข้อมูลผลตอบแทนจากกองทุนหุ้นยุโรปที่มีผลการดำเนินงานสูงสุด 5 อันแรกมาเสนอให้นักลงทุนที่สนใจ

Top5 “กองหุ้นยุโรป” โชว์ผลตอบแทน YTD 8.68% - 13.71%

ใครจะคิดว่าภาพของ ‘กองหุ้นยุโรป’ ในช่วง 11 เดือนแรกปี63 ยังสามารถโชว์ผลงานได้ค่อนข้างดี สวนทางกับเศรษฐกิจยุโรปและสถานการณ์แพรระบาดของ ‘COVID-19’ ที่กลับมาเขย่าขวัญยุโรปจนต้อง Lockdown หลายประเทศไปเป็นรอบที่2 กันแล้ว โดย “กองหุ้นยุโรป” ที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรกนั้น สามารถทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) 8.68% - 13.71% เลยทีเดียว นำมาโดย

1.กองทุนเปิดกรุงศรียุโรปอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ (KFEURORMF) และ 2.กองทุนเปิดกรุงศรียุโรปอิควิตี้ (KF-EUROPE) ที่ให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (ณ 27 พ.ย. 63) 13.71% และ 12.44% ตามลำดับ โดยทั้ง 2 กองทุนจะลงทุนกองทุน ‘Allianz Europe Equity Growth Fund’ ซึ่งเป็นกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในหุ้นจดทะเบียนที่จดตั้งขึ้นในประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป

3.กองทุนเปิดอเบอร์ดีน สแตนดาร์ด ยูโรเปี้ยน โกรท ฟันด์ (ABEG) ด้วยผลตอบแทน YTD 12.00% มีนโยบายลงทุุนในกองทุุน ‘Aberdeen Standard SICAV I - European Equity Fund’ ซึ่งเป็นกองทุนหลักมี net exposure เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

“โดยกองทุนหลักจะลงทุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของพอร์ตการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทตราสารแห่งทุนหรือที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งในทวีปยุโรป หรือบริษัทที่มีสัดส่วนรายได้จากการ ประกอบกิจการหรือมีสัดส่วนของทรัพย์สินอยู่ที่ทวีปยุโรปอย่างมีนัยสำคัญ หรือในบริษัทโฮลดิ้งที่ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว”

4.กองทุนเปิดเคแทม ยูโรเปียน อิควิตี้ ฟันด์ (KT-EURO) มีผลตอบแทน YTD 9.01% เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘Invesco Continental European Small Cap Equity Fund’ ซึ่งเป็นกองทุนหลักที่เป็นกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (Retail Fund) เพียงกองเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม

“ในตราสารทุนที่จดทะเบียน และตราสารทุนที่เกี่ยวข้องของบริษัทขนาดเล็กในตลาดยุโรป (รวมถึงใบสำคัญแสดงสิทธิและหลักทรัพย์แปลงสภาพ โดยต้องไม่ 10% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน) ประเทศในทวีปยุโรป (ไม่รวมสหราชอาณาจักร) รวมถึงประเทศในสหภาพยุโรป สวิตเซอร์แลนด์ สแกนดิเนเวีย บัลแกเรีย โรมาเนีย โครเอเชีย ตุรกีและประเทศเครือรัฐเอกราช”

5.กองทุนเปิดเค ยูโรเปียน Small Cap หุ้นทุน (K-EUSMALL) ด้วยผลตอบแทน YTD 8.68% เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘Invesco Continental European Small Cap Equity Fund, C-Acc Shares(EUR)’ ซึ่งเป็นกองทุนหลักเพียงกองเดียว

“กองทุนหลักมุ่งลงทุนในตราสารทุนที่จดทะเบียนและ/หรือตราสารทุนที่เกี่ยวข้อง (equity-related) ของบริษัทขนาดเล็กในตลาดยุโรป (รวมถึงใบสำคัญแสดงสิทธิ และหลักทรัพย์แปลงสภาพ โดยต้องไม่เกิน 10% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ) ซึ่งรวมถึงประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป สวิสเซอร์แลนด์ สแกนดิเนเวีย บัลแกเรีย โรมาเนีย โครเอเชีย ตุรกี และประเทศเครือรัฐเอกราช ทั้งนี้ ไม่รวมสหราชอาณาจักร”

“หุ้นยุโรป” ถูกมองเป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่ Laggard ตลาดหุ้นอื่นในช่วงที่ผ่านมา และถือเป็นอีกภูมิภาคที่น่าจะฟื้นตัวกลับมาได้ในอนาคตเช่นเดียวกัน สำหรับใครที่ต้องการเติมเต็มหุ้น ‘ตลาดพัฒนาแล้ว’ ที่ราคายังวิ่งไปไม่ไกล ‘ยุโรป’ ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าจะตอบโจทย์คุณได้ไม่มากก็น้อย