แนะลงทุน ‘SSF-RMF’ ช่วงโค้งสุดท้ายปี 2020

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการลงทุนใน“กองทุนประหยัดภาษี”กันอีกครั้ง ในปีนี้ก็มีให้เลือกลงทุนผ่าน 2 กองทุน ได้แก่‘กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)’และ‘กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)’

ซึ่งมีให้เลือกลงทุนกันแทบจะครบทุกบลจ. มีให้เลือกครอบคลุมทุกนโยบายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่เสี่ยงต่ำไปจนถึงเสี่ยงสูง

สำหรับ“บลจ.กรุงศรี”ถือเป็นอีกปีที่ดีเมื่อเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิกอง RMF ของบริษัทตั้งแต่ต้นปีไปแล้วกว่า2,000 ล้านบาท

วันนี้ทีมงาน‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาอัพเดทกันเช่นเคย

ชี้ “กองRMF-ต่างประเทศ” ยังได้รับความสนใจมากกว่าในปีนี้

โดย“สุภาพร ลีนะบรรจง” รักษาการกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มการลงทุน บลจ.กรุงศรี จำกัดบอกว่า ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีถือเป็นช่วงที่ผู้ลงทุนให้ความสนใจในการลงทุนสำหรับการวางแผนเกษียณควบคู่กับสิทธิประโยชน์ทางภาษีผ่านกองทุน SSF - RMF เป็นจำนวนมาก กองทุนทั้งสองประเภทนี้เป็นการลงทุนระยะยาว จึงควรให้ความสำคัญกับการกระจายการลงทุน และการเลือกกองทุนที่เหมาะกับความเสี่ยงที่ตนเองรับได้ ปีนี้ RMF ที่ลงทุนในต่างประเทศยังได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะ KFGTECHRMF และ KFGBRANRMF ที่มีผลงานโดดเด่นมากตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

สุภาพร ลีนะบรรจง

“จากต้นปีมีเงินทยอยเข้ามาลงทุนใน RMF ต่อเนื่อง ตัวเลข Net Flow ใน RMF ของบริษัทประมาณ2,000 ล้านบาทจากทั้งอุตสาหกรรมที่มี Net Flow ราว4,000 ล้านบาทโดย KFGTECHRMF และ KFGBRANRMF เป็น RMF ต่างประเทศที่มีเงินลงทุนเพิ่มมากที่สุดสองอันดับแรก”

KFGTECHRMF” & “KFGBRANRMF”...2 กองเด่นที่มีเงินไหลเข้ามากสุดปีนี้

สำหรับผู้รับความเสี่ยงได้มาก และอาจมีสัดส่วนของเงินลงทุนในหุ้นไทยอยู่พอสมควรแล้ว ควรจะกระจายการลงทุนไปในหุ้นต่างประเทศบ้าง เพื่อเปิดโอกาสให้ได้รับผลตอบแทนจากสินทรัพย์หลายประเภทและหลายภูมิภาคมากขึ้น เป็นการกระจายความเสี่ยง ลดความผันผวนของพอร์ตและเพิ่มโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีด้วย

“ช่วงที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในโลก จากนวัตกรรมที่เกิดขึ้นรวดเร็วตลอดเวลา และมีผู้ใช้งานทั้งลูกค้าทั่วไปและองค์กรต่างๆ ที่นำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการดำเนินธุรกิจเพิ่มเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นถ้าต้องการลงทุนไปกับการเติบโตของเทคโนโลยี‘กองทุนเปิดกรุงศรี โกลบอลเทคโนโลยีอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ (KFGTECHRMF)’เป็นคำตอบที่ดี”

สำหรับ ‘กองทุน KFGTECHRMF’ ลงทุนในกองทุนหลักคือ‘T. Rowe Price Funds SICAV - Global Technology Equity Fund’โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV กองทุนเน้นลงทุนในบริษัทที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีทั่วโลก มีแนวโน้มการเติบโตอย่างรวดเร็ว มีทรัพย์สินทางปัญญาที่แข็งแกร่ง มีกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ อีกทั้งผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาดได้ยาก ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จะทำให้บริษัทสามารถเติบโตและมีผลกำไรที่ดีในอนาคต ตัวอย่างบริษัทที่ลงทุนล้วนแต่เป็นบริษัทที่เรารู้จักและเป็นลูกค้าเสียส่วนใหญ่ เช่น Microsoft, Facebook, Netflix. Alibaba, Amazon เป็นต้น

ส่วน‘กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลแบรนด์อิควิตี้ปันผลเพื่อการออม (KFGBRANSSF)’และ‘กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลแบรนด์อิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ (KFGBRANRMF)’ลงทุนในกองทุนหลักเดียวกันคือ‘Morgan Stanley Investment Funds – Global Brands Fund’โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV

“โดยกองทุนนี้จะเน้นลงทุนในบริษัทเจ้าของแบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก มีฐานลูกค้าเหนียวแน่นซึ่งเป็นแหล่งรายได้กระจายอยู่ทั่วโลก จึงช่วยกระจายความเสี่ยงในด้านการชะลอตัวของเศรษฐกิจของประเทศใดประเทศหนึ่งได้เป็นอย่างดี และมีศักยภาพในการเติบโตเพราะมีความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยน้ำหนักการลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภคที่คนส่วนใหญ่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น Microsoft, Visa, L'Oreal, Unilever, Nestle เป็นต้น ไม่ว่าวัฏจักรเศรษฐกิจจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง ก็ยังคงมีลูกค้าซื้อใช้อย่างต่อเนื่อง จึงช่วยสร้างผลตอบแทนที่ค่อนข้างสม่ำเสมอและยั่งยืนในระยะยาวได้”

แนะลุย “หุ้นไทย” ได้ช่วงตลาดปรับฐาน

ส่วนผู้ที่เล็งเห็นโอกาสการลงทุนในหุ้นไทยช่วงที่ตลาดปรับฐานลงมา แนะนำการลงทุนใน‘กองทุนเปิดกรุงศรีเอ็นแฮนซ์เซ็ท 50-เพื่อการออม (KFENS50SSF)’ที่มีนโนบายลงทุนในหุ้นดัชนี SET 50 โดย 90% ของพอร์ตการลงทุนเน้นการสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี SET 50 มากที่สุด และอีกประมาณ 10% ของพอร์ตการลงทุนเน้นการลงทุนเชิงรุกเพื่อสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มกว่าดัชนี SET 50

“นอกจากนี้ บริษัทยังมี SSF และ RMF อีกหลากหลายนโยบายให้เลือกลงทุน ไม่ว่าจะเป็น กองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ กองทุนผสม กองทุนหุ้นทั้งที่เป็น Active Fund และ Passive Fund ให้เลือกลงทุน”

ใครที่มีสิทธิลงทุนเพื่อใช้ประโยชน์ทางภาษีกับ‘กอง RMF’ และ ‘กอง SSF’ ก็ไม่อยากให้ละเลยกันไป ช่วงเวลาที่เหลือก่อนสิ้นปียังพอมี เลือกกองทุนที่ชอบและตอบโจทย์การลงทุนของตัวเองเท่านั้นเอง